รูปบทความ มารู้จักการ 'กู้ร่วม' เรื่องที่คนอยากซื้อคอนโดแต่รายได้ไม่เยอะต้องสนใจ

มารู้จักการ 'กู้ร่วม' เรื่องที่คนอยากซื้อคอนโดแต่รายได้ไม่เยอะต้องสนใจ

อยากซื้อคอนโดแต่กลัวรายได้ไม่พอยื่นกู้ ต้องทำอย่างไร


สำหรับคนที่กำลังคิดและจะตัดสินใจซื้อคอนโดเป็นของตัวเองอยู่ แต่อาจจะยังลังเลไม่รู้ว่าจะเลือกที่ไหนและต้องยิ่นกู้อย่างไรดี เพราะกลัวรายได้ไม่พอยื่นขอสินเชื่อกับธนาคาร โดยเฉพาะกับคนทำงานที่เริ่มทำงานได้ไม่นาน เงินเดือนอาจจะยังไม่เยอะพอที่จะวางใจได้ว่าจะขอสินเชื่อผ่านได้อย่างสบายๆ โดยเฉพาะกับในปัจจุบันนี้ที่ธนาคารเริ่มเข้มลงดกับการปล่อยสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยยากมากขึ้น มียังมีรายละเอียดของตัวผู้ยื่นกู้ที่เยอะมากขึ้น การปฏิเสธสินเชื่อของธนาคารก็เยอะมากขึ้นด้วย


ซึ่งสาเหตุส่วนใหญ่ที่คนทำงานมักจะถูกธนาคารปฏิเสธสินเชื่อกู้ซื้อบ้านและคอนโดก็มาจากภาระค่าใช้จ่ายเยอะ ซึ่งธนาคารจะนำเอาค่าใช้จ่ายเหล่านี้มาคิดเป็นปัจจุยในการปล่อยสินเชื่อด้วย หากเรามีภาระค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือนมาก ก็จะทำให้ความสารถในการผ่อนชำระค่าบ้านและคอนโดของเราลดลง ยิ่งถ้าเป็นคนอายุน้อย เพิ่งจะเริ่มทำงานก็ทำให้มีโอกาสในการใช้จ่ายและสร้างหนี้สินในอนาคตได้อีกมาก ธนาคารจึงต้องเข้มงวดกับคุณสมบัติของผู้ยื่นกู้มากยิ่งขึ้น

ดังนั้นการ ’กู้ร่วม’ หรือการหาผู้อื่นมากู้ซื้อคอนโดกับเราจึงเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับคนที่อยากซื้อคอนโดแต่รายได้น้อย


อยากซื้อคอนโด ลองหาคนกู้ร่วม


การกู้ร่วม คือ การที่หาอีกคนหนึ่งหรือมากกว่านั้นมาซื้อคอนโดห้องเดียวกันกับเรา ซึ่งก็ต้องเอารายละเอียดหลายๆอย่างมาคิดประกอบกับเหมือนกับว่าเป็นตัวเราซื้อเองทั้งหมด ต้องดูความสารถในการผ่อนชำระของผู้กู้ร่วม รายได้ และอายุของผู้กู้ร่วมด้วย เพราะถ้าหากคนที่เราชวนมากู้ร่วมมีรายได้ไม่ต่างกับเรามาก แถมยังมีภาระเยอะก็อาจจะไม่ได้ช่วยให้การยื่นสินเชื่อผ่านได้ยากอยู่ดี แม้ว่าจะมีอายุใกล้เคียงกัน


ขั้นตอนก่อนจะเริ่มกู้ร่วม ควรทำอย่างไร

1. ประเมินรายได้ของตัวเอง

ก่อนที่เราจะตัดสินใจซื้อคอนโด หรือยื่นสินเชื่อกับธนาคาร เราลองประเมินรายได้และความสามารถของตัวเองดูก่อนว่า เรามีรายได้เท่าไหร่ และมีรายจ่ายประจำในแต่ละเดือนเท่าไหร่ สมมุติว่าเรามีรายได้ประจำที่เป็นเงินเดือนเดือนละ 20,000 บาท แต่ในแต่ละเดือนเรามีภาระต้องผ่อนบัตรเครดิตหรือผ่อนรถเดือนละ 6,000 บาท เราจะเอาเงินเดือนเต็มๆของเรามาเป็นตัวคิดในการกู้ซื้อคอนโดทั้งหมดไม่ได้ เพราะธนาคารจะนำค่าใช้จ่ายประจำที่เรามีมาหักลบกับรายได้ของเรา
ดังนั้นในกรณีนี้ เรามีเงินเดือน 20,000 แต่มีค่าใช้จ่าย 6,000 ดังนั้นรายได้ของเราสุทธิแล้วก็จะเหลือ 14,000 บาท ก็ต้องมาดูว่าราคาของคอนโดที่เราต้องการซื้อนั้นราคาเท่าไหร่ และต้องผ่อนสินเชื่อต่อเดือนกี่บาท ถ้าค่าผ่อนคอนโดเยอะกว่า 40% เปอร์เซ็นต์ซึ่งเป็นเรทที่ธนาคารจะพิจารณาปล่อยสินเชื่อ ก็ให้เตรียมหาคนมากู้ร่วมได้เลย


2. ตั้งเป้าหมายในการผ่อนซื้อคอนโด

หลังจากที่เราประเมินรายได้และค่าใช้จ่ายของตัวเองและผู้ที่เราจะชวนมากู้ร่วมกับเราแล้ว ต่อไปเราควรจะตั้งเป้าหมายในการผ่อนคอนโดของเราเอาไว้ด้วย ในกรณีนี้ถ้าเราตัดสินใจซื้อคอนโดเร็วก็จะเป็นเรื่องที่ดีในการกำหนดค่าใช้จ่ายหลังจากการปล่อยสินเชื่อของธนาคารแล้ว
เช่น เราตั้งเป้าหมายว่าจะผ่อนคอนโดที่เดือนละ 8,000 บาท ถ้าตีเป็น 40% ของรายได้ก็แสดงว่าเราจะต้องมีรายได้เดือนละ 20,000 บาท ในกรณีที่กู้คนเดียว แต่ถ้าเรามีภาระอีกเดือนละ 7,000 เหลือเงินที่จะใช้ดำรงชีวิตได้อีก 5,000 บาท ธนาคารก็อาจจะมองว่าน้อยเกินไป เราต้องเอารายได้ของคนที่จะยื่นกู้ร่วมมาคำนวนตามวิธีการเดียวกันด้วย หากคำนวนแล้วยังไม่โอเค ก็จะได้มีเวลาหาคนมากู้ร่วมใหม่


3. มองหาคนมากู้ร่วมในการซื้อคอนโด

มาเข้าเรื่องสำคัญในบทความนี้กันเลยดีกว่า กับการหาคนมากู้ร่วมเพื่อซื้อคอนโดกับเรา โดยส่วนใหญ่แล้วคนทั่วไปก็จะเอาคนในครอบครัวมาเป็นคนกู้ร่วม เพราะธนาคารจะมองว่ามีความสัมพันธ์และเป็นเหตุเป็ผลให้ซื้อคอนโดด้วยกันได้ เช่น พ่อแม่พี่น้อง หรือญาติที่มีนามสกุลเดียวกัน แต่ก็ต้องอย่าลืมว่าไม่ใช่แค่เอาคนในครอบครัวมากู้ร่วมแล้วธนาคารจะปล่อยง่าย ต้องดูปัจจัยอื่นๆของเขาด้วย

เช่น เอาคุณพ่อหรือคุณแม่มากู้ร่วมกัน แต่ท่านอายุ 55 แล้ว เหลือเวลาทำงานอีกแค่ 5 ปี แม้ว่ารายได้ท่านจะเยอะกว่าเรา แต่ธนาคารก็จะมองว่าหลังจากเกษียณรายได้จะลดลงหรืออาจจะไม่มีเลยในกรณีคนที่ไม่ได้รับราชการหรือไม่มีรายได้รองรับหลังเกษียณ ก็อาจจะไม่ได้ช่วยให้สินเชื่อผ่านได้มากนัก แต่ถ้าเป็นพี่หรือน้องที่อายุห่างกันไม่มาก แต่มีรายได้มากกว่าเรา และไม่มีภาระค่าใช้จ่าย เช่น พี่สาวอายุ 30 ปี มีเงินเดือน 40,000 บาท อันนี้ก็พอมีหวังที่จะซื้อคอนโดได้แน่นอน


4. วางแผนการใช้จ่าย และเงื่อนไขการกู้

เมื่อเราทราบตัวคนที่จะชวนมากู้ร่วมเพื่อซื้อคอนโดกับเราแล้ว ก็ต้องอย่าลืมวางแผนเรื่องของการใช้จ่ายในอนาคตเอาไว้ด้วย อีกอย่างคือเรื่องของเงื่อนไขการกู้ร่วมของแต่ละธนาคารด้วย บางธนาคารกู้ร่วมได้ 2 คน บางธนาคารก็กู้ร่วมได้ถึง 3-4 คนเลย และพอเราตรวจสอบเงื่อนไขทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ลองวางแผนอนาคตของตัวเองดูว่าเรามีแผนที่จะทำอะไรต่อไป เช่น อยากจะซื้อรถ หรือเรียนต่อ หรือลงทุน เราก็ต้องดูว่าคนที่กู้ร่วมกับเราเขาก็มีแผนจะทำอะไรอีกหรือเปล่า และรายได้ในอนาคตของทุกคนที่กู้ร่วมกันมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นพอที่จะสามารถผ่อนคอนโดด้วยกันต่อไปหรือไม่ ถ้าเราวางแผนเรื่องนี้ดีๆ ทั้งตัวเราและคนกู้ร่วมก็จะเต็มใจมาซื้อคอนโดกับเราด้วย