รูปบทความ ข้อแตกต่างระหว่างห้องจริงและห้องตัวอย่าง ที่คนซื้อคอนโดต้องรู้

ESTOPOLIS | ข้อแตกต่างระหว่างห้องจริงและห้องตัวอย่าง ที่คนซื้อคอนโดต้องรู้

ในการซื้อคอนโดก่อนที่คุณจะได้เห็นห้องจริง เจ้าหน้าที่ขายคอนโดจะนำคุณไปยังห้องตัวอย่างที่ตกแต่งแล้วจนสวยงาม แน่นอนว่าห้องตัวอย่างจะสร้างความประทับใจให้ผู้เข้าชมได้ไม่ยากเย็น หลายคนเข้าใจว่าห้องตัวอย่างก็คือห้องจริงที่ตกแต่ง แต่จริง ๆ มันไม่ใช่แบบนั้นเสมอไป ในบางโครงการมีการตกแต่งเพิ่มเติมจนเกินห้องจริงไปมาก ซึ่งถ้าหากคุณไม่ถามพนักงาน คุณอาจจะไม่ได้ข้อมูลที่แตกต่างระหว่างห้องจริงและห้องตัวอย่างที่ตกแต่งเพื่อการโฆษณา


ห้องตัวอย่างจากโครงการ C เอกมัย ไม่ได้ติดตั้งประตู

1. ห้องตัวอย่างไม่มีประตู

สาเหตุที่ห้องตัวอย่างไม่มีประตูก็เพื่อความสะดวกสบายในการเข้าชม และทำให้ห้องดูกว้างไม่อึดอัดอีกด้วย สำหรับช่างภาพที่รีวิวคอนโด ก็ชื่นชอบการที่ไม่มีประตูเช่นกัน เนื่องจากสามารถถ่ายภาพได้ง่าย ได้ภาพที่สวยงาม


การชมห้องตัวอย่างที่ไร้ประตู นอกจากจะต้องถามถึงเสป็กประตูที่ทางโครงการจะให้มาแล้ว ยังต้องลองจินตนาการเอาด้วย ว่าหากมีประตูแล้ว ระยะการเปิดของประตูจะไปชนอะไรบ้าง และทางโครงการได้ติด Door stoper ไว้ให้หรือไม่ 



2. ติดแอร์ทุกห้อง

ด้วยความที่ทางโครงการต้องการให้ผู้เข้าเยี่ยมชมรู้สึกสบายที่สุด จึงมีการติดเครื่องปรับอากาศทำความเย็นในทุกห้องที่ทำได้ แต่ในความเป็นจริง อาจจะมีแอร์เพียงแค่จุดเดียว โดยเฉพาะห้องที่มีลักษณะคล้ายสตูดิโอและกั้นห้องนอนกับห้องนั่งเล่นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน มักจะมีเครื่องปรับอากาศอยู่จุดเดียวคือในห้องนอน

สำหรับข้อนี้ส่วนใหญ่ทางพนักงานขายจะบอกลูกค้าอยู่แล้ว แต่ถ้าหากทางโครงการไม่ได้ติดมาให้ ให้คุณลองต่อรองกับพนักงานขายดู เขาอาจจะมีโปรโมชั่นส่งเสริมการขายโดยการติดเครื่องปรับอากาศเพิ่มให้ก็ได้ ซึ่งตรงนี้หลายโครงการใช้เป็นอาวุธลับในการมัดใจลูกค้าอยู่แล้ว


3. ฝ้าเพดานสูงกว่าห้องจริง

หลายครั้งที่เราเข้าไปในห้องตัวอย่างของโครงการแล้วรู้สึกว่าเพดานดูสูงโปร่งสบาย ทั้งที่ใน fact sheet กลับเขียนว่าเพดานสูง 2.4 เมตร ซึ่งเป็นระยะที่ผู้ชายสูง 180 cm. ขึ้นไปพอจะเขย่งเปลี่ยนหลอดไฟได้ จริง ๆ แล้วความสูงของเพดาน 2.4 เมตร มันไม่ได้เลวร้ายอะไรเป็นความสูงของเพดานตามมาตรฐานด้วยซ้ำ แต่การเพิ่มความสูงของเพดานไปอีก 10 ซม. ขึ้นไป ก็ทำให้ห้องดูโปร่งโล่งสบายขึ้นได้มากเลยทีเดียว


การที่ความสูงของเพดานห้องตัวอย่างไม่ตรงกับเสป็กที่บอกใน fact sheet อาจจะเป็นเพราะโครงการต้องการให้หลอกเราจริง ๆ หรือเพราะการสร้างห้องตัวอย่างที่ไม่เข้มงวดก็เป็นไปได้ ดังนั้นเรื่องของความสูงเพดาน คุณควรดูที่ fact sheet ที่โครงการให้มาเป็นสำคัญ


4. ความกว้างของห้อง กว้างกว่าห้องจริง

บางครั้งด้วยความไม่เข้มงวดในการก่อสร้างห้องตัวอย่างที่ส่วนใหญ่จะเป็นลักษณะของการใช้ผนังเบาบ้าง แผ่นยิบซั่มบ้างในการก่อสร้าง ซึ่งง่ายและราคาถูก สามารถรื้อทิ้งได้ง่าย ทำให้ห้องตัวอย่างมีพื้นที่ที่แตกต่างจากห้องจริง หลายครั้งที่เราเข้าไปดูห้องตัวอย่างแล้วก็ยังรู้สึกตกใจว่าทำไมห้องตัวอย่างถึงได้กว้างกว่าห้องจริงที่เราเคยเจอมา ทั้งที่มีพื้นที่เท่ากัน

ในกรณีนี้ หากคุณไม่มีประสบการณ์เกี่ยวกับการกะขนาดห้องมาก่อน คุณอาจจะต้องเผื่อใจเอาไว้บ้างว่าห้องจริงอาจจะเล็กกว่าห้องตัวอย่างที่คุณเห็นสักหน่อย


Fuse MiTi สุทธิสาร-รัชดา ตกแต่งผนังห้องตัวอย่างด้วยกระจก

5. ผนังห้องมาเต็ม

การตกแต่งคอนโดไม่นิยมปล่อยผนังเป็นสีขาวพื้นกันนัก เนื่องจากดูไม่มีสไตล์ และราคาถูก บางโครงการจึงติดกระจกบริเวณผนังห้องให้ดูกว้างขึ้นเหมือนที่ร้านทองนิยมทำ บางห้องมีการติดวอลล์เปเปอร์สร้างความสวยงาม หรือบางโครงการจะเล่นใหญ่ใช้วัสดุที่หรูกว่าแพงกว่าเช่นหินออนตกแต่งเพิ่มเข้าไปก็มีเช่นกัน

ต่อให้โครงการแต่งผนังอะไรมาก็ตาม สิ่งที่คุณควรทำคือสอบถามกับพนักงานขายเรื่องผนังห้องกันก่อน ว่าคุณจะได้เป็นวอลล์เปเปอร์ หรือพื้นสีขาวเรียบ ๆ ซึ่งพนักงานขายจะทราบเรื่องนี้ดีอยู่แล้ว


6 ดรอปฝ้าซ่อนไฟ

การดรอปฝ้าซ่อนไฟเป็นลูกเล่นที่นิยมสำหรับห้องตัวอย่างคอนโดมาก เพราะนอกจากเป็นการเล่นกับแสงเพื่อให้ห้องดูสวยขึ้นแล้ว ยังทำให้ห้องดูแพงมีสไตล์ขึ้นด้วย แต่ในความเป็นจริงแล้ว กลับมีน้อยโครงการมาก ๆ ที่มีการดรอปฝ้าซ่อนไฟไว้เหมือนห้องตัวอย่างจริง ๆ


ไม่เพียงแต่การดรอปฝ้าซ่อนไฟ ไฟประดับต่าง ๆ อย่างโคมไฟ แชนเดอเลีย ก็เช่นกัน มักจะเป็นสิ่งที่ทางโครงการแต่งมาให้ดูเป็นตัวอย่างเท่านั้น


Whizdom Avenue Ratchada-Ladprao มีการตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอรืและแชนเดอร์เลียแบบจัดเต็ม


7 เฟอร์นิเจอร์แต่งเต็ม ไม่แคร์เฟอร์นิเจอร์จริง

บางโครงการแถมเฟอร์นิเจอร์พื้น ๆ มาให้ ซึ่งมันไม่สวยเลยหากจะนำเสนอลูกค้า จึงมีการแต่งเฟอร์นิเจอร์ด้วยวัสดุที่ดูมีราคา เช่นกระจก หรือเคลือบผิวด้วยวัสดุอื่น ๆ บางโครงการถึงกับเปลี่ยนเสป็กของเฟอร์นิเจอร์ที่จัดโชว์ในห้องตัวอย่างเลยก็มี ซึ่งในจุดนี้คงไม่มีทางอื่นนอกจากสอบถามถึงเสป็กของเฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ ที่จะได้จริงจากโครงการนั้น ๆ


8 อย่าลืมถามเรื่องปลั๊กไฟ

ด้วยความที่เป็นห้องชั่วคราว ที่สร้างขึ้นเพื่อการโปรโมท และจะต้องทุบทิ้งหลังจากที่การก่อสร้างเริ่มขึ้นเสียส่วนใหญ่ การให้ความสำคัญกับรายละเอียดปลีกย่อยจึงอาจจะไม่ดีมาก เช่นปลั๊กไฟ ที่อาจจะมีขาด ๆ เกิน ๆ ไปในจุดต่าง ๆ


ในหัวข้อนี้คุณต้องถามเจาะจงเกื่ยวกับปลั๊กไฟกับพนักงานขายไปเลย ตั้งแต่ ปลั๊กไฟในห้องน้ำ ปลั๊กไฟที่ pantry ครัว ปลั๊กไฟบริเวณที่วางตู้เย็น และปลั๊กไฟพร้อมสายสัญญาณทีวีพร้อมด้วยช่องสัญญาณอินเตอร์เน็ตตรงชั้นวางทีวี


ห้องตัวอย่างเป็นห้องที่ทำเพื่อทุบทิ้งหลังจากที่การก่อสร้างเริ่มขึ้น หรือเมื่อโครงการขายหมดแล้ว ดังนั้นการก่อสร้างจึงอาจจะขาดความใส่ใจในจุดเล็ก ๆ น้อย ๆ ไปบ้าง รวมถึงอาจจะมีการตกแต่งที่เล่นใหญ่จัดเต็มสำหรับมัดใจลูกค้า ดังนั้นข้อสำคัญจึงไม่ควรตัดสินห้องจริงจากห้องตัวอย่าง แต่ให้มองถึงแปลนห้อง และวัสดุที่ทางโครงการใช้เป็นหลัก น่าจะทำให้การติดสินใจของคุณไม่ผิดพลาดได้มากกว่า