รูปบทความ (ว่าที่) หุ้น Junior Blue Chip !! ค่ายอสังหาฯดาวรุ่ง “V Property” ชูแนวรบใหม่

(ว่าที่) หุ้น Junior Blue Chip !! ค่ายอสังหาฯดาวรุ่ง “V Property” ชูแนวรบใหม่

VTARA36 : “Top of Low Rise Condominium at The Heart of Thong-lor”


บริษัท วี พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด หรือ V Property เป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์ดาวรุ่ง ระดับ Luxury ที่มีผลงานที่โดดเด่นในวงการอสังหาริมทรัพย์มามากมาย ทั้งบ้านเดี่ยวสุดหรูใจกลางเมือง และคอนโดมิเนียมระดับ Luxury โดยมี 2 ผลงานที่ถือว่าเป็น Landmark ในย่านสุขุมวิท คือ H Sukhumvit 43 และ โครงการล่าสุด ภายใต้ชื่อสุดเก๋ VTARA36 หรือ “Top of Low Rise Condominium at The Heart of Thong-lor”


VTARA36 เป็นคอนโดมิเนียมโลว์ไรส์ในระดับ Luxury มี 8 ชั้น จำนวน 5 อาคาร ออกแบบภายใต้แนวคิด “The Oasis Of Sukhumvit” มีจำนวนห้อง 466 ยูนิต บนเนื้อที่โครงการประมาณ 4 ไร่ มีแบบห้องให้ทั้งแบบ 1 ห้องนอน และ 2 ห้องนอน โดยอยู่ใกล้บีทีเอสสถานีทองหล่อ ตกแต่งแบบ Fully Furnished


ผู้เช่าชาวญี่ปุ่นดีอย่างไร?


คุณพรชัย อธิบายเพิ่มเติมว่า ผู้เช่าชาวญี่ปุ่นถือเป็นกลุ่มผู้เช่าที่มีงบประมาณสูง เช่าระยะยาว รวมถึงไม่ทำให้ห้องช้ำอีกด้วย ซึ่ง VTARA36 ตอบทุกโจทย์ของผู้เช่ากลุ่มนี้ ด้วยการมี Facilities ที่ตอบโจทย์ชาวญี่ปุ่น รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกภายในห้องที่ศึกษา Lifestyle ชาวญี่ปุ่นมาอย่างถ่องแท้



เปิดแนวรุกเต็มสูบ : “ Supercar แห่งวงการอสังหา”

การเปิดแนวรุกทางธุรกิจในครั้งนี้ V Property กำหนดยุทธศาสตร์เน้นพัฒนาโครงการ แนวสูง บริเวณรถไฟฟ้าสายสีเขียว หรือ สายสุขุมวิทเป็นหลัก โดยตั้งเป้ามีรายได้แตะระดับ 5,000 ล้านบาทก่อนปี 2563 พร้อมทั้งแง้มมีแผนเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ไม่เกินปี 2562


คุณพรชัย CEO แห่งค่ายอสังหาฯดาวรุ่ง กล่าวกับทีมงาน ฐานเศรษฐกิจ ว่า “ V Property เป็น Developer ที่เน้นพัฒนา Segment ระดับ Luxury ไม่เน้นเจาะกลุ่ม Mass หรือจะเรียกได้ว่า V Property เปรียบได้กับ Supercar ก็ว่าได้ โดย V Property จะเน้นพัฒนาโครงการย่านสุขุมวิทใกล้รถไฟฟ้าเป็นหลัก โดยเฉพาะสถานียอดฮิต เช่น พร้อมพงศ์และทองหล่อ โดยคอนโดมิเนียมของ V Property จักต้องมีมาตรฐานสูงและตอบโจทย์ทั้งนักลงทุนและอยู่อาศัยเอง ในราคาที่เรียกว่า “Good Investment” พร้อมทั้งยังแง้มว่า V Property เตรียมมี Big Surprise ที่จะสั่นสะท้านวงการอสังหาฯ อีก 2 โครงการในปี 2560 และ ยังมีแผนระดมทุนเข้าตลาดหลักทรพย์ไม่เกินปี 2562 และตั้งเป้ารายได้แตะ 5,000 ล้านบาท ไม่เกินปี 2563”


คุณพรชัย ยังได้ให้ความเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์อสังหาฯในช่วงไตรมาส 1/2560 ว่า “จากผลวิเคราะห์ตลาดอสังหาฯ ในช่วงไตรมาส 1/2560 โดยทีมงาน Business Development (BD) และ ทีม Marketing ของเราทำให้เราพบว่า ราคาขายเฉลี่ยของคอนโดมิเนียมในกรุงเทพฯ ยังปรับตัวสูงขึ้นประมาณ 15% จาก 106,000 บาทต่อตารางเมตร เป็น 120,000 บาทต่อตารางเมตร ในช่วงปลายปี 2559 ซึ่งจากอัตราการเพิ่มขึ้นนี้ สูงกว่าอัตราเฉลี่ยราคาคอนโดมิเนียมในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ที่เพิ่มขึ้นเพียงแค่ 8% เท่านั้น


คุณพรชัย กล่าวต่อไปว่า “ทำเลที่คอนโดฯระดับ Luxury จะสร้างขึ้นใหม่โดยมากจะอยู่ใจกลางเมือง เช่น เพลินจิต, ชิดลม, หลังสวน และ ทองหล่อ, สุขุมวิท 39-49โดยเฉพาะคอนโดมิเนียมกลางเมืองราคาปรับตัวสูงขึ้นถึงโดยเฉลี่ย 15% โดยโครงการ Luxury ใหม่ที่เปิดในใจกลางเมืองปีนี้ราคาเฉลี่ยสูงกว่า 200,000 บาทต่อตารางเมตรแทบทั้งนั้น เนื่องมาจาก ราคาต้นทุนที่ดินที่เพิ่มสูงขึ้นในทุกๆทำเล และต้นทุนการพัฒนาโครงการอื่นๆ เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง


นอกจากนี้ ราคาโครงการที่เปิดใหม่ที่ในบริเวณกรุงเทพฯ ชั้นในที่ต่อขยายมาจากใจกลางเมือง ก็ปรับสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเช่นกัน โดยทำเลที่มีการปรับราคาขึ้นอย่างมาก คือ ดินแดง พหลโยธิน พระโขนง และ ประชาชื่น สำหรับโครงการในส่วนกรุงเทพฯ ชั้นนอกราคาปรับขึ้นไม่มากนักอยู่ที่ประมาณ 8% ทั้งนี้ในงานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 36 ที่ผ่านมานั้น V Property ได้นำโครงการใหม่ไปเปิด Exclusive Register โดยจากการสังเกตการณ์ของทีมฐานเศรษฐกิจพบว่า V Property ได้รายชื่อผู้สนใจจองสิทธิ์มาอย่างล้นทะลัก


คุณพรชัย ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมถึงประเด็นนี้ว่า “ลูกค้าส่วนหนึ่งมาจากฐานลูกค้าเก่าของ V Property ที่มีความเชื่อมั่นในบริษัท หรือมี Brand Loyalty กับ V Property และ อีกส่วนหนึ่งเป็นลูกค้าใหม่ ซึ่งลูกค้าใหม่บางส่วนก็เป็นลูกค้าที่ได้รับคำแนะนำจากลูกค้าเก่าของเรา จุดนี้ทำให้ยืนยันได้ว่า V Property มีการดูแลลูกค้า หรือ CRM ที่ดี รวมถึงมีผลตอบแทนจากการลงทุนที่สูง ลูกค้าจึงกล้าบอกต่อและกล้าลงทุนเพิ่ม กับโครงการใหม่ของเรา”


อนึ่งจากการคาดการณ์ของทีมงานฐานเศรษฐกิจ หลังการพยายามสอบถามข้อมูลเจาะลึกกับคุณพรชัย ทำให้ทีมงานฐานเศรษฐกิจ คาดว่าที่ดินผืนใหม่ของ V Property น่าจะเป็นทำเลเพชรและอยู่แทบจะติดบันไดทางขึ้น BTS เลยทีเดียว ในขณะที่ ที่ดินอีกหนึ่งผืนก็น่าจะอยู่ห่างจาก BTS เพียงไม่กี่นาที ซึ่งเป็นตาม “คุณพรชัย สไตล์” นั่นคือ ที่ดินทุกผืนที่คว้ามาแต่ละครั้งนั้น ต้อง “ไม่ธรรมดา” โดยการเปิดแนวรุกครั้งนี้ของ V Property นั้นน่าจับตามองไม่น้อย


ชูแนวคิดบริการ V-Care 360 องศา & ลูกค้าทุกคนคือ V-VIP

คุณพรชัย เปิดเผยกับฐานเศรษฐกิจ ถึงบริการ V-Care 360 องศา ว่า “ V Property มีการศึกษาพฤติกรรมของลูกค้าและสภาพแวดล้อมรอบๆ ตัวของลูกค้า เพื่อให้เข้าใจ ลูกค้าของเรา โดย V Property จะใส่ใจลูกค้าตั้งแต่วันแรกที่ก้าวเข้ามาที่ Sales Gallery จนกระทั่งมาเป็นลูกค้า จนกระทั่งมาเป็นลูกค้าผู้ปล่อยเช่า โดย V Property จะสวมหมวก 2 ใบ โดย 1 ใบ เป็นลูกค้า และอีก 1 ใบ คือ Developer ด้วยเหตุนี้ทาง V Property จึงได้มีแผนจัดตั้งบริษัทบริหารงานด้านนิติบุคคล โดยดึงมืออาชีพเข้ามาบริหารงาน เพื่อให้บริการลูกค้าอย่างมืออาชีพ และถือประโยชน์ของเจ้าของร่วมเป็นสำคัญ ยิ่งไปกว่านั้น V Property ยังมีพันธมิตรที่เป็นบริษัทชั้นนำช่วยหาผู้เช่าชาวญี่ปุ่นที่ถือเป็นผู้เช่าชั้นดี อีกทั้งยังมีบริการช่วยขายห้องชุดอีกด้วย โดยจุดเด่นของเราคือ เราสามารถดูแลลูกค้าได้อย่างทั่วถึง เนื่องจาก V Property จะบริการแค่ลูกค้าภายในของเรา (Niche Market) ไม่ได้รับบริการคนภายนอก เหมือนกับ Agent หรือ บริษัทอื่นๆ ซึ่งหากรับบริการคนภายนอกด้วยจะทำให้การดูแลไม่ทั่วถึง โดยทั้งหมดนี้เริ่มต้นมาจากแนวคิดที่ว่าเราต้องการให้ลูกค้าของเราทุกคนเป็น VIP ซึ่งเราจะเรียกลูกค้าของเราทุกคนว่า V-VIP หรือ V Property – Very Important Person- ” และนี่คือ V Care 360 องศา ภายใต้วิสัยทัศน์ของ คุณพรชัย แห่ง V Property


เสริมขุนพลฝีมือฉมัง ภายใต้แนวคิด V-DNA

การเปิดแนวรุกทางธุรกิจในครั้งนี้ V Property ได้ซุ่มเสริมขุนพลฝีมือดีในวงการอสังหาฯหลายราย โดยเป็นการดึงตัวมาจากยักษ์ใหญ่ในวงการอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งทุกตำแหน่ง CEO ใหญ่แห่ง V Property จะคัดกรองขุนพลที่เสริมทัพเข้ามาใหม่ด้วยตนเอง อันแสดงให้เห็นว่าคุณพรชัย CEO ใหญ่ให้ความสำคัญกับ Corporate Identity เป็นอย่างมาก


คุณพรชัยเป็นผู้บริหารที่ให้ความสำคัญเรื่องบุคลากรเป็นอย่างมาก โดยจะสัมภาษณ์บุคลากรที่ต้องการเข้ามาทำงานที่ V Property โดยตัวเองแทบทุกคน โดยจะเน้นพิเศษกับทีมขาย ทีมการตลาดและทีมก่อสร้าง รวมถึงทีมบริหารงานนิติบุคคล โดย คุณพรชัยกล่าวต่อไปว่า เหตุผลที่ต้องให้ความสำคัญกับกลุ่มคนที่ทำสายงานด้านการตลาด ฝ่ายขาย ฝ่ายก่อสร้าง และบริหารงานนิติ เนื่องจาก 4 ฝ่ายนี้ถือเป็นทัพหน้าและทัพหลวงของบริษัท การหาคนที่ตอบโจทย์อัตลักษณ์ของ V Property ได้และ เข้าใจความต้องการของลูกค้า รวมถึง เข้าใจความต้องการของตลาด จึงเป็นเรื่องที่จะพลาดและมองข้ามไม่ได้


คุณพรชัยกล่าวเสริมถึงแนวคิดการบริหารบุคลากรอีกว่า การเข้ามาทำงานที่ V Property ไม่ต้องการคนที่บ้างานอย่างเดียว แต่ต้องการคนที่แบ่งเวลา-งาน-ครอบครัว- สังคม หรือ “Work Life Balance” และในบางครั้งต้องยึดแนวคิด “Family Comes First” โดยนี้ถือเป็น 1 KPI ในการทำงานด้วย เพราะหากทำได้อย่างนั้น ถือว่าคนคนนั้นเป็นนักจัดการที่ดีและมีความรับผิดชอบสูง โดยทั้งหมดนี้ถือเป็น V-DNA ทุกคนในองค์กรต้องมี DNA ตัวนี้


ที่กล่าวมาข้างต้นคือ แนวรบใหม่ ของ V Property ภายใต้การนำทัพของ คุณพรชัย เลิศอนันต์โชค ซึ่งน่าจับจับตามมองไม่น้อย เรียกได้ว่าท้าชนแบรนด์มหาชนได้สบายๆ หรือนี่คือว่าที่บริษัทมหาชน อนาคตหุ้น Junior Blue Chip ต้องคอยติดตามกันต่อไป…


สำหรับคนที่สนใจโครงการ V TARA36 สามารถเข้าไปอ่านรีวิวโครงการได้ที่ https://www.estopolis.com/review/VTARA36



แหล่งที่มาข่าว http://www.thansettakij.com/