รูปบทความ ค้างชำระค่าเช่าคอนโด แก้ปัญหาอย่างไรดี

ค้างชำระค่าเช่าคอนโด แก้ปัญหาอย่างไรดี

สำหรับผู้ที่เช่าคอนโดอยู่ เมื่อมีปัญหาไม่อาจชำระค่าเช่าคอนโด ได้ตรงเวลาตามสัญญาเช่า ทำให้เกิดการค้างค่าเช่าคอนโด ส่วนใหญ่แล้วสัญญาเช่าจะระบุวันชำระค่าเช่าอย่างชัดเจน รวมทั้งข้อกำหนดที่จะเกิดขึ้นหากผิดสัญญาด้วย ดังนั้นเมื่อมีเหตุสุดวิสัยก็ต้องรีบหาทางแก้ไขจะทำอย่างไร เมื่อค้างค่าเช่าคอนโด

สิ่งที่อาจจะเกิดขึ้น หากค้างค่าเช่าคอนโด

หากไม่สามารถจ่ายค่าเช่าคอนโดเป็นเวลานานหลายเดือน จนผู้ให้เช่าไม่สามารถให้การผ่อนชำระได้หรือแม้จะค้างค่าเช่าเพียงเดือนเดียว แต่ผู้ให้เช่าไม่ยอม ถือว่าเป็นการผิดข้อตกลง อาจจะมีค่าปรับที่เกิดจากการชำระล่าช้าตามสัญญาที่ระบุไว้ว่าจะปรับเท่าไรหรือผู้ให้เช่าสามารถบอกยกเลิกสัญญาเช่า แต่ก็ต้องแจ้งบอกเลิกสัญญาเช่าล่วงหน้าในระยะเวลาไม่น้อยกว่า 15 วัน และผู้ให้เช่าต้องมีเวลาให้ผู้เช่าขนย้ายทรัพย์สินออกไปยังที่อยู่แห่งใหม่ด้วย แต่ก่อนจะแจ้งยกเลิกสัญญาก็มีข้อกำหนดทางกฎหมายผู้ให้เช่าต้องมีระยะเวลาการทวงถามค่าเช่าก่อนจะยกเลิกสัญญาด้วย


อย่าหนีปัญหา

หนทางที่ดีที่สุดในการแก้ไขปัญหาคือเผชิญหน้ากับปัญหา เมื่อไม่สามารถจ่ายค่าเช่าได้ตรงเวลา ควรจะเจรจากับผู้ให้เช่าให้ทราบถึงปัญหานี้และวางแผนแจ้งกำหนดที่ชัดเจนว่าจะนำมาชำระเมื่อไหร่ จะเลื่อนการจ่ายไปนานแค่ไหน อยู่ที่ผู้ให้เช่าแล้วล่ะว่าจะสามารถเลื่อนระยะเวลาได้หรือไม่ ข้อแนะนำเพิ่มเติมเมื่อจ่ายค่าเช่าไม่ทัน ไม่แนะนำให้กู้ยืมมาจ่าย เพราะอาจจะเกิดการก่อหนี้พอกพูนสะสมไปเรื่อย ๆ เจรจาผ่อนผันและหาเงินมาชำระภายหลังจะดีกว่า จริง ๆ แล้ว การค้างค่าเช่าคอนโดเพียงเดือนเดียวไม่ได้เป็นปัญหาอะไรกับผู้ให้เช่ามากนัก เพราะก่อนที่จะทำการเช่ามีการจ่ายค่ามัดจำกันก่อนแล้ว บางที่ให้มัดจำ 2 -3 เดือนเสียด้วยซ้ำ ซึ่งมัดจำเหล่านี้คือค่าเช่าคอนโดในเดือนท้าย ๆ ก่อนที่คุณจะออก ดังนั้นการต่อรองกับเจ้าของคอนโดจึงมีความเป็นไปได้ ยกเว้นว่าเขาจะใจร้ายจริง ๆ



หาสาเหตุของปัญหา

นอกจากจะเผชิญหน้ากับปัญหาแล้ว ต้องอย่าลืมหาต้นเหตุด้วยเพื่อที่จะแก้ไขได้ สาเหตุหนึ่งที่อาจจะทำให้เกิดปัญหาไม่สามารถจ่ายค่าเช่าคอนโดได้ จะมาจากการย้ายห้องของเพื่อนที่เช่าห้องร่วมกัน เมื่อมีคนจ่ายออกไปทำให้ค่าใช้จ่ายที่เคยแชร์กัน ต้องตกมาเป็นของคนคนเดียว ซึ่งอาจจะไม่สามารถจ่ายได้เองทั้งหมด ดังนั้นหากเคยมีเพื่อนแชร์ค่าเช่า แล้วต้องการย้ายออก ต้องวางแผนดี ๆ ว่าจะหาเพื่อนมาร่วมแชร์คนใหม่ หรือจะย้ายออกไปเลย ถ้าจะย้ายออกก็ต้องดูสัญญาการเช่าห้อง ค่าประกันห้องมีหรือไม่ ครบกำหนดที่จะสามารถได้คืนหรือยัง เพราะถ้าย้ายไปที่ใหม่ก็จะต้องมีค่าประกันห้อง ค่าเช่าที่ต้องจ่ายล่วงหน้า ก็ต้องเตรียมตัวให้พร้อม

จัดระเบียบและวางแผนการใช้เงินใหม่


สิ่งแรกที่ควรทำคือการทำบัญชีรายรับ รายจ่ายว่าได้ใช้จ่ายอะไรบ้าง ควรทำอย่างละเอียดค่าใช้จ่ายในแต่ละวันมีอะไรบ้าง เรื่องเล็กน้อย ก็บันทึกให้หมดไม่ควรข้ามแม้แต่รายการเดียว

เมื่อมีปัญหารายได้ไม่พอรายจ่าย ก็ต้องมาทบทวนกันว่าเกิดอะไรขึ้น สิ่งแรกที่ควรทำคือการทำบัญชีรายรับ รายจ่ายว่าได้ใช้จ่ายอะไรบ้าง ควรทำอย่างละเอียดค่าใช้จ่ายในแต่ละวันมีอะไรบ้าง เรื่องเล็กน้อย ก็บันทึกให้หมดไม่ควรข้ามแม้แต่รายการเดียว เมื่อได้บัญชีแล้วก็จะทราบได้เองว่ามีรายจ่ายรายการไหนที่ควรจะตัดออกไปบ้าง รายการไหนที่เป็นความฟุ่มเฟือยที่ไม่จำเป็นก็จะสามารถประหยัดได้ นอกจากการวางแผนตัดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นแล้ว ควรจะวางแผนเพิ่มรายได้ด้วย ลองดูว่าจะสามารถหารายได้เพิ่มจากช่องทางใดบ้าง ซึ่งสำหรับวิธีการวางแผนประหยัดและใช้เงินอย่างมีระบบนั้นอาจจะลองทำวิธีดังนี้

         ● แบ่งค่าใช้จ่ายอย่างชัดเจน เมื่อมีรายได้เข้ามา ให้แบ่งกองค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายก่อน ค่าเช่าคอนโด ค่าน้ำค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ หรืออื่น ๆ ส่วนเงินที่ต้องจ่ายในแต่ละวันก็แบ่งออกมาเลยว่าจะใช้เงินไม่เกินวันละเท่าไร
         ● ทำบัญชีรายรับ รายจ่ายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อเป็นการเตือนตัวเองว่ารายจ่ายกับรายรับสมดุลกันหรือไม่ เมื่อมีปัญหาจะได้รู้ตัวล่วงหน้า หาวิธีแก้ไขได้

ส่วนการหารายได้เพิ่มนั้น ก็เป็นสิ่งที่ควรทำ เพราะบางทีประหยัดสายตัวแทบขาด ก็ไม่ช่วยด้วยรายได้ไม่พอจริง ๆ ส่วนจะทำอะไรดี ลองมาหาวิธีกันดู


         ● สำรวจตัวเองว่าชอบทำอะไรเป็นพิเศษหรือมีความสามารถอะไรบ้าง ถ้าชอบขายของ ให้หาของที่ตัวเองสามารถขายได้ มีความรู้ในเรื่องนั้นจริง ๆ อย่าขายตามกระแส เพราะจะไม่ยั่งยืน หรือทำอาหารได้ดี ก็อาจจะทำอาหารขายได้ ● จัดสรรเวลาให้ดี ถ้าปกติมีงานประจำอยู่แล้ว เมื่อมาหารายได้พิเศษ ก็อย่าทำให้กระทบเวลาของงานประจำ อาจจะทำให้มีปัญหาได้
          ● อย่าท้อ บางทีการเริ่มทำอะไรใหม่ ๆ อาจจะมีอุปสรรคบ้างก็อย่ายอมแพ้

บางครั้งชีวิตการเงินอาจจะมีปัญหาบ้าง สิ่งที่สำคัญคือการตั้งสติ และหาวิธีการแก้ไขปัญหาตามสาเหตุที่เกิดขึ้น สิ่งที่ควรจะทำที่สุดคือการวางแผนการเงิน การออมเงิน หากเป็นคนที่มีวินัยทางการเงินแล้ว ปัญหาที่เกิดขึ้นจะใช้ระยะเวลาไม่นานในการแก้ไขหรือโอกาสจะเกิดปัญหาจะไม่มีเลย


ภาพประกอบจาก : pixabay.com