รูปบทความ BIG12 Trends In Real Estate 2017 สัมมนาทิศทางอสังหาไทย

BIG12 Trends In Real Estate 2017 สัมมนาทิศทางอสังหาไทย

แนวโน้มอสังหา และอนาคตธุรกิจอสังหาในประเทศไทย

        เมื่อวันที่ 25 มกราคมที่ผ่านมา ESTOPOLIS ได้รวบรวมสรุปข้อมูลจากการเข้าร่วมสัมมนา BIG12 Trends In Real Estate ที่ Rembrandt Hotel Bangkok จัดโดย AIP ซึ่งภายในงานได้มีการปภิปรายร่วมกันของวิทยากรทรงคุณวุฒิ 4 ท่าน คือ ดร.ต่อวงศ์ เจนวิทย์การ จาก SC ASSET, คุณพนม กาญจนเทียมเท่า กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไนท์แฟรงค์ ชาร์เตอร์ (ประเทศไทย), Mr.Denis Nemtsev CEO Hipflat และ Mr.Jostein Aksnes จาก FindYourSpace ผู้เข้าร่วมฟังสัมมนาก็มีทั้งนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ นักลงทุน Developer ผู้พัฒนาโครงการ และผู้ที่สนใจเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก

         เนื้อหาที่พูดคุยกันภายในงานก็มีการกล่าวถึงสภาวะตลาดธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในปัจจุบัน ซึ่งร่วมทั้งแนวราบ บ้าน ทาวน์เฮาส์ แนวสูง คอนโดมิเนียม และอาคารสำนักงาน รวมถึงที่ดิน และ BIG Trends ในวงการอสังหาฯด้วย โดยผู้เชี่ยวชาญทั้ง 4 ท่านก็ได้ให้ความเห็นกับตลาดอสังหาฯทั้งใน ASEAN และประเทศไทยในปัจจุบันว่า ทิศทางของอสังหาในไทยยังไปได้ โดยเฉพาะการเปิดอาเซียนและการเข้ามาลงทุนจากต่างประเทศ

         โดยผู้ร่วมอภิปรายได้ตอบคำถามของผู้เข้าฟังสัมมนาและพูดถึงตลาดคอนโดมิเนียมในช่วงนี้ว่าจะเห็นการเปลี่ยนแปลงของโครงการที่จะมีโครงการคอนโดมิเนียม ทั้งระดับ Economy และ Luxury จากกระแสของข่าว Developer สมาคม หรือวงการอสังหาที่จัดทำงานวิจัยของตัวเอง ซึ่งผู้ซื้อก็ต้องวิเคราะห์ข้อมูลตามความแตกต่างของการพัฒนาโครงการ ทำเล และพื้นที่ของอสังหาฯนั้นๆ ซึ่งอาจจะสังเกตุได้จากการเพิ่มขึ้นของความต้องการที่อยู่อาศัยจากภาวะทางเศรษฐกิจและการลงทุน เมื่อมาพูดถึงผู้พัฒนาโครงการอสังหาฯต่างๆที่มีการเปิดตัวโครงการใหม่ๆออกมาเรื่อยๆ ตลาดการขายและพัฒนาโครงการอสังหาซึ่งต้องพิจารณาจากการหาที่ดินและทำเลที่ตั้งของโครงการ ซึ่ง Developer มักจะดูโอกาสในส่วนนี้ก่อนเสมอ จะเห็นได้ว่ามีโครงการคอนโดมิเนียมระดับ Super Luxury ที่กำลังมาเปิดตัวตามกันมาเรื่อยๆในย่านสุขุมวิท ด้วยราคาขายอยู่ที่ตารางเมตรละ 3 แสนบาทหรือมากกว่า และพูดถึงพื้นที่ในย่านสุขุมวิทเอง ก็ยังคงมี Demand ความต้องการคอนโดมิเนียม Grade A อยู่ ซึ่งทำให้ยังคงมีโครงการเปิดใหม่เพื่อเติมสินค้าที่ยังไม่มีในตลาดมากนัก

         อีกสิ่งที่ต้องพูดถึงสำหรับวงการอสังหาริมทรัพย์ที่ไม่ใช่หมายถึงตลาดที่พักอาศัยเท่านั้น แต่ในปัจจุบันตลาด Office Building อาคารสำนักงานก็เป็นที่ต้องการของตลาดเช่นกัน ซึ่งยังต้องการการพัฒนา เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาด ให้เป็นไปในทางเดียวกับการที่เริ่มมีการลงทุนจากต่างชาติเพิ่มมากขึ้น

         สำหรับ Big Trend ในการทำการตลาดของอสังริมทรัพย์ในปีนี้ Online Marketing อาจจะไม่ใช่เทรนด์ใหญ่หรือใหม่มากนัก เพราะDeveloper หรือAgent ส่วนใหญ่ก็ได้เริ่มใช้ช่องทางนี้กันอยู่แล้ว และเทรนด์ใหม่น่าจะอยู่ที่การจับตาของกระแส และสภาพเศรษฐกิจ แล้วหากลยุทธ์ใหม่ๆในการช่วงชิงส่วนแบ่งทางการตลาดมากกว่า

แม้จะมีกระแสข่าวว่ามีความเป็นไปได้ที่จะเกิดปัญหาฟองสบู่…แต่ทาง Knight Frank คิดว่ายังไม่น่าจะเกิดปัญหาฟองสบู่ในปี 2017 นี้

         และประเด็นที่ขาดไม่ได้ที่ผู้ร่วมเข้าฟังได้สอบถามสำหรับประเด็นฟองสบู่ของตลาดคอนโดมิเนียม ซึ่งทาง Knight Frank ก็ได้ให้ความคิดเห็นว่า แม้จะมีกระแสข่าวว่ามีความเป็นไปได้ที่จะเกิดปัญหาฟองสบู่ แต่เมื่อมองลึกลงไปในแต่ละพื้นที่ตลาดก็จะพบการแข่งขันระหว่าง Developer เพราะการเปิดขายโครงการโดยเฉลี่ยส่วนใหญ่ก็จะใช้เวลาอยู่ที่ประมาณ 2-3 ปี และในส่วนที่มีการแข่งขันสูงก็จะพบว่าประมาณ 20% ของห้องที่เปิดขายมีการจองหมด ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความต้องการที่ยังมีอยู่ หากจะมีปัจจัยที่ทำให้เกิดฟองสบู่ได้ก็อาจจะมาจากการที่ Developer ยังคงเปิดขายโครงการใหม่ออกมาอย่างต่อเนื่องโดยขาดการพิจารณาที่ดี แต่ปกติแล้วทางบริษัทผู้พัฒนาโครงการก็จะทำการประเมินศักยภาพทำเล หรือโครงการก่อนที่จะเปิดขายอยู่แล้ว จึงคิดว่ายังไม่น่าจะเกิดปัญหาฟองสบู่ในปี 2017 นี้ เพราะความต้องการสินค้ายังคงมีอยู่ และปริมาณสินค้าก็ยังไม่ถึงขั้นล้นตลาด และได้แนะนำว่าการซื้ออสังหาฯก็ต้องขึ้นอยู่กับความต้องการของเองว่าจะมีหลักการพิจารณาอย่างไรเพื่อให้คุ้มค่า และตรงกับความต้องการที่แท้จริงที่สุด