รูปบทความ จะเริ่มต้นลงทุนในหุ้น ต้องทำอย่างไร

จะเริ่มต้นลงทุนในหุ้น ต้องทำอย่างไร

ขั้นตอนการลงทุนในหุ้น ต้องคิดอย่างไร เริ่มตรงไหนก่อน


        ในบทความก่อนหน้านี้เราเคยพูดถึงการออมเงินและการลงทุนในกองทุนรวมกันไปบ้างแล้ว ในบทความนี้เราจะมาพูดถึงการลงทุนในหุ้นกันบ้าง โดยขั้นตอนในการลงทุนในหุ้นนั้น อย่างแรกคือเราต้องทำการศึกษาหุ้นที่เราสนใจจะลงทุนเสียก่อน ดูว่ามีความเสี่ยงมากน้อยอย่างไร ผลตอบแทนที่ผ่านมาเป็นอย่างไร และต้องเปรียบเทียบกับการเลือกลงทุนอื่นๆด้วย อาจจะเป็นเปรียบเทียบกับหุ้นตัวอื่น หรือการลงทุนในกองทุน แต่โดยรวมแล้วการลงทุนระยะยาวในหุ้น มักจะให้ผลตบแทนที่ดีกว่าการลงทุนในแบบอื่น


        แต่นักลงทุนทุกคนไม่เฉพาะแต่มือสมัครเล่น ก็จะต้องวิเคราะห์และตัดสินใจเลือกหุ้นที่ดีให้เป็น ต้องทำความเข้าใจและศึกษาขั้นตอนการซื้อขายและการลงทุนต่างๆในตลาดหุ้น ว่าต้องการลงทุนในห้องขององค์กรหรือบริษัทไหน มีขั้นตอนอะไรบ้าง มีหลักเกณฑ์อะไรที่พิจารณาว่าหุ้นตัวนั้นน่าสนใจ โดยเราได้ทำการสรุปขั้นตอนการลงทุนในหุ้นโดยรวมมาให้คุณแล้วในบทความนี้

#ลงทุนในหุ้น วางแผนการลงทุน และวิเคราะห์เศรษฐกิจ

        ก่อนอื่นเลยเราจะต้องกำหนดเป้าหมายและจุดประสงค์ในการลงทุนของเราให้ชัดเจนก่อน เพราะเป้าหมายที่ต่างก็ส่งผลถึงผลตอบแทนที่ต่างกันด้วย ต้องดูว่าเราต้องการจะลงทุนในระยะสั้น หรือระยะยาว เพราะการเข้าซื้อหรือลงทุนในหุ้นต้องพิจารณาจากจุดประสงค์ของผู้ลงทุนเป็นหลัก หากเราต้องการลงทุนในหุ้นในระยะยาว และไปเลือกลงทุนกับหุ้นที่มีความผันผวนสูง มีโอกาสเสี่ยงมาก เราก็อาจจะไม่ได้ผลตอบแทนตามที่วางแผนเอาไว้


        นอกจากที่เราจะต้องวางแผนการลงทุนของตัวเองแล้ว ยังต้องศึกษาและติดตามข่าวคราวเศรษฐกิจด้วย เพราะทั้งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจทั้งในและนอกประเทศต่างก็ส่งผลต่อการลงทุน ไม่ว่าจะทางตรงหรือทางอ้อม อาจจะมาในรูปแบบของอัตราแลกเปลี่ยนที่เปลี่ยนไป หรือการที่เศรษฐกิจกำลังเป็นช่วงขาขึ้นหรือขาลง ก็ส่งผลต่อการลงทุนและผลประกอบการของบริษัทต่างๆ เราอาจจะต้องมีการปรับกลยุทธ์ในการลงทุนอยู่เรื่อยๆจากสถานการณ์ดังกล่าว

#ลงทุนในหุ้น ศึกษาข้อมูลธุรกิจและอุตสาหกรรม ประเมินมูลค่าการซื้อขาย


    นอกจากที่เราต้องทำความเข้าใจและติดตามเศรษฐกิจในประเทศหรือนอกประเทศแล้ว เรายังต้องติดตามข้อมูลของธุรกิจหรืออุตสหกรรมที่เราจะไปลงทุนด้วย เพราะตัวแปรจากเศรษฐกิจจะส่งผลต่ออุตสาหกรรมต่างๆไม่เท่ากัน บางธุรกิจอาจกระทบมาก บางธุรกิจอาจกระทบน้อยหรือไม่กระทบเลย ข้อมูลเหล่านี้ก็จะเป็นตัวช่วยในการตัดสินใจลงทุนของเราได้ โดยต้องวิเคราะห์ข้อมูลบริษัทเพื่อตัดสินใจและเปรียบเทียบว่าจะลงทุนในบริษัทใด เพราะแต่ละบริษัทแต่ละอุตสาหกรรมก็ย่อมมีผลกำไรที่แตกต่างกัน ผลตอบแทนที่เราจะได้รับจากการลงทุนก็ต่างเช่นเดียวกัน


        นอกจากนี้ยังต้องประเมินมูลค่าที่แท้จริงของหุ้นด้วย เพื่อใช้ในการตัดสินใจว่าควรจะลงทุนหุ้นตัวไหนดี ถ้าหากมูลค่าที่แท้จริงของหุ้น มากกว่า ราคาตลาดในปัจจุบันเราก็ควรจะตัดสินใจซื้อ เพราะจะได้ลงทุนในราคาที่ถูกกว่ามูลค่าของตัวมันเอง แต่ถ้ามูลค่าที่แท้จริงของหุ้นมี น้อยกว่า ราคาในตลาดปัจจุบัน เพราะก็ไม่ควรลงทุน หรือควรจะขายทิ้งเสีย

#ลงทุนในหุ้น หาช่องทางและจังหวะที่ดีในการลงทุน


เราต้องศึกษาข้อมูลและมองหาจังหวะที่ดีในการลงทุน เพราะราคาหุ้นในบางครั้งไม่ได้เท่ากับมูลค่าที่แท้จริงของมันเสมอไป หากเราเข้าไปซื้อหุ้นตอนที่มีราคาสูง ก็อาจจะทำให้ขาดทุนในภายหลังได้ แต่ช่วงไหนล่ะที่จะเป็นจังหวะที่ดีในการลงทุน โดยปกติแล้วเราควรจะซื้อหุ้นในราคาที่ต่ำกว่าราคาซึ่งจะต้องทำการวิเคราะห์ปัจจัยทางเทคนิค ของหุ้นตัวนั้นๆ ก็จะช่วยให้เราสามรถรู้ได้ว่าควรจะเข้าซื้อในช่วงไหน และในทางกลับกันเราต้องต้องดูจังหวะในการขายหุ้นด้วย เมื่อราคาตลาดในปัจจุบันของหุ้นสูงกว่ามูลค่าที่แท้จริง เราก็ควรจะขายเพื่อได้ผลตอบแทนที่มากขึ้น


และเมื่อเราตัดสินใจจะซื้อขายหุ้นแล้วเราก็ต้องทำการ เปิดบัญชี กับบริษัทหลักทรัพย์ที่เราเลือกหรือไว้ใจ เพื่อใช้ในการส่งคำสั่งซื้อหรือขายหุ้น โดยโบรกเกอร์แต่ละแห่งก็จะมีเงื่อนไขในการเปิดบัญชีและเงื่อนไขในการซื้อขายที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับประเภทบัญชีและข้อกำหนดของแต่ละบริษัทหลักทรัพย์ด้วย และเมื่อเราได้ทำการลงทุนไปแล้ว ก็ต้องติดตามผล และประเมินสถานการณ์การลงทุนของเราอยู่เสมอ เพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายและจุดประสงค์ที่เราตั้งใจจะลงทุนตั้งแต่แรก และจะได้สามารถปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การลงทุนได้ทันท่วงที




และเมื่อเราสามารถพิจารณาเป้าหมายในการลงทุนของตัวเอง วิเคราะห์ข้อมูล และเลือกหุ้นที่จะลงทุนได้แล้ว ก็คงถึงเวลาที่จะต้องลองลงทุนอย่างจริงจัง เพื่อจะได้วัดการวางแผนที่วางไว้ และบรรลุเป้าหมายทางการลงทุนได้อย่างจริงจัง