รูปบทความ SC Asset เปิดตัวคอนโดใหม่ "แชมเบอร์ส อ่อนนุช สเตชั่น" และโครงการบ้านอีก 14 โครงการ ปลายปี 2018 นี้

SC Asset เปิดตัวคอนโดใหม่ "แชมเบอร์ส อ่อนนุช สเตชั่น" และโครงการบ้านอีก 14 โครงการ ปลายปี 2018 นี้

SC Asset โชว์รายได้และกำไรครึ่งปีแรก โต 44% และกำไรสุทธิโต 107% และในปลายปี 2018 ยังได้เตรียมเปิดโครงการใหม่ 15 โครงการ เป็นคอนโดโลว์ไรส์แบรนด์ 'แชมเบอร์ส' 1 โครงการ และโครงการบ้านอีก 14 โครงการ รวมมูลค่า 15,000 ล้านบาท



นายณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร  บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ได้พูดถึงการเปิดตัวโครงการใหม่ในปลายปี 2018 ว่า จะมีการเปิดตัวคอนโดใหม่ที่เป็นโครงการคอนโดมิเนียม 1 โครงการ "แชมเบอร์ส อ่อนนุช สเตชั่น"





โครงการ แชมเบอร์ส อ่อนนุช สเตชั่น เป็นคอนโดโลว์ไรส์ที่มาในคอนเซ็ปต์คอนโดอารมณ์บ้าน แต่โครงการนี้มีความพิเศษที่อยู่ใกล้ BTS อ่อนนุชในระยะ 230 เมตร และมีราคาเริ่มต้น 3-5 ล้านบาท 
โดยมูลค่าโครงการอยู่ที่ 1,700 ล้านบาท



สำหรับโครงการบ้านใหม่จะเปิดตัว 14 โครงการ มูลค่ารวม 13,300 ล้านบาท 


บ้านราคา 3-60 ล้านบาท จำนวน 10 โครงการ ได้แก่


เดอะ เจนทริ เอกมัย-ลาดพร้าว



แกรนด์ บางกอก บูเลอวาร์ด รามอินทรา-เสรีไทย

บางกอก บูเลอวาร์ด ศรีนครินทร์-บางนา



บางกอก บูเลอวาร์ด พระราม 9-2

บางกอก บูเลอวาร์ด รามอินทรา-เสรีไทย



เวนิว ติวานนท์-รังสิต

เวนิว เวสต์เกต



เวนิว พระราม 9



เพฟ  ปิ่นเกล้า-ศาลายา

เพฟ มอเตอร์เวย์-ฉะเชิงเทรา


นอกจากนี้ยังมี ทาวน์โฮม 2 โครงการ และ โฮมออฟฟิศ 1 โครงการ ราคา 2-10 ล้านบาท ได้แก่



เวิร์ฟ ติวานนท์-รังสิต

เวิร์ฟ พระราม 9



เวิร์คเพลส เพชรเกษม 81-2


และยังมีแบรนด์ใหม่ชื่อ “V Compound” เป็นบ้านและทาวน์โฮม ราคา 3- 7  ล้านบาท  โครงการวี คอมพาวด์ ราชพฤกษ์-ปิ่นเกล้า



ทั้งนี้สำหรับผลการดำเนินงานที่ผ่านมาในช่วงครึ่งปีแรกของ SC Asset เติบโตทั้งรายได้ และกำไรสุทธิ สรุปดังนี้

  • 1. มีรายได้รวม 6,652 ล้านบาท เติบโต 44% (yoy) โดยรายได้หลักมาจากโครงการเพื่อขาย 6,223 ล้านบาท คิดเป็น 94% ของรายได้รวม ประกอบด้วย
  • 1.1 รายได้จากการขายแนวราบ 4,522 ล้านบาท เติบโต 49% (yoy) ทั้งนี้เมื่อเทียบกับกับช่วงเดียวกันปีที่ผ่านมา การเติบโตของแนวราบมีความโดดเด่นใน 3 กลุ่ม ได้แก่

- บ้านหรูราคา 20 ล้านบาทขึ้นไป เติบโต 67% 

- บ้านราคา 8-20 ล้านบาท เติบโต 512% 

- ขณะที่ราคาน้อยกว่า 5 ล้านบาท เติบโต 132%

  • 1.2 และเป็นรายได้จากการขายคอนโดฯ 1,701 ล้านบาท เติบโต 49% (yoy) เช่นกัน ส่วนใหญ่มาจากการโอนโครงการ SALADAENG ONE (ศาลาแดง วัน) 1,119 ล้านบาท และที่เหลือ 582 ล้านบาท มาจากคอนโดฯ สร้างเสร็จพร้อมอยู่จากโครงการ CHAMBERS (แชมเบอร์ส), CENTRIC (เซ็นทริค) และ THE CREST (เดอะเครสท์)
  • 2. สำหรับกำไรสุทธิ 704 ล้านบาท เติบโต 107% (yoy)  ด้วย 2 สาเหตุหลัก คือ
  • 2.1 มีรายได้เติบโตทั้งแนวราบและแนวสูง โดยเริ่มโอนคอนโดฯ SALADAENG ONE (ศาลาแดง วัน) ในไตรมาส 2
  • 2.2 การบริหารค่าใช้จ่ายมีประสิทธิภาพดีขึ้น ทั้งด้านการตลาด ด้วยรายได้ที่เติบโต 49% แต่มีค่าใช้จ่ายการตลาดลดลง 13% โดยได้มีการทำ JBP (Joint Business Partner) กับ Google และใช้การตลาดออนไลน์สูงกว่าปีที่ผ่านมาเกือบ 100% พร้อมกับค่าใช้จ่ายในการบริหารโครงการแนวราบเฉลี่ยลดลง 15%


สำหรับยอดขายรวมครึ่งปีแรกเท่ากับ 7,235 ล้านบาท โดยมาจากแนวราบและแนวสูงในสัดส่วน 70% และ 30%โดย ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2561 บริษัทและบริษัทย่อยมีสินทรัพย์รวมและหนี้สินรวมเท่ากับ 41,711 ล้านบาท และ 26,583 ล้านบาทตามลำดับ



ทั้งนี้กลยุทธ์ Re-invention 2020 ที่มุ่งสู่การเป็น Living Solutions Provider มีความคืบหน้าไปแล้วตามแผน ดังนี้


  1. ร่วมพัฒนา Baan Rue Jai Application กับบริษัท ไฟร์ วัน วัน จำกัด เพื่อสร้างประสบการณ์การสื่อสารที่ใกล้ชิดระหว่าง SC และ ชาว SC Family พร้อมให้ดาวน์โหลดทั้งระบบ iOS และ Android ไตรมาส 4 นี้ โดย 2 feature สำคัญเป็นการแจ้งซ่อม และ One-on-One Conversation ที่ชาว SC Family สามารถติดต่อ SC และติดตามสถานะงานซ่อมได้ทุกที่ตลอด 24 ชม. และหลังจากนี้จะมี feature ใหม่ๆ เพิ่มเข้ามาทุก ๆ ไตรมาส ผ่านวิธีคิดอย่างเข้าใจและรู้ใจผู้ใช้ (human-centric)
  2. มีการร่วมมือกับพันธมิตรธุรกิจหลากหลายใน  ecosystem  นำร่องโดยการจัดสรรพื้นที่จำนวน 6 ไร่ บริเวณด้านหน้าของที่ดินบางกะดี จ.ปทุมธานี  ขนาด 240 ไร่ เพื่อพัฒนาพื้นที่สาธารณะให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ผู้อยู่อาศัยและชุมชนในย่าน
  3. เริ่มปรับปรุงพื้นที่กว่า 1,500 ตร.ม. บริเวณชั้น 14 ณ อาคารชินวัตร 3 สำนักงานใหญ่ เป็น co-working space เพื่อส่งเสริมการทำงาน (co- creation) ร่วมกับ Startup หรือกลุ่มพันธมิตรธุรกิจต่างๆ  พร้อมเปิดใช้ไตรมาส 2/2562
  4. ร่วมกับบริษัทที่ปรึกษาชั้นนำ Slingshot Group ปรับวัฒนธรรมองค์กร เพื่อรองรับการเติบโตในบริบทใหม่ สำหรับทุกคนในองค์กร และ คนรุ่นใหม่ที่จะเข้าร่วมงานกับ SC ในอนาคต


นายณัฐพงศ์กล่าวสรุปว่า “ บริบทใหม่ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงของ landscape ในการทำธุรกิจ SC จะเติบโตต่อไปอย่างยั่งยืน โดยเป็น Living Solutions Provider ผสานนวัตกรรมเข้ากับที่อยู่อาศัย เพื่อตอบโจทย์การใช้ชีวิตในปัจจุบันและอนาคต เราพร้อมปรับตัวอยู่เสมอ เรียนรู้พฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอของมนุษย์ผู้อยู่อาศัย แต่ 2 สิ่งที่จะไม่เปลี่ยนแปลง คือ คุณภาพสูง และ ความจริงใจจาก SC