รูปบทความ จุฬาฯ เผย 5 แบรนด์อสังหาฯ ที่ประชาชนไว้ใจมากที่สุด!

จุฬาฯ เผย 5 แบรนด์อสังหาฯ ที่ประชาชนไว้ใจมากที่สุด!

คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เผยผลวิจัย 5 แบรนด์อสังหาฯ ที่ได้รับการไว้วางใจจากผู้บริโภคมากที่สุด


คงปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ตลาดอสังหาฯ ในบ้านเรากำลังเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดูได้จากมูลค่าการซื้อ-ขาย และการลงทุนในปีที่ผ่านมาที่สูงกว่า 800,000 บาท แต่ทุกการลงทุนย่อมมีความเสี่ยง หลายท่านที่กำลังมองหาช่องทางการลงทุนด้านอสังหาฯ อาจจะมีข้อสงสัยว่า ควรจะลงทุนกับแบรนด์อสังหาฯ ในเจ้าใดจึงจะเหมาะสมและได้รับความไว้วางใจมากที่สุด ซึ่งข้อสงสัยเหล่านี้ได้รับการเปิดเผยข้อมูลอย่างเป็นทางการจากคณะทีมวิจัยจากภาควิชาการตลาด คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยที่คิดค้นเครื่องมือชี้วัดว่า แบรนด์ใดได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภคมากที่สุด ซึ่งผลวิจัยก็ระบุผลออกมาเป็น 5 แบรนด์ดัง ได้แก่ พฤกษา, อนันดา, แสนสิริ, ศุภภาลัย, และแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์

ศ.ดร. กุณฑลี รื่นรมย์ และดร. เอกก์ ภทรธนกุล คณะผู้วิจัยจากภาควิชาการตลาด คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พร้อมกับผู้สนับสนุนหลักอย่าง พฤกษา เรียลเอสเตท เปิดเผยถึงเครื่องมือดัชนีความไว้วางใจในแบรนด์อุตสาหกรรมอสังหาเป็นครั้งแรกในประเทศไทย โดยเครื่องมือดังกล่าวนี้มีชื่อว่า CU-BTI (Chulalongkorn University: Brand Trust Index) ซึ่งเกิดขึ้นจากการคัดกรองตัวแปรจากทฤษฎีแนวคิดทางการตลาด มาจัดทำเป็นชุดคำถามโดยกลุ่มเป้าหมายจะเป็นผู้บริโภคที่มีแผนซื้ออสังหาฯ ภายใน 1 ปี และผู้บริโภคที่เคยผ่านการซื้ออสังหาฯ มาแล้วไม่เกิน 1 ปี จำนวนรวมทั้งสิ้น 1,040 คน โดยตีค่าแบรนด์อสังหาฯ ในแต่ละรายออกมาเป็นค่าคะแนน ซึ่งผลวิจัยดัชนีความไว้วางใจแบรนด์ในอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ ประจำปี 2560 (Thailand’s Top Brand Trust Index in the Real Estate Industry 2017) โดยจำแนกตามประเภทที่อยู่อาศัย ผลปรากฏว่า

อสังหาฯ ประเภทบ้านเดี่ยว แบรนด์ที่ได้รับความไว้วางใจมากที่สุดมีด้วยกัน 2 แบรนด์คือ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ และพฤกษา

อสังหาฯ ประเภททาวน์เฮ้าส์ แบรนด์ที่ได้รับความไว้วางใจมากที่สุดคือ แสนสิริ

อสังหาฯ ประเภทคอนโดมิเนียม แบรนด์ที่ได้รับความไว้วางใจมากที่สุดมีด้วยกัน 2 แบรนด์ อนันดา และศุภาลัย

โดยทั้ง 5 แบรนด์มีค่าดัชนีความไว้วางใจเท่ากันแบรนด์ที่ร้อยละ 81


ผลงานวิจัยในครั้งนี้ นับว่าเป็นประโยชน์อย่างยิ่งกับวงการอสังหาริมทรัพย์ของประเทศไทย โดยผู้ประกอบการสามารถนำไปใช้ เพื่อวัดความไว้วางใจของผู้บริโภค และนำไปสู่การวางแผนการดำเนินธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไปในอนาคต และที่น่าสนใจก็คือ ตามเครื่องมือวิจัยได้ระบุว่า สิ่งที่ผู้บริโภคในยุคปัจจุบันต้องการจากแบรนด์อสังหาฯ มากที่สุดก็คือ “บริการหลังการขาย” ซึ่งมีค่ามากกว่าปัจจัยด้านราคาเสียอีก


ที่มา 

http://www.buildernews.in.th