รูปบทความ ซื้อคอนโดมิเนียมได้โฉนดหรือไม่

ซื้อคอนโดมิเนียมได้โฉนดหรือไม่

มีคนสงสัยเรื่องการซื้อคอนโดมิเนียมนั้นจะได้โฉนดแสดงกรรมสิทธิ์เหมือนการซื้อที่ดินหรือไม่ เพราะหลายท่านคงมีโฉนดที่ดิน และไม่ต้องบอกเลยว่าหน้าตาของโฉนดที่ดินเป็นอย่างไร แล้วโฉนดของคอนโดมีหรือไม่ ถ้ามีแล้วเหมือนโฉนดที่ดินไหม จึงเป็นเรื่องที่ Estopolis ต้องนำมาให้ทราบอีกเช่นเคย เพราะว่าเป็นเรื่องสำคัญมากสำหรับชาวคอนโดที่ใฝ่หาความสมัยใหม่ และมีสไตล์การใช้ชีวิตที่หลากหลาย คอนโดมิเนียมยุคนี้จึงมีทุกสิ่งทุกอย่างให้ท่านได้สัมผัสบรรยากาศแห่งความสุข ก่อนที่จะเข้าไปสู่เนื้อหาเรื่องโฉนดคอนโด ควรทราบเรื่องเอกสารสิทธิ์ที่ดินว่าหมายถึงอะไร มีเอกสารแบบใดบ้าง เพื่อจะให้ทราบและเข้าใจมากขึ้น แล้วต่อจากนั้นถึงจะให้รู้ถึงเรื่องโฉนดคอนโดต่อไป

เอกสารสิทธิ์ที่ดิน เป็นใบแสดงสิทธิ์การเป็นเจ้าของที่ดิน สิ่งปลูกสร้าง โดยหน่วยจากภาครัฐเป็นผู้ออกให้เพื่อเป็นหลักฐานว่าท่านเป็นเจ้าของสิทธิ์ในที่ดิน กล่าวง่าย ๆ ก็คือใบแทนเพื่อแสดงความเป็นเจ้าของ และเพื่อนำไปทำนิติกรรมที่เกี่ยวกับทรัพย์สินนั้นได้ ซึ่งมีนิติกรรมมีอยู่หลายแบบ ส่วนใหญ่เป็นสัญญาที่ในชีวิตประจำวันต้องทำสัญญากัน ซึ่งเป็นความจำเป็นสำหรับผู้ที่ต้องการจะทำสัญญาในเรื่องนั้น ๆ อย่างเช่นการซื้อขายคอนโด ม่ว่าจะเป็นการซื้อคอนโดก่อนสร้าง หรือซื้อคอนโดตอนสร้างเสร็จแล้ว ส่วนใหญ่เป็นการซื้อผ่อนชำระกับสถาบันการเงินอย่างธนาคาร ซึ่งการซื้อคอนโดก่อนสร้างเสร็จเรียกว่าเป็นการซื้อคอนโดมือหนึ่ง โดยเริ่มจากการจอง แล้วมาทำสัญญาจะซื้อจะขาย และมีการผ่อนเงินดาวน์ เมื่อคอนโดสร้างเสร็จเรียบร้อย เงินดาวน์จ่ายครบ ต่อจากนั้นจะเป็นการทำสัญญากู้กับสถาบันการเงิน อย่างธนาคารทั่วไปที่ปล่อยสินเชื่อเพื่อการซื้อที่อยู่อาศัย เช่น ขอสินเชื่อเพื่อซื้อคอนโด ขอสินเชื่อเพื่อซื้อบ้านจัดสรร แล้วประโยชน์ของเอกสารสิทธิ์ยังมีในเรื่องของการจำนอง ซึ่งการจำนอง คือ สัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่งเรียกว่า ผู้จำนอง เอาทรัพย์สินตราไว้แก่บุคคลอีกคนหนึ่งเรียกว่า ผู้รับจำนอง เพื่อประกันการชำระหนี้ โดยไม่ส่งมอบทรัพย์สินนั้นให้แก่ผู้รับจำนอง ต่อมาอีกเรื่องที่ทำกันบ่อย ๆ คือการปล่อยให้เช่าคอนโด ซึ่งสัญญาเช่าควรทำเป็นลายลักษณ์อักษรจะดีกว่า แล้วถ้าเป็นการปล่อยให้เช่าในเวลาเกินกว่า 3 ปีแล้วละก็ ต้องไปจดทะเบียนการเช่ากับกรมที่ดิน หรือสำนักงานที่ดินในเขต ท่านถึงจะฟ้องร้องบังคับตามกฎหมายได้ โดยส่วนมากแล้วจะมีกฎหมายบัญญัติการทำสัญญาไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ต่อไปจะอธิบายเรื่องเอกสารสิทธิ์ว่ามีกี่ประเภท

เอกสารสิทธิ์มีอยู่ด้วยกัน 5 ประเภท ดังนี้ ใบจอง หนังสือรับรองการทำประโยชน์ ใบไต่ส่วน โฉนดที่ดิน สุดท้ายเป็นหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุด ที่จะอธิบายให้ทราบ เพื่อความเข้าใจของชาวคอนโดสมัยใหม่ มาเริ่มกันเลย ลำดับแรกขอตอบเรื่องหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุดมีเหมือนกับโฉนดที่ดิน แล้วโฉนดคอนโดเรียกว่าอย่างไร ที่เรียกกันติดปากว่าโฉนดนั้น สำหรับคอนโดมิเนียมจะเรียกกันว่าหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุด ตามพระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ.2522 แล้วความหมายของหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุด คืออะไร

หนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุด คือ หนังสือสำคัญแสดงกรรมสิทธิ์ในทรัพย์ส่วนบุคคล และกรรมสิทธิ์ร่วมในทรัพย์ส่วนกลาง ซึ่งเป็นเอกสารสิทธิ์ในที่ดินประเภทหนึ่ง ที่กรมที่ดินออกให้เพื่อแสดงความเป็นเจ้าของ คล้ายกับโฉนดที่ดิน สามารถทำการขาย จำนอง หรือขายฝากได้ ใบไต่สวน ใบจอง ส่วนเอกสารสิทธิ์ในที่ดินที่หน่วยงานอื่นของรัฐออกให้ อย่าง ส.ป.ก. 4 – 01 ที่มีการออกหนังสือก็เพื่อมีรายละเอียดที่เกี่ยวกับทรัพย์สินประเภทนั้น ว่าเป็นของใคร มีพื้นที่ขนาดเท่าไร และยังมีรายละเอียดอื่น ๆ อีก แล้วหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุดนั้น มีรายละเอียดอย่างใดบ้าง

รายละเอียดที่ต้องมีในหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุด คือ ตำแหน่งที่ดิน จำนวนเนื้อที่ของที่ดินทั้งหมดของคอนโด และมีแผนผัง ความกว้าง ความยาว ความสูง อัตราส่วนของการมีกรรมสิทธ์ในทรัพย์ส่วนกลาง มีชื่อ-สกุลเจ้าของกรรมสิทธ์ห้องชุดนั้น และต้องมีชื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ พร้อมด้วยประทับตราประจำตำแหน่งด้วย โดยหนังสือกรรมสิทธ์ห้องชุดนั้น ทำเป็นคู่ฉบับทั้งหมด 2 ฉบับด้วยกัน เก็บไว้กับเจ้าของฉบับหนึ่ง อีกฉบับจะอยู่ที่สำนักงานเจ้าหน้าที่ เพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐาน เพราะถ้าทำหายก็ยังมีที่สำนักงานอีกฉบับหนึ่งนั้นเอง

จากบทความนี้ ท่านและชาวคอนโดคงทราบแล้วว่า เมื่อซื้อคอนโด จะได้โฉนดคอนโด ซึ่งเหมือนกันการซื้อที่ดิน โดยสามารถนำไปใช้เป็นเอกสารหนังสือแสดงสิทธิ์ในเรื่องต่าง ๆ ได้ แต่โดยส่วนใหญ่การทำเรื่องต่าง ๆ นั้น จะไปดำเนินการที่สำนักงานที่ดินในเขต และการทำสัญญาต่าง ๆ นั้นต้องทำตามที่กฎหมายกำหนดด้วย อย่างเช่นสัญญาซื้อขายคอนโด สัญญาจำนอง เป็นต้น

การซื้อที่อยู่อาศัยประเภทคอนโดมิเนียม บางท่านอาจจะบอกว่าเป็นการได้พื้นที่ในอากาศ ซึ่งไม่เหมือนกับการซื้อที่ดิน ที่ได้พื้นที่ดินจริง ๆ แต่ท่านอย่าลืมว่าการซื้อคอนโดไว้ในเขตเมือง และใกล้สถานีรถไฟฟ้า ใกล้ที่ทำงาน สถาบันการเรียนการศึกษาของบุตร หรือของท่าน อีกทั้งใกล้โรงพยาบาล สถานีตำรวจ ห้างสรรพสินค้า นั่นหมายความว่า เป็นการลดค่าใช้จ่ายของการเดินทาง ลดค่าใช้จ่ายที่เป็นค่าน้ำมันรถ แล้วยังรวมไปถึงค่าใช้จ่ายในด้านอื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งเมื่อเท่ากับการอยู่อาศัยกับบ้านหลังเดี่ยว ที่ได้พื้นที่ดิน และมีพื้นที่มากก็จริงอยู่ แต่ถ้าบ้านนั้นอยู่ไกลจากที่สถานที่ดังกล่าว อาจต้องเสียเวลา รวมทั้งค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ซึ่งเมื่อคิดรวมแล้วไม่คุ้มค่า ดังนั้นท่านเลือกซื้อคอนโดมิเนียมไว้จะดีกว่ามาก เพราะทั้งสะดวก และได้โฉนดคอนโด ที่เหมือนกับโฉนดที่ดินนั่นเอง