รูปบทความ ทีมอสังหาฯ เดินหน้าทำ "บริการหลังการขาย" หวังขยายฐานลูกค้า

ทีมอสังหาฯ เดินหน้าทำ "บริการหลังการขาย" หวังขยายฐานลูกค้า

"บริการระหว่างการขาย" ถือเป็นขั้นตอนการบริการที่ทุกองค์กรควรให้ความสำคัญ เพราะนอกจากจะช่วยสร้างความประทับใจให้แก่กลุ่มลูกค้าแล้ว ยังส่งผลถึงความน่าเชื่อถือและความไว้วางใจต่อต่อบริษัทด้วยเช่นกัน แต่ปัจจุบันก็มีบริษัทหลายแขนงที่เริ่มหันมาจับ "บริการหลังการขาย" ควบคู่กันไปด้วย เพราะง่ายต่อการควบคุม บริหารจัดการ อาทิเช่น ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ที่ตอนนี้เริ่มมีผู้พัฒนาชั้นนำหลายเจ้ารุกหน้าทำธุรกิจบริการหลังการขายอย่างเต็มตัว หวังเสริมรายได้หลักให้เติบโตขึ้นอย่างยั่งยืน

อย่าง บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ ที่วางแผนดึงบริษัทพรีโม พร็อพเพอร์ตี้ โซเลชั่น เข้ามาหวังสร้างรายได้ ช่วยเสริมรายได้หลักให้แข็งแรงขึ้น ซึ่งปัจจุบันการทำธุกิจเกี่ยวกับบริการหลังการขาย หรือ after sale services จะดูแลงานบริหารโครงการที่อยู่อาศัยของตนเองแล้ว ยังรับหน้าที่บริหารโครงการทั่วไป ตลอดจนงานซ่อมบำรุง การรักษาความปลอดภัย นอกจากนี้ยังสะดวกในการควบคุมคุณภาพและภาพโครงการให้อยู่ในสภาพดีเหมือนเดิม


โดย นายพีระพงศ์ จรูญเอก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) ให้เหตุผลว่า ธุรกิจด้านนี้ทำการแข่งขันในระยะยาว และเป็นส่วนที่จะมาสร้างความแข็งแกร่งให้กับบริษัทแม่ และตั้งเป้าให้นวัตกรรมและบริการหลังการขายนั้น เข้ามาเป็นปัจจัยที่ 4 ที่ 5 พร้อมตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ชีวิตยุคดิจิตอล โดยวางแนวคิดไว้ 4 ประเด็นคือ

1. การตอบโจทย์ชีวิตดิจิตอลด้วยเซอร์วิสแอพพลิเคชั่น

2. การเป็นมากกว่าคอนโดมิเนียมด้วยบริการระดับโรงแรม

3. การจับมือกับพันธมิตรเพื่อมอบสิทธิพิเศษในการใช้ชีวิตให้แก่ผู้อยู่อาศัย ซึ่งมีการจับมือกับผู้ให้บริการบัตรแรบบิท จัดทำบัตร ORIGIN Family Club Card บัตรเดียวใช้ได้กับคอนโดมิเนียม และรถไฟฟ้า BTS

4. การดูแลรักษาความปลอดภัยอย่างมีประสิทธิภาพ


และจากการที่หลายบริษัทเหลือมียูนิตเหลือขายเพิ่มมากขึ้น ทำให้การจัดตั้งบริษัทด้านการขายสินค้าของตนเองนั้น ย่อมดีกว่าให้โบรคเกอร์ขายอยู่แล้ว เนื่องจากผเจ้าของโครงการสามารถควบคุมราคาไม่ให้ต่ำกว่าต้นทุน หรือมีสิทธิ์ในการตัดสินใจจัดกิจกรรมทางการตลาด อย่าง จัดโปรโมชั่นลดแลกแจกแถมได้เต็มที่ ทั้งการขายสินค้าเองยังเป็นการสร้างรายได้ให้กับบริษัทอีกทางหนึ่ง จะเสนอขายเป็นล็อตหรือขายให้กับนักลงทุนทีเดียว 10 ห้องรวดก็ย่อมทำได้เช่นกัน ประเด็นสำคัญคือ การตั้งบริษัทหลังการขายเอง จะทำให้รวบรวมฐานข้อมูลของกลุ่มลูกค้าได้ง่ายและทั่วถึง

ซึ่ง นายสุรเชษฐ กองชีพ รองผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย คอลลิเออร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย ก็เล็งเห็นถึงข้อดีเหล่านี้ เพราะนอกจากการเป็นตัวแทนขายให้กับผู้ซื้อทั่วไป ยังสามารถบริหารเรื่องการปล่อยเช่าได้อย่างครอบคลุม เพื่อนำมาต่อยอดในการพัฒนาโครงการอื่นๆ ของบริษัท เรียกว่าเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคเกือบทุกช่องทาง เช่น แอพพลิคชั่นที่พัฒนามาเพื่อรองรับบริการหลังการขายและการซื้อขายโดยเฉพาะ


ส่วน บริหาร บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด(มหาชน) ก็ให้ความสำคัญกับเรื่องคุณภาพบริการหลังการขาย เพราะเป็นปัจจัยหลักที่ลูกค้าใช้ในการตัดสินใจเลือกซื้อบ้านและคอนโดมิเนียม และเพื่อให้บริกาารหลังการขายเติบโตไปพร้อมๆ กับปริมาณลูกค้า นายณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด(มหาชน) จึงเร่งเดินหน้าจัดตั้งบริษัท เอสซี เอเบิล จำกัด ขึ้นมาเพื่อบริหารจัดการงานซ่อมทั้งหมดของเอสซี แอสเสทฯ นอกจากนี้ยังเปิด Able Academy สถาบันอบรมพัฒนาช่างฝีมือ และอบรมทีมรักษาความปลอดภัย (รปภ.)ที่ดูแลความปลอดภัยให้โครงการภายใต้เอสซีทั้งหมดด้วย ควบคู่กับพัฒนาแอพพลิเคชั่น ฟิกซิ(Fixzy) ที่รวบรวมสารพัดช่างอันดับหนึ่งของประเทศไทย ซึ่งช่างเหล่านี้จะได้รับการฝึกพัฒนาจาก Able Academy เพื่อดูแลลูกค้าของSC พร้อมกับสร้างมาตรฐานใหม่ของการบริการหลังการขายของธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย


ที่มา

http://www.thansettakij.com