รูปบทความ ปล่อยเช่าคอนโดรายวัน ระวังโทษทั้งจำทั้งปรับ!!

ปล่อยเช่าคอนโดรายวัน ระวังโทษทั้งจำทั้งปรับ!!


เนื่องด้วยสังคมในปัจจุบันได้เปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุคดิจิตอลอย่างเต็มรูปแบบ จึงทำให้ไลฟ์สไตล์ของนักท่องเที่ยวที่เริ่มนำเทคโนโลยีมามีส่วนช่วยในการเดินทางกันมากขึ้น อย่างการค้นหาโปรโมชั่น สถานที่ท่องเที่ยว จองตั๋วเครื่องบิน รถไฟ สวนสนุก และอื่นๆ อีกมากมาย และที่ขาดไม่ได้ก็คือการจองที่พัก ที่มีรูปแบบการให้บริการที่หลากหลายตามไลฟ์สไตล์ของนักท่องเที่ยวแต่ละคน เช่น อยากอยู่สบายๆ มีบริการต่างๆ พร้อม ก็เลือกโรงแรม รีสอร์ท หรือใครที่เป็น Backpacker ชอบผูกมิตรกับผู้คนอยู่ง่ายกินง่ายอาจเลือกเกสต์เฮ้าส์ ไม่ก็โฮสเทล หรือเทรนด์ที่พักรูปแบบใหม่ที่มาแรงอย่างคอนโดก็เริ่มเข้ามาเจาะตลาดที่พักอาศัยแล้วเช่นกัน


สิ่งที่ทำให้คอนโดมิเนียมเป็นหนึ่งตัวเลือกของสถานที่พักยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวให้ความสนใจ เนื่องจากมีราคาถูกกว่าโรงแรม ทำเลตั้งอยู่ใจกลางเมือง ใกล้รถไฟฟ้า ใกล้แหล่งท่องเที่ยว บางโครงการก็อยู่ติดริมแม่น้ำก็นำจุดเด่นตรงนี้มาขายได้เช่นกันทำให้เจ้าของที่มีห้องว่างเริ่มมองหาช่องทางใหม่อย่าง การปล่อยเช่ารายวัน ขึ้นมา 

เหตุผลที่นำห้องมาปล่อยเช่ารายวัน ?

สำหรับเทรนด์การปล่อยเช่าคอนโดรายวันมีมาได้สักระยะนึงแล้ว แต่ในช่วง 4-5 ปีนี้ได้รับความนิยมจากกลุ่มนักลงทุนเป็นอย่างมาก นั่นเพราะว่าการมีเว็บไซต์ให้เช่าที่พักชื่อดังเข้ามาทำตลาดในเมืองไทย ทำให้การปล่อยเช่ารายวันสามารถหากลุ่มลูกค้าได้ง่ายมากกว่ารายเดือน แถมผลตอบแทนที่ได้ต่อเดือนก็อยู่ในเกณฑ์ที่ดีกว่าค่าเช่ารายเดือนหลายพันบาท โดยราคาเฉลี่ยสำหรับปล่อยเช่ารายวันอยู่ที่ 1,500 -5,00 บาท ขึ้นอยู่กับทำเลของโครงการ ขนาดที่พัก และฤดูการท่องเที่ยว ยิ่งทำให้นักลงทุนมองเห็นโอกาสทำกำไรกันมากขึ้น ซึ่งแบ่งได้เป็น 2 ตลาดใหญ่


ตลาดกรุงเทพ

คอนโดในกรุงเทพ โดยเฉพาะตามแนวรถไฟฟ้า โซนใจกลางเมือง หรือใกล้เมือง นักลงทุนจะนำห้องมาปล่อยเช่ารายวันเป็นจำนวนมาก นอกจากจุดแข็งหลักในเรื่องการเดินทางที่สะดวกสบายใกล้รถไฟฟ้าแล้ว สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ก็ครบครัน อีกทั้งเจ้าของห้องบางรายมีการเสนอแพ็จคเกจค่าห้องรวมอาหารเช้าฟรีอีกด้วย เรียกได้ว่า นอนหรู อยู่สบาย ในราคาที่ใครๆ ก็เอื้อมถึง และห้องนึงนั้นก็สามารถเข้าพักได้หลายคน เมื่อแชร์ค่าที่พักแล้วมีราคาถูกว่าหลายๆ โรงแรมด้วยซ้ำ

ตลาดเมืองท่องเที่ยว

สำหรับตลาดปล่อยเช่ารายวันในต่างจังหวัด มักเป็นเมืองท่องเที่ยวใหญ่ๆ อย่าง พัทยา หัวหิน เขาใหญ่ เชียงใหม่ ฯลฯ ที่เรียกได้ว่าเป็นเมืองที่ปล่อยเช่าคอนโดรายวันมากที่สุด จะเห็นได้ว่าบางโครงการได้รับประกันผลตอบแทน (Yield) สูงๆ เพราะจะให้เรานำห้องชุดไปปล่อยเช่ารายวันนั่นเอง

นี่จึงเป็นแรงจูงใจที่ทำให้นักลงทุนเข้าสู่วงการปล่อยเช่ารายวันมากขึ้น


ปล่อยเช่ารายวันผิดกฏหมายหรือไม่ ?

มาถึงคำถามที่หลายคนสงสัยกันมากว่านำคอนโดมาปล่อยเช่ารายวันผิดกฎหมายหรือไม่นั้น ทาง สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ได้ออกมาชี้แจงว่าอาจผิดกฎหมายอย่างน้อย 2 ฉบับ ได้แก่


1. พ.ร.บ.โรงแรม พ.ศ. 2478 เป็นการการกระทำที่ผิดกฎหมายเนื่องจากเข้าข่ายจดทะเบียนผิดประเภท เนื่องจากไม่ได้จดทะเบียนเป็นโรงแรม มีผลให้ห้องชุดหรืออาคารชุดจะไม่ได้คุ้มครองผู้บริโภคตามข้อบังคับของโรงแรม เช่น กรณีทรัพย์สินผู้เข้าพักสูญหายหรือเสียหายในพื้นที่ส่วนกลาง จะไม่มีผู้รับผิดตามกฎหมาย

2. พ.ร.บ.อาคารชุด พ.ศ. 2522 นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายมีหน้าที่ดูแลส่วนกลางเท่านั้น แต่สามารถฟ้องหมิ่นประมาทกับเจ้าของห้องที่ปล่อยเช่ารายวันได้ในกรณีที่ทำให้โครงการเสียชื่อเสียง


และการที่เจ้าของห้องปล่อยเช่ารายวันอาจผิดกฎหมายตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 ที่ต้องรายงานชื่อของชาวต่างชาติให้ตม. รับทราบภายใน 24 ชั่วโมง ยังไม่รวมถึงกฎหมายภาษีอีกด้วย

(ที่มาข้อมูล : ประชาชาติธุรกิจ)


ผลกระทบที่ตามมาจากการปล่อยเช่ารายวัน

สิ่งที่จะตามมาจากการให้เช่าคอนโดรายวัน คือ ผลกระทบด้านความปลอดภัยต่อลูกบ้านรายอื่นๆ เพราะการปล่อยเช่ารายวันทำให้ผู้พักอาศัยในคอนโดต้องพบเจอกับคนแปลกหน้าที่ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนเข้ามา จึงเกิดความละเลยในการคัดกรองคน ที่จะทำให้เกิดความเสี่ยงต่อชีวิตและทรัพย์สินของลูกบ้านในคอนโดคนอื่นๆ

อีกทั้งนักท่องเที่ยวที่เข้ามาพักอาศัยรายวันมีพฤติกรรมไม่เคารพกฎระเบียบในการอยู่อาศัยคอนโด เขาคิดว่าจ่ายเงินค่าที่พักแล้วมีสิทธิ์ที่จะทำอะไรก็ได้ เช่น ส่งเสียงดังยามวิกาล การจัดการขยะที่ไม่เรียบร้อย ไม่ดูแลทรัพย์สินส่วนกลาง ซึ่งการกระทำเหล่านี้สร้างความเดือดร้อนทั้งให้ผู้พักอาศัยในคอนโดและทรัพย์สินส่วนกลางภายในโครงการ

แม้การที่นักลงทุนปล่อยเช่าคอนโดรายวันจะมองว่านี่เป็นสิทธิ์ของตนในการที่จะปล่อยเช่าในรูปแบบใด จะให้ใครมาอยู่ หรือทำอะไรก็ได้ แต่ควรคำนึงว่าการพักอาศัยในคอนโด คือ การที่เราอยู่ร่วมกับคนอื่น ทุกคนเป็นเจ้าของทรัพย์สินส่วนกลางร่วมกันและมีสิทธิ์เท่าเทียมกัน ไม่ใช่คุณเป็นเจ้าของห้องเพียงคนเดียวแล้วคิดว่าตัวเองจะทำอะไรก็ได้ อย่าลืมว่าคุณก็เองก็ใช้สิ่งอำนวยความสะดวกในโครงการมาในเชิงพาณิชย์เพื่อสร้างผลตอบแทนให้กับตนเอง จะทำอะไรควรนึกถึงใจของลูกบ้านคนอื่นๆ กันสักนิด


เพราะทุกคนมีสิทธิ์เท่าเทียมกัน และเราก็ไม่ควรที่จะใช้สิทธิ์ที่มีนั้นละเมิดสิทธิและความเป็นส่วนตัวกับเจ้าของห้องชุดท่านอื่นๆ ด้วย