รูปบทความ NEW EBD รามคำแหง-มีนบุรี ทำเลเชื่อมต่อความเจริญจากเมืองสู่เมือง

‘รามคำแหง-มีนบุรี’ ทำเล NEW EBD Extension Business District ใหม่! ต้นฉบับชีวิต (ไม่) ธรรมดากับ The New Interchange

10-06-2019

 

เกือบจะเป็นเรื่องธรรมดาที่ใคร ๆ ก็พูดถึง ‘รามคำแหง - มีนบุรี ในแง่มุมต่าง ๆ ไม่ว่าจะด้วยความเป็นทำเลศักยภาพด้านการอยู่อาศัย หรือถนนเส้นยาวที่เชื่อมความเจริญของย่านธุรกิจในเมือง (CBD) กับพื้นที่รอบนอกไว้ด้วยกัน เรียกว่าเป็น Extension Business District ใหม่ หรือ NEW EBD ย่านส่วนต่อขยายของรถไฟฟ้า ที่นำความเจริญเข้ามาสู่พื้นที่ 


อีกทั้งรามคำแหง-มีนบุรียังครบเครื่องเรื่องแหล่งอำนวยความสะดวกในการดำเนินชีวิต ไม่ว่าจะเป็นห้างสรรพสินค้า, Avenue, ร้านอาหารชื่อดัง, สถาบันการศึกษา, โรงพยาบาลรัฐและเอกชน, ศูนย์การค้า ไปจนถึงแหล่งงานย่านนิคมอุสาหกรรมขนาดใหญ่ จนทำให้รามคำแหงกลายเป็นทำเลที่ถูกกล่าวถึงอยู่ตลอดเวลา....


เขาว่ากันว่า ‘รามคำแหง-มีนบุรี’ คือ Hub ต้นฉบับของชีวิตเรียบง่าย แต่ (ไม่) ธรรมดา


สิ่งหนึ่งที่ทำให้ ‘รามคำแหง - มีนบุรี’ กลายเป็นย่านที่ผูกพันกับคนกรุงเทพฯ มากที่สุด ก็คือ เอกลักษณ์ความเรียบง่ายในการใช้ชีวิต ที่ไม่ว่าจะขยับตัวไปทางไหนก็มักพบเจอสถานที่สำคัญ และสิ่งอำนวยความสะดวกที่เกี่ยวเนื่องกับปัจจัยในการดำเนินชีวิตทุกด้าน ทั้ง โรงเรียน, โรงพยาบาล, ศูนย์การค้า, ร้านสะดวกซื้อ, Community และร้านอาหารขึ้นชื่อมากมาย



เริ่มต้นกันที่ ‘โซนรามคำแหง-มีนบุรี’ Area สำคัญที่มีรูปแบบไลฟ์สไตล์คล้ายกับเส้นกราฟชีวิต ที่ให้บรรยากาศครึกครื้นบ้าง สงบเงียบบ้าง สลับกันไปตลอดทั้งเส้นทาง อย่างฝั่งสุขาภิบาล 3 เองก็จะมีห้างสรรพสินค้า ‘Big C สุขาภิบาล 3’ ตั้งเด่นอยู่ติดถนนใหญ่ ให้เราเข้าไปเดินเล่น หลบร้อนได้ทุกวัน



ข้างกันจะเป็น ‘เทสโก้ โลตัส’ และ ‘โฮมโปร’ ให้เราเลือกเดินจับจ่ายใช้สอย ซื้อสินค้าและของสดได้หลากหลายประเภท



และถนนสายนี้ยังมีเส้นทางไปสู่ ‘ทางพิเศษกาญจนาภิเษก’ หรือวงแหวนรอบนอกกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก ให้เราใช้เชื่อมการเดินทางไปยังโซนบางนา และบางปะอินได้อย่างรวดเร็วอีกด้วย



หรือจะขยับไปทางร่มเกล้า-มีนบุรี ก็นับว่าสะดวกสบายเช่นกัน เพราะแค่เลี้ยวขวาไป เราก็จะเจอกับ ‘Big C ร่มเกล้า’ ห้างสรรพสินค้าอีกหนึ่งแห่งที่เปิดให้บริการอยู่ไม่ไกล ให้เราเลือกเดินชอปเปลี่ยนบรรยากาศได้ตามใจ โดยบริเวณนี้จะมี ‘SCG Home Solution’ และ ‘ไทวัสดุ’ อยู่ไม่ไกล เผื่อใครอยากจะเดินเล่นดูของแต่งห้องก็ลองแวะกันมาได้



ปูพื้นฐานให้ชีวิตก้าวไปข้างหน้าอย่างสมบูรณ์แบบ
ด้วยสถาบันการศึกษาที่มีคุณภาพ



ตอบโจทย์คุณพ่อ คุณแม่ที่ต้องการหาโรงเรียนชั้นนำใกล้บ้านด้วย ‘โรงเรียนร่วมฤดีวิเทศศึกษา’ ซึ่งจะตั้งอยู่ภายในซอยรามคำแหง 184 ให้ความเงียบสงบ เป็นส่วนตัว ภายใต้มาตรการรักษาความปลอดภัยชั้นเยี่ยม ที่จะทำให้เรามั่นใจได้ว่า บุตรหลานที่ส่งเข้าเรียนที่นี่จะได้รับความปลอดภัย แถมผู้ปกครองยังสะดวกในการเดินทางไปรับ ไปส่งอีกด้วย



ในส่วนของอุดมศึกษาก็จะมี ‘มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต วิทยาเขตร่มเกล้า’ ที่ตั้งอยู่ในทำเลรามคำแหง ภายในให้บรรยากาศร่มรื่น ปกคลุมด้วยอุโมงค์ต้นไม้ยาวไปตลอดทาง ขณะเดียวกันก็พร้อมไปด้วยหลักสูตร และนวัตกรรมที่ส่งเสริมการเรียนรู้ การพัฒนาของคนรุ่นใหม่




ซึ่งย่านรามคำแหงก็จะอุดมไปด้วยสถานศึกษาหลายแห่ง ครบทุกระดับชั้น เพื่อให้ผู้ปกครองได้เลือกสรรสิ่งที่ดีที่สุดให้แก่บุตรหลาน ทั้งยังตั้งอยู่ไม่ไกลจากย่านพักอาศัย เราจึงวางใจเรื่องความปลอดภัย และความสะดวกสบายในการรับ-ส่ง



เมื่อมาถึง ‘รามคำแหง’ ก็จะต้องนึกถึง ‘มีนบุรี’ หนึ่งย่านข้างเคียงที่ช่วยเกื้อหนุนความอุดมสมบูรณ์ให้กับพื้นที่ โดยทั้งสองย่านนี้จะมีจุดเชื่อมต่อกันอยู่ตรงบริเวณแยกรามคำแหง-มีนบุรี จึงช่วยให้เราสะดวกในการเดินทาง สามารถตรงไปถนนสุวินทรวงศ์, ถนนสีหบุรานุกุจ และถนนร่มเกล้าได้ในต่อเดียว



สำหรับใครที่ต้องการเดินทางไปยัง ‘สนามบินสุวรรรภูมิ’ ก็สามารถเลี้ยวขวาเข้าถนนร่มเกล้า แล้ววิ่งต่อไปประมาณ 14 กิโลเมตรก็จะเจอทางเข้าสู่สนามบิน และเรายังสามารถเลี้ยวไปขึ้น ‘Motorway กรุงเทพ-ชลบุรี สายใหม่’ ที่เชื่อมกับทางพิเศษศรีรัช เพื่อใช้ในการเดินทางเข้า-ออกเมืองได้อีกด้วย



หรือถ้าอยากเปลี่ยนเส้นทางไปลองใช้ชีวิตชิล ๆ แถวมีนบุรี-รามคำแหงบ้าง ก็แค่เลี้ยวซ้ายเข้าถนนสีหบุรานุกิจ แล้วตรงไปอีกเล็กน้อย ก็จะเจอกับความคึกคักของ ‘ตลาดมีนบุรี’ แลนด์มาร์กด้านความอุดมสมบูรณ์ที่คนในทำเลนี้รู้จักกันดี



‘ตลาดมีนบุรี’ เป็นตลาดค้าขายขนาดใหญ่ในพื้นที่มีนบุรี-รามคำแหง โดยที่นี่จะรวมรวบสินค้าไว้มากมายทั้งของสด, อาหารแห้ง, วัตถุดิบในการประกอบอาหาร ตลอดจนผักผลไม้หลากหลายภูมิภาคที่ยกมาให้เราเลือกซื้อ เลือกสรรกันแบบจัดเต็ม ในราคาย่อมเยา



นอกจากนี้ก็ยังมีร้านอาหาร และคาเฟ่เครื่องดื่มให้นั่งพักระหว่างการเดินชอปสินค้า หรือใครอยากจะซื้อขนมหวาน ของฝากกลับไปทานที่ห้องก็สามารถเลือกชิมได้ตามอัธยาศัย เรียกว่า ถูกใจคนทุกเพศ ทุกวัย พกเงินมา 500 บาทก็ได้ของหิ้วกลับบ้านไปแบบคุ้มค่า คุ้มราคาแน่นอน



ไม่ใช่แค่ความอุดมสมบูรณ์ด้านอาหารการกินเท่านั้น แต่ทำเลแถบนี้ยังมีสถานที่สำคัญให้เราอุ่นใจยามป่วยไข้ เพราะถัดจากตลาดมีนบุรีไปไม่กี่ร้อยเมตร ก็มี ‘โรงพยาบาลนวมินทร์ 9’ กับ ’โรงเรียนเศรษฐบุตรบำเพ็ญ’ ตั้งอยู่บนเส้นถนนเดียวกัน


รวมไปถึงสถานที่ราชการประจำพื้นที่ อย่าง สำนักงานเขตมีนบุรี, ศูนย์บริการสาธารณสุข 43, โรงเรียนมีนบุรี, ศาลจังหวัดมีนบุรี, สำนักงานที่ดิน, โรงเรียนสตรีเศรษฐบุตร, สถานีตำรวจนครบาล และกองบังคับการตำรวจนครบาล 3 ร่วมอยู่ด้วย



ซึ่งบริเวณรอบ ๆ ย่านนี้จะมีการขนส่งสาธารณะหลากหลายรูปแบบ คอยให้บริการทั้งคนในและนอกพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นวินรถตู้, รถสองแถว, จักรยานยนต์รับจ้าง และรถโดยสารประจำทางหลายสาย



และไม่ไกลกันมากนัก เราก็จะเจอกับโรงพยาบาลประจำพื้นที่อีกหนึ่งแห่ง นั่นก็คือ ‘โรงพยาบาลเสรีรักษ์’ สถานพยาบาลขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่บริเวณสี่แยกมีนบุรี



ถ้ามองในแง่ของการลงทุนแล้ว… การที่ทำเลหนึ่งจะมีครบทั้งสิ่งอำนวยความสะดวกด้านอุปโภค-สาธารณูปโภค, สถาบันศึกษา, สถานที่ราชการ, โรงพยาบาล, แหล่งอาหารการกิน ตลอดจนอยู่ไม่ไกลจากนิคมอุสาหกรรมขนาดใหญ่ของไทย อย่าง ‘นิคมอุสาหกรรมบางชัน’ ที่ภายในประกอบไปด้วยบริษัทชื่อดังขนาดใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น ซูซูกิ, ฮานามิ, ยำยำ และพานาโซนิค ฯลฯ ซึ่งล้วนเป็นส่วนประกอบสำคัญที่ส่งผลให้ ‘ทำเลรามคำแหง - มีนบุรี ’ มีมูลค่าและศักยภาพสูงขึ้น เหมาะแก่การลงทุนซื้ออยู่เอง และปล่อยเช่าให้กับคนทำงานในพื้นที่ใกล้เคียง




เขาว่ากันว่า ‘รามคำแหง - มีนบุรี ’ เป็นแหล่งต้นตำรับของกิน ของอร่อย


นอกจากความครบเครื่องเรื่องการอยู่อาศัยแล้ว ‘รามคำแหง - มีนบุรี’ ก็ขึ้นชื่อเรื่องร้านอาหาร ของอร่อยไม่แพ้กัน โดยร้านที่เราจะพาไปชิมกันก็เป็นหนึ่งร้านที่ติดอยู่ในลิสต์รีวิวหลายแห่ง แถมยังตั้งอยู่ไม่ไกลจากแยกรามคำแหง-มีนบุรีด้วย


ยินดีต้อนรับสู่ ‘Orca baker & butcher’ ร้านอาหารกึ่งคาเฟ่ ที่ตั้งอยู่ในซอยรามคำแหง 184 โดยตัวร้านจะตกแต่งให้ความอบอุ่นเหมือนกำลังนั่งพักอยู่ในบ้านสไตล์โมเดิร์น ลอฟต์ ที่คุมโทนด้วยสีขาว-เทา ก่อนจะล้อมรอบด้วยต้นไม้ เพื่อให้ความสดชื่น และผ่อนคลาย



เมื่อเข้ามานั่งในร้าน เราจะเจอกับบรรยากาศปลอดโปร่ง โล่งสบาย เหมาะแก่การนั่งพักผ่อนชิล ๆ หรือใครจะชวนเพื่อนมานั่งสังสรรค์ พูดคุยก็ให้ความรู้สึกเป็นกันเอง มีมุมที่นั่งให้เลือกหลากหลาย ทั้งโซนคาเฟ่ และมุมรับประทานอาหารสำหรับทุกคนในครอบครัว



นอกจากบรรยากาศร้านที่น่านั่งแล้ว วัตถุดิบแต่ละชนิดยังนำเข้าจากต่างประเทศ โดยผ่านการเลือกสรรมาเป็นอย่างดีจากเชฟมืออาชีพ ไม่ว่าจะเป็นเนื้อเกรดพรีเมียม ที่มีเลือกทั้งเนื้อออสเตรเลีย และเนื้อ US ส่วนแซลมอนก็ต้องมาจากนอร์เวย์ ซึ่งทางร้านก็เปิดโอกาสให้เราซื้อวัตถุดิบเหล่านี้กลับไปปรุงอาหารเองที่ห้องได้ด้วยเช่นกัน


ขนาดตัววัตถุดิบยังจัดเต็มมาซะขนาดนี้ ก็คงไม่ต้องเสียเวลาจินตนาการต่อ ว่าแต่ละเมนูจะน่าทานขนาดไหน เราจึงขอสั่งอาหารมาทานกันเลยดีกว่า 



เริ่มมื้อพิเศษด้วยเซ็ตเมนู Signature ที่เรียกความสนใจตั้งแต่หน้าแรกของเมนู อย่าง ‘Double Cheese Wagyu Beef Burger (420 บาท)’ แฮมเบอร์เกอร์ชิ้นโต ที่อัดแน่นด้วยเนื้อวากิวชิ้นหนา เต็มคำ พร้อมเพิ่มความอร่อยอีกระดับด้วยชีสเยิ้ม ๆ หอมกรุ่น ทานคู่กับเฟรนด์ฟราย และซอสดิปสูตรเฉพาะของทางร้าน ที่ให้รสชาติเข้มข้นถึงกลิ่นเครื่องเทศ



โดยเซ็ตนี้จะเสิร์ฟพร้อม ‘Lime Soda’ เครื่องดื่มแก้วสวยที่ตกแต่งด้วยมะนาวฝานชิ้นบาง เมื่อยกดื่มแล้วจะให้รสชาติเปรี้ยว ซ่า อมหวาน ช่วยเพิ่มความสดชื่นได้เป็นอย่างดี



อร่อยต่อกับเมนู ‘Spaghetti Agilo Olio (195 บาท)’ สปาเก็ตตี้เส้นนุ่ม ที่ผัดร้อนลงตัวกับเบคอนกรอบ, พริกแห้ง และกระเทียม ให้รสชาติกลมกล่อมถึงเครื่อง ไม่เลี่ยนจนเกินไป เหมาะสำหรับคนรักเส้นโดยเฉพาะ



ส่วนสาว ๆ คนไหนที่อยากได้เมนูอิ่มสบายท้อง ก็ต้องนี่เลย ‘Citrus Cured Salmon with Dill and Lemon (320 บาท)’ สลัดผัก สดกรอบ ปรุงรสด้วยน้ำสลัดสูตรพิเศษ spicy mayo คลุกเคล้ากับแซลมอนชิ้นใหญ่ ที่ถูกหมักเพิ่มรสชาติมาจนอร่อยแล้ว ก่อนจะตกแต่งด้วยผักชีฝรั่งและชิ้นเลมอน ให้สีสันน่าทานจนวางช้อมส้อมไม่ลงเลยทีเดียว




นอกจากนี้ที่ร้าน Orca baker & butcher ก็ยังมีเมนูของหวาน และเครื่องดื่มพร้อมเสิร์ฟหลังมื้ออาหาร โดยช็อกโกแลตที่ทางร้านเลือกใช้จะนำเข้าจากเบลเยี่ยม ประเทศที่ขึ้นชื่อเรื่องช็อกโกแลตโดยเฉพาะอีกด้วย


ที่ตั้ง : ซอยรามคำแหง 184

เปิดให้บริการ : เวลา 10.00 - 21.00 น. (ยกเว้นวันจันทร์)

เว็บไซต์ร้านอาหาร : https://orca-bkk.com 



หรือถ้าใครอยากหาร้านอร่อยร้านอื่นทาน ที่ ’รามคำแหง - มีนบุรี’ ก็ยังมีร้านอาหารขึ้นชื่อหลากหลายสไตล์ รอให้เราตามไปชิมกันอยู่ทุกวัน ไม่ว่าจะคาเฟ่, อาหารไทย, อาหารอินเดีย หรือ street food ก็ล้วนดูน่าทานไปหมดทุกอย่าง แถมราคายังไม่แพงมากด้วย




เขาว่ากันว่า ‘รามคำแหง-มีนบุรี’ กำลังจะเป็น The New Interchange


รู้หรือไม่? ว่าการเดินทางเข้า-ออกเมือง ‘รามคำแหง - มีนบุรี ’ นั้นกำลังจะเปลี่ยนไป จากเดิมที่คนเคยมองว่า.... ต้องใช้เวลานาน ขับรถมาไกล ก็จะสะดวกและรวดเร็วขึ้น ด้วยการมาถึงของรถไฟฟ้าสายสีส้มฝั่งตะวันออก ช่วงศูนย์วัฒนธรรม-มีนบุรี ที่จะช่วยประหยัดเวลา และกระชับเส้นทางให้เราเข้า-ออกเมืองย่านเศรษฐกิจ CBD อย่าง อโศก-พระรามเก้า ได้ในต่อเดียว



สำหรับแนวเส้นทางของรถไฟฟ้าสายสีส้มฝั่งตะวันออก จะวิ่งไปตามแนวถนนรามคำแหง ผ่านย่านที่พักอาศัยแหล่งใหญ่อย่างเคหะรามคำแหง, ซอยมิสทีน และหมู่บ้านสัมมากร


แล้วจะมีจุดเชื่อมต่อกับ ‘รถไฟฟ้าสายสีเหลือง’ ที่สถานีลำสาลี ก่อนจะวิ่งตรงผ่านมหาวิทยาลัยรามคำแหง, ราชมังคลากีฬาสถาน เข้าสู่ถนนพระราม 9 ไปสิ้นสุดที่ สถานีศูนย์วัฒนธรรม ซึ่งเป็นสถานีอินเตอร์เชนจ์ เชื่อมต่อกับ ‘รถไฟฟ้าใต้ดิน สายสีน้ำเงิน (สายเฉลิมรัชมงคล)’ อีกทางหนึ่ง



ซึ่งบนถนนรามคำแหงก็จะมีสถานีเชื่อมต่อ Interchange ระหว่าง ‘สายสีส้ม’ กับ ‘สายสีชมพู’ ตั้งอยู่ในช่วงสถานีมีนบุรี หรือบริเวณใกล้ ๆ กับซอยรามคำแหง 209 จึงส่งผลให้รามคำแหงมีศักยภาพที่ดินและประสิทธิภาพด้านการเดินทางเพิ่มขึ้นเกือบ 2 เท่า



พร้อมขยายเส้นทางความสะดวกสบายไปยังโซนรามอินทรา และแจ้งวัฒนะได้อย่างครอบคลุม



และถ้าพูดถึงแลนด์มาร์กของฝั่งรามอินทรา ใคร ๆ ก็ต้องนึกถึง ‘Fashion Island’ ศูนย์การค้าครบวงจร ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ทุกรูปแบบ ทั้งชอป ชิม ชิลล์



บรรยากาศคึกคักไปด้วยผู้คน ที่ต่างแวะเวียนเข้ามาพักผ่อนกันไม่ขาดสาย ภายในประกอบด้วย Shop สินค้าและร้านอาหาร, โซนซูเปอร์ มาร์เก็ต, Food Park, โรงภาพยนตร์ และมุม Entertainment มากมายเต็มพื้นที่ 3 ชั้น



เดินต่อไปบน Sky Walk ที่จะพาเราออกไปเจอกับ ‘The Promenade’ ศูนย์การค้าสไตล์ยุโรป ที่ตั้งอยู่คู่กับห้าง Fashion Island บนถนนรามอิทรา



ภายในจะยังคงเต็มไปด้วยร้านค้า ร้านอาหารมากมาย หลากหลายสัญชาติ ครบครันทั้งบุฟเฟ่ต์, ปิ้งย่าง, ร้านขนม, เสื้อผ้าแฟชั่น และงานอีเวนต์ที่หมุนเวียนกันมาตั้งบูธ ออกงานตลอดทั้งปี



หากโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม (ฝั่งตะวันออก) สร้างเสร็จเมื่อใด ‘รามคำแหง-มีนบุรี’ จะไม่ใช่แค่ทำเลศักยภาพที่คนในพื้นที่เหมาะจะลงทุนเท่านั้น แต่ยังกระจายความคุ้มค่าออกไปยังคนนอกพื้นที่ ครอบคลุมไปถึงผู้ที่ต้องการความสะดวกสบายในการเดินทางด้วยรถไฟฟ้า เพราะกำหนดการณ์เปิดบริการของสายชมพูในปี 2564 และสายสีส้มในปี 2566 จะมาพร้อม ๆ กับความสมบูรณ์แบบของการขนส่งระบบราง ให้เราสามารถเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าทุกสายได้ตลอดเส้นทาง



เปิดตา เปิดใจ รับศักยภาพใหม่ ๆ ที่คุณคุ้นเคย



เพื่อไม่ให้เราพลาดโอกาสที่จะได้เป็นเจ้าของความคุ้มค่าบน ‘ทำเลรามคำแหง - มีนบุรี’ ย่านพักอาศัยที่กำลังปรับโฉมใหม่ ให้พร้อมรับการพัฒนาที่กำลังจะเกิดขึ้น ESTOPOLIS จึงขอพาทุกคนไปรู้จักกับโครงการ THE ORIGIN RAM 209 INTERCHANGE คอนโดมิเนียมน้องใหม่สูง 31 ชั้น บนเนื้อที่ 4-0-87 ไร่ จากแบรนด์ ORIGIN


ภาพตัวอย่างจากโครงการ THE ORIGIN RAM 209 INTERCHANGE

ซึ่ง THE ORIGIN RAM 209 INTERCHANGE ก็เป็นโครงการแรกที่เปิดตัวจาก 1 ใน 6 โครงการของแบรนด์ใหม่ ในราคาที่จับต้องง่ายกับแบรนด์ “The Origin” เน้นทำเล Blue Ocean เพื่อตอบโจทย์กลุ่ม Frist Jobber เน้น Local Demand กลุ่มคนในพื้นที่เป็นหลัก โดยทำเลทั้ง 6 ที่ถูกเลือกเป็นทำเลที่มีศักยภาพ โดยเฉพาะด้านโครงสร้างพื้นฐาน อย่างโครงการรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายสายต่าง ๆ




โครงการตั้งอยู่ใกล้กับสถานีมีนบุรี จุดอินเตอร์เชนจ์ของรถไฟฟ้า 2 สาย (สีส้ม และชมพู) ซึ่งทำหน้าที่เชื่อมต่อความเจริญเข้าสู่ตัวเมืองชั้นใน ให้เราได้ใกล้ชิดกับความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น พร้อมรายล้อมด้วยแหล่งการค้า, Avenue และสถานที่สำคัญต่าง ๆ มากมาย เหมาะแก่การลงทุนทั้งด้านการซื้อเพื่ออาศัยเอง และปล่อยเช่า-ขายต่อ ซึ่งมีโอกาสจะได้ค่า Yield อยู่ที่ 5-7% ต่อปี


นอกจากนั้น THE ORIGIN RAM 209 INTERCHANGE ยังเป็นโครงการคอนโดที่สูงที่สุด ที่มาพร้อมกับพื้นที่ส่วนกลางที่มากเท่าโครงการในเมือง แต่อยู่ในช่วงราคาที่ตอบโจทย์กลุ่มคนรุ่นใหม่ ซึ่งเป็นโครงการแรกโครงการเดียวในย่าน มีนบุรี-รามคำแหง ณ ขณะนี้



ภาพห้องตัวอย่างขนาด 22 ตารางเมตร
ภาพห้องตัวอย่างขนาด 25 ตารางเมตร

สำหรับห้องชุดพักอาศัยของโครงการ THE ORIGIN RAM 209 INTERCHANGE จะมีให้เลือกทั้งหมด 4 ไซส์ 4 สไตล์ เริ่มตั้งแต่ขนาด 22.00 ตร.ม., 25.00 ตร.ม., 30.00 ตร.ม. และ 34.00 ตร.ม.  พร้อมเฟอร์นิเจอร์ Built in อย่าง ฐานเตียงขนาด 5 ฟุต, ตู้เสื้อผ้าบานใหญ่สูงจรดเพดาน, ชั้นวางโทรทัศน์ และชุดครัวพร้อมเตา, เครื่องดูดควัน และซิงก์ล้างจานมาให้ด้วย



ภาพห้องตัวอย่างขนาด 30 ตารางเมตร

ตัวห้องตกแต่งสไตล์โมเดิร์น ให้บรรยากาศอบอุ่น สวยงาม เหมาะสำหรับคนเมืองยุคใหม่ที่กำลังมองหาห้องพักอาศัยใหม่ ที่ให้ทั้งความสะดวกสบาย และเป็นส่วนตัวด้วยระบบ ‘Home Automation’ ที่ใช้ในการควบคุม Access Control, Air Conditioning System และ Lighting System ภายใต้ความคุ้มค่าในราคาเริ่มต้นเพียง 1.29 ล้านบาท



ภาพตัวอย่าง GARDEN โครงการ THE ORIGIN RAM 209 INTERCHANGE

นอกจากนี้ภายในโครงการยังมีพื้นที่ส่วนกลางให้เราใช้ชีวิตได้เต็มที่ ทุกไลฟ์สไตล์ ไม่ว่าจะเป็นชั้น GROUND FLOOR ที่ต้อนรับการกลับมาของผู้พักอาศัยด้วย SHOP / DOUBLE VOLUME LOBBY / MEETING ROOM / SELF STORAGE / CO-WORKING SPACE / MAIL ROOM / LAUNDRY ROOM



ภาพตัวอย่าง SWIMMING POOL โครงการ THE ORIGIN RAM 209 INTERCHANGE

หรือจะขึ้นไปใช้ชีวิตแบบคนทันสมัยบนชั้น 27 ก็จะมี CO-KITCHEN / PRIVATE DINING ROOM / CO-PASSION SPACE / GAME ROOM / MULTI FUNCTION STUDIO / SKY LOUNGE / FITNESS / SWIMMING POOL ไว้คอยเอาใจคนชอบทำกิจกรรมเป็นพิเศษ



แล้วอย่าลืมขึ้นไปพักผ่อนชิลๆ นั่งชมวิวหลังพระอาทิตย์ตกดินกันที่ Garden ชั้น Roof Floor ที่เปิดให้เรามองเห็นบรรยากาศ และทัศนียภาพมุมสูงของทำเลรามคำแหงได้แบบ 360 องศา ในมุมมองจากส่วนต่อขยายของ "NEW EBD’’ Extension Business District ใหม่แห่งนี้



ภาพตัวอย่างจากโครงการ THE ORIGIN RAM 209 INTERCHANGE

สร้างบรรยากาศการอยู่อาศัยในโครงการ THE ORIGIN RAM 209 INTERCHANGE ให้สงบ และเป็นส่วนตัวยิ่งขึ้นด้วยการแยก Parking Building ชัดเจน ซึ่งภายในอาคารออกแบบเป็น Double Parking ที่สามารถรองรับการจอดรถได้ 33% พร้อมประกอบด้วยพื้นที่ส่วนกลาง อย่าง JOGGING TRACK / SKY GARDEN / STREET BASKETBALL / VIEW POINT ให้ใช้ชีวิตสนุก ครบทุกรสชาติ




สำหรับใครที่สนใจ อยากลองเข้ามาเป็นเจ้าของความคุ้มค่านี้ THE ORIGIN RAM 209 INTERCHANGE เปิดจองครั้งแรกวันที่ 29 มิ.ย. 62 พร้อมโปรโมชั่นสุดพิเศษ! คลิกลงทะเบียนก่อนใคร เพื่อเข้ารับ PRIVILEGE Card ที่โครงการ เพื่อนำมาใช้เป็นส่วนลด 200,000 บาท สำหรับการเข้าจองในวันงานเท่านั้น คลิก https://bit.ly/2Me9hGc หรือติดต่อเพิ่มเติม โทร 020 300 000





#TheOrigin

#LiveYourValue

#EmpathyDesignThinking

#จัดจ้านย่านอินเตอร์เชนจ์

#คอนโดใหม่ของคนมีนบุรี