รูปบทความ รีวิวเที่ยวตามเพลย์ลิสต์ หัวหิน-เขาเต่า 2 วัน 1 คืน ไปง่าย ใกล้กรุงเทพ

#เปิดเพลย์ลิสต์ เก็บเกี่ยวความสุขแบบ 2 วัน 1 คืน ที่ ‘หัวหิน-เขาเต่า’ จุดเชื่อมโยงไลฟ์สไตล์ กับ ความหมายชีวิตที่ซ่อนอยู่

Pong Saladpak

08-07-2019


ภาพแรกที่นึกถึงเมื่อมีคนมาชวนไปเที่ยว 'หัวหิน' คงหนีไม่พ้นแหล่งท่องเที่ยวตากอากาศที่อยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพ ใช้เวลาเดินทางแค่ไม่กี่นาทีก็จะได้เจอกับบรรยากาศสบาย ๆ มีเสียงคลื่น นกร้อง ท้องทะเลสีคราม ตัดกับเส้นขอบฟ้าอยู่ใกล้เพียงเอื้อมมือ


ซึ่งดูแล้ว สิ่งเหล่านี้ก็ไม่ค่อยต่างจากที่คิดไว้เท่าไรนัก แถมในยามที่มาถึง เรายังได้รู้อีกว่า ในหัวหินยังมีอีกหลายมุมซ่อนอยู่ จะเรียกว่า Secret Location ก็ไม่ใช่ จะ Hidden Places ก็ไม่เชิง เพราะใคร ๆ ก็สามารถสัมผัสและเข้าถึงได้ อย่างที่ ESTOPOLIS กำลังจะพาทุกคนไปเจอกัน!!



แดดอ่อน ๆ ยามเช้า ทำให้โลกครึ่งใบ อุ่นไออีกครั้ง~ 

เริ่มต้นทริปด้วยการมาสัมผัสอากาศ และแสงแรกของวันใหม่ที่ ‘จุดชมวิวหินเหล็กไฟ’ จุดชมวิวบนเนินเขาสูงใจกลางเมืองหัวหิน ซึ่งจะทำให้เราได้เห็นทัศนียภาพ และความเจริญของพื้นที่ที่ถูกห้อมล้อมไว้ด้วยธรรมชาติ ได้อย่างชัดเจน


พื้นที่โดยส่วนใหญ่จะเป็นบ้านเรือนพักอาศัย สลับไล่เรียงไปกับอาคารสูง, คอนโดตากอากาศ, โรงแรม, แหล่งท่องเที่ยว และศูนย์การค้า คล้ายจังหวะชีวิตที่มี Beat ในตัวเอง ไม่เร่งรีบ หรือหยุดนิ่งจนเกินไป กลายเป็นเสน่ห์ของเมืองหัวหินที่หลายคนชื่นชอบ และอยากเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของที่นี่


มองออกไปจะเห็น ‘สะพานปลา’ อยู่ไกล ๆ หนึ่งสัญลักษณ์ที่บ่งบอกถึงความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่ หัวหินก็เป็นอีกเมืองหนึ่งที่มีการปรับตัว และพร้อมจะพัฒนาศักยภาพอยู่ตลอดเวลา จนกลายเป็นจุดหมายในฝันของใครหลายคน ที่ไม่ใช่แค่เหล่านักท่องเที่ยวเพียงกลุ่มเดียวอีกต่อไป เพราะแม้แต่นักลงทุนอสังหาฯ และผู้ที่หลงรักในบรรยากาศธรรมชาติ ก็ต่างพากันเข้ามาจับจอง ตลอดจนมองหาที่พักอาศัยเอาไว้พักผ่อนเป็นบ้านที่สอง



รัก… ทะเลเวลามีเธอด้วย

สวย… ซะเกินกว่า บรรยายได้~


เมื่อได้มาเห็นภาพเมืองสวย ๆ อย่างที่ใจต้องการแล้ว จุดหมายต่อไปก็คือ การตามหาสถานที่พักผ่อนไว้นั่งมองวิวทะเลไปด้วยกัน ซึ่งเราก็ได้เจอกับ ‘Caraspace by Carapace’ คาเฟ่ริมหาดเขาเต่าที่มาในธีมสีฟ้าน้ำทะเล ราวกับว่ากำลังท่องเที่ยวอยู่ใต้มหาสมุทร โดยภายในร้านจะแบ่งออกเป็น 2 โซน มีทั้งส่วน Indoor และ Outdoor ให้เลือกนั่ง แต่ด้วยเวลาใกล้เที่ยงแบบนี้ จึงขอเข้าไปตากแอร์เย็น ๆ ที่ข้างในตัวร้านกันก่อนดีกว่า


เปิดประตูเข้าไป เราจะเจอกับโต๊ะที่นั่งหลากหลายมุม สามารถรองรับได้ทั้งกลุ่มเพื่อน, ครอบครัว, คู่รัก รวมถึงคู่ Buddy ที่จูงมือกันมาเที่ยวหัวหินด้วย


แม้แต่เฟอร์นิเจอร์ และของตกแต่งต่าง ๆ ก็ยังคุมธีม ‘Supphire Earth Tone’ ที่ให้ทั้งความรู้สึกอบอุ่น และสดชื่นในตัว แถมยังรู้สึกปลอดโปร่ง โล่งสบายด้วยกระจกบานใส ที่แค่มองออกไปก็จะเห็นสระว่ายน้ำ ทอดยาวไปจนถึงท้องทะเลด้านนอกด้วย


จับจองที่นั่งเรียบร้อยก็ไปสั่งเมนูทานกันเถอะ ซึ่งที่ร้าน ‘Caraspace by Carapace’ เองก็มีทั้งเมนู Main Dish, ของหวาน, ชา และเครื่องดื่มให้ทานกันแบบจัดเต็ม ชนิดที่เรียกว่า… มาร้านเดียวก็สุขได้ตลอดทั้งมื้อ ส่วนใครที่อยากหาของว่างรองท้องเบา ๆ ก็สามารถเลือกนั่งที่เคาน์เตอร์บาร์ แล้วสั่งชา กาแฟมาทานคู่กับขนมสักชิ้น 2 ชิ้นก็ได้เหมือนกัน


พอได้แอบส่องเค้กที่ตั้งโชว์อยู่ในตู้แล้ว ก็ต้องบอกว่า... น่าทานทุกเมนู และไม่พลาดที่จะสั่งต่อแน่นอน


พร้อมประเดิมความสุขนี้ด้วยเมนู Main Dish ที่เป็น Signature ของทางร้าน อย่าง สปาเก็ตตี้คาโบนาร่า, ลาซานญ่า และซุปฟักทองสีสวย ที่แค่ได้กลิ่นหอม ๆ ก็ชวนให้ท้องหิวกันแล้ว


เริ่มเสิร์ฟความอร่อยกันตั้งแต่เมนูแรกอย่าง ‘สปาเก็ตตี้คาโบนาร่า’ เส้นเหนียวนุ่มชุ่มซอสเข้มข้น ที่คลุกเคล้าลงตัวกับแฮม และเบคอนชิ้นโต พร้อมปรุงรสด้วยสูตรพิเศษที่ได้รสชาติเผ็ดนิด ๆ ติดอยู่ปลายลิ้น ช่วยให้เมนูจานนี้ดูดี ไม่เลี่ยนจนเกินไป


แล้วจึงต่อด้วย ‘ลาซานญ่า’ ที่จัดเต็มด้วยส่วนผสมคุณภาพดี นำไปผัดกับเนื้อซอสเข้มข้น จนได้กลิ่นหอมของเครื่องปรุงชัดเจน นำมาจัดวางเรียงสลับกับแป้งแผ่นบาง ก่อนจะราดด้วยมอซซาเรลล่าชีสเยิ้ม ๆ ชวนฟิน พอตักชิมแล้วจะได้รสชาติจัดจ้านเต็มปาก เต็มคำ


มาปิดท้ายอาหารคาวไปกับ ‘ซุปฟักทอง’ เนื้อเนียนที่ให้รสชาติหวานมันจากเนื้อฟักทองแท้ ๆ พอทานคู่กับขนมปังกรอบที่จัดวางมาคู่กัน ยิ่งอร่อยลงตัว จนอยากจะขอเพิ่มอีกสักถ้วย


เมื่อเสิร์ฟครบทั้ง 3 เมนู ก็ถึงเวลาจับช้อนส้อม แล้วลงมือทานได้


ทานของคาวเสร็จ จะไม่ต่อของหวานเลยก็ดูเหมือนจะขาดอะไรไป เพราะที่ร้าน ‘Caraspace by Carapace’ เองก็มีทั้งเมนูของหวาน และเครื่องดื่มรอเสิร์ฟอยู่เช่นกัน


เราจึงไม่รอช้า ขอต่อด้วย ‘เค้กมะพร้าว’ แป้งเบานุ่มฟู ที่หอมกลิ่นใบเตยและเนื้อมะพร้าวอ่อนชัดเจน เหมาะสำหรับคนที่ชอบเค้กเนื้อเบา รสชาติหวานอ่อน ๆ


แต่ถ้าใครไม่ชอบทานครีม ที่ร้านก็มี ’บราวนี่ฟักทอง’ เนื้อแน่นหนึบหนุบ กับ ‘เลมอน ทาร์ต’ หน้าตาน่าทาน รสชาติหวานอมเปรี้ยว ให้สั่งมาทานคู่กับชาร้อน ‘Be Sweet, Be Peach’ ที่ช่วยให้ร่างกายผ่อนคลาย และมีความสุขด้วยกลิ่นหอมของชาดำ, ชาขาว และพีช


ยังไม่หมดเท่านี้ เพราะที่ร้านยังมีเมนูของหวานจานร้อน อย่าง 'Banana & Nut Waffle’ และ 'Mix Fruit Pancake’ ที่รอยกขึ้นจากเตามาเสิร์ฟให้เราถึงโต๊ะ รสชาติที่ได้จึงมีความสดใหม่เป็นพิเศษ ตัวขนมนุ่มฟู หอมกลิ่นเนย เข้ากันดีกับ Topping และซอสที่ทางร้านจัดแต่งมา



ส่วนเครื่องดื่มแก้วโปรดที่ไม่อยากให้พลาด ก็ต้องยกให้ ‘Sea Salt="รีวิวเที่ยวตามเพลย์ลิสต์ หัวหิน-เขาเต่า 2 วัน 1 คืน ไปง่าย ใกล้กรุงเทพ" Caramel Macchiato’ ที่พอชิมแล้วจะได้รสชาติหวานหอมของ Salt="รีวิวเที่ยวตามเพลย์ลิสต์ หัวหิน-เขาเต่า 2 วัน 1 คืน ไปง่าย ใกล้กรุงเทพ" Caramel ผสมรวมกับกาแฟรสเข้มได้เป็นอย่างดี และยังมีเมนูใหม่อย่าง ‘Espresso Nutella’ ให้ได้ลองคู่กันอีกด้วย


อิ่มแล้วใช่ไหม? คราวนี้ก็ถึงเวลาออกมาเดินเล่นที่โซน Outdoor กันดูบ้างว่าจะสวยงามขนาดไหน…


ซึ่งก็ไม่ทำให้ผิดหวัง เพราะรอบ ๆ ร้านจะมี Facilities ให้เราพักผ่อนได้หลายรูปแบบ ไม่ว่าจะนั่งชิล ๆ รับลม, จัดปาร์ตี้ริมสระ หรือถ้าใครอยากเล่นน้ำทะเล เดินดูวิว ฟังเสียงคลื่น ก็มีทางเดินลงหาดเขาเต่าอยู่ทางด้านหน้า Beach Front นี่เอง


เธอเห็นท้องฟ้านั่นไหมฉันเก็บเอาไว้ให้เธอ ~ 

มาถึง ‘หัวหิน’ ทั้งที ก็ต้องได้สัมผัสกับน้ำทะเลเสียหน่อย... หลังจากเต็มอิ่มจากอาหารมื้อใหญ่ที่ ‘Caraspace by Carapace’ แล้ว ก็ถือโอกาสมาเดินย่อยต่อที่ 'ชายทะเลหัวหิน' แหล่งท่องเที่ยวยอดฮิตที่ให้เราปล่อยตัว ปล่อยใจไปกับสายลม และแสงแดด


ยืนมองออกไปเห็นท้องฟ้าสีครามตัดกับหาดทรายสีขาวละเอียด พร้อมมีบริการขี่ม้า และผู้คนมากมายที่ต่างพากันมาหาความสุขบนชายหาดแห่งนี้


ชมวิวของชายหาดหัวหินจนพอใจ ก็ได้เวลาเปลี่ยนบรรยากาศมาเที่ยวต่อที่ ‘Seenspace Huahin’ ไลฟ์สไตล์ มอลล์ริมทะเลหัวหิน ที่ออกแบบและสร้างจุดเด่นให้สถานที่ด้วยตึกปูนเปลือยสุดฮิป ภายใต้คอนเซ็ปต์ Eat, Lay, Play, Relax


พร้อมเอาใจสายเซลล์ฟี่ ฮิปสเตอร์ทั้งหลายด้วยมุมเช็คอินเก๋ ๆ นอกจากนี้ภายในยังเต็มไปด้วยร้านค้า, ร้านอาหาร และแกลเลอรี่ให้เราเดินเล่นกันสนุกสนาน จนอดไม่ได้ที่จะต้องถ่ายภาพสวย ๆ เก็บไว้



เปิดทำการ : Mon-Fri ตั้งแต่ 12.00 - 21.00 น. และ Sat-Sun ตั้งแต่ 11.00 - 22.00 น.

เบอร์ติดต่อ : 092-350-0035

เว็บไซต์ : Seenspace huahin



ขยับไปอีกเล็กน้อย เราจะเจอ ‘The Chocolate Factory’ คาเฟ่สไตล์ญี่ปุ่นสำหรับคนรักช็อกโกแลต ที่ด้านในอบอวลไปด้วยกลิ่นโกโก้ และขนมหวานหลากสีสัน


แต่ที่พลาดไม่ได้เลยจะเป็นเมนูช็อกโกแลต โฮมเมด แบบทำสดจากห้องทำช็อกโกแลต ที่ตั้งอยู่ข้าง Shop ขายช็อกโกแลตบอง บอง กว่า 40 ชนิด


พร้อมทั้งคุกกี้, พาย, บราวนี่, ขนมเค้ก และของฝากต่าง ๆ อีกมากมายให้เราหิ้วกลับไป



เปิดทำการ : ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.30 - 22.00 น.

เบอร์ติดต่อ : 061 172 8887

Facebook : The Chocolate Factory



ดึกดื่นคืนนี้ ลมหนาวพัดโชยมา~ 

ไปต่อไม่รอแล้วนะ!! เพราะเมื่ออาทิตย์ลับขอบฟ้า ก็เป็นเวลาให้แสงไฟได้อวดโฉม อย่าง ‘ตลาด Cicada’ หนึ่งจุดท่องเที่ยวที่คึกคักไปด้วยผู้คนและเสียงดนตรี


นอกจากนี้ ยังมีงานศิลปะจากศิลปินหลากหลายสาขา และละครเวที ภาพยนตร์เรื่องสั้นที่หมุนเวียนผลัดกันมาสร้างสีสันให้วันพักผ่อน เหมาะจะชวนกันมาเดินชิล ๆ ดูของฝาก ของที่ระลึก สินค้าแฮนด์เมดดีไซน์เก๋ ที่มีกิมมิคน่ารัก ๆ ไม่ซ้ำใคร


แค่เดินเข้ามา เราก็จะได้ยินเสียงดนตรีแนวฮิปฮอป กับกลุ่มนักเต้นฟรีสไตล์
คอยสร้างความคึกคักกันตั้งแต่หน้าทางเข้าแล้ว


ร้านค้าภายในตลาด Cicada จะเป็นเต็นท์สีขาวตั้งเรียงกัน ดูน่ารัก อบอุ่น จนอยากหยุดแวะทุกร้านเลย


สินค้าก็มีหลากหลายทั้ง เสื้อผ้า, งาน D.I.Y, เซรามิกและไอเทมของแต่งบ้านชิ้นเล็ก น่ารัก
เหมาะจะซื้อกลับไปเป็นของที่ระลึก


เปิดทำการ : ทุกวันศุกร์ - อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 16.00 - 23.00 น.

เบอร์ติดต่อ : 099 669 7161

Facebook : Cicada Market



หากข้ามไปอีกฝั่งจะเจอ ‘ตลาดแทมมารีน Tamarind Night Market’ ที่ด้านในจะมีร้านอาหารนานาชนิดตั้งอยู่ ให้เราซื้อมานั่งทานใต้ต้นมะขามขนาดใหญ่ที่ถูกอนุรักษ์ไว้รอบ ๆ พื้นที่ พร้อมมีดนตรีสดสไตล์ Folk Song ให้ฟังคลอไปกับเสียงลมที่พัดโชยมาตลอดเวลา


เปิดทำการ : ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.30 - 22.00 น.

เบอร์ติดต่อ : 088 611 1644

Facebook : Tamarind Market Chic and Chill




แต่ถ้าใครอยากชิมของกิน Street Food สไตล์หัวหินก็ต้องมาที่นี่เลย ‘ตลาดโต้รุ่งหัวหิน’ แหล่งรวมของอร่อยขึ้นชื่อที่นักท่องเที่ยวทุกคนควรมาแวะสักครั้ง

เพราะตลอดทางเดินยาวกว่าร้อยเมตรนี้ ล้วนครึกครื้นไปด้วยเสียงพูดคุย ทักทายอันแสนเป็นกันเองของเหล่าพ่อค้า แม่ค้าที่ต่างพากันชักชวนให้เราเข้าไปลิ้มลองของอร่อย


โดยเฉพาะอาหารทะเลสด ที่มีราคาไม่แพง อย่าง ร้านรถไฟซีฟู้ด, ร้านครัวลุงจ่า, ไข่มุกซีฟู้ด และร้าน Bird Chilli พริกขี้หนู ซึ่งแต่ละร้านจะยกวัตถุดิบมาตั้งโชว์ความสดกันแบบจานต่อจาน


หรือจะเปลี่ยนมาหาของทานเล่น ที่นี่ก็จะมีร้านนิ ไอศครีม, ร้านขนมครกวัชรี หัวหินสูตรโบราณ, ร้านสาลี่กะปิหวาน, ข้าวเหนียวมะม่วงท่านขุน, ร้านผัดไทยแม่ใหญ่, โรตี, ปลาหมึกย่าง, หอยเสียบไม้ รวมถึงของทานเล่นอีกมากมาย ที่จะทำให้เราอิ่มยาวไปจนถึงที่พัก


จะนอนหลับไหล ในอ้อมแขนของดวงดาว ให้เงาราตรี โอบล้อมหัวใจ~




ท้องฟ้าก็สวยงาม พระอาทิตย์ตื่นสาย

พระจันทร์หล่นหายไป หายไปทางหลังบ้าน~

พอแสงอาทิตย์ของวันที่สองเริ่มออกทำงาน ก็เป็นสัญญาณเให้เราเดินทางต่อไปยัง ‘หาดเขาเต่า’ ชายหาดเงียบสงบที่อยากให้ทุกคนมาเยือน แล้วคุณจะพบกับบรรยากาศสบาย ๆ ท่ามกลางความเงียบสงบที่มีมากกว่าหาดอื่น ๆ ในตัวเมืองหัวหิน จึงทำให้หาดเขาเต่ากลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ผู้คนเริ่มให้ความสนใจ


เดินไปเรื่อย ๆ จนเกือบสุดหาด เราจะเห็น ‘วัดถ้ำเขาเต่า’ ตั้งหันออกมารับลมทะเล หากมาในช่วงน้ำลงจะเจอหาดทรายขาวละเอียดให้เดินเล่นเลียบหาด และถึงแม้ที่นี่จะเป็นเพียงจุดชมวิวเล็ก ๆ แต่เมื่อเดินขึ้นไปด้านบน เรากลับสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ของชายหาดได้อย่างชัดเจน มีสวนสนประดิพัทธ์ และเกาะสิงโตอยู่สุดสายตา


หากมาแล้ว ก็อย่าลืมขึ้นไปไหว้สักการะ ขอพรที่พระพุทธรูปองค์ใหญ่กันด้วยนะ


ส่วนบริเวณอีกฝั่งของหาด จะเป็นภาพวิถีชีวิตของหมู่บ้านชาวประมงดั้งเดิมที่อาศัยอยู่ร่วมกับบ้านเรือน, รีสอร์ต, โรงแรม และคอนโดตากอากาศได้อย่างกลมกลืน ซึ่งเราจะพบเรือประมงจอดอยู่เรียงรายไปตลอดทาง


นอกจากนี้ยังอยู่ไม่ไกลกับ ’โครงการตามพระราชดำริ อ่างเก็บน้ำเขาเต่า’ ที่มีพลับพลากลางน้ำ ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ตั้งสวยเด่นอยู่กลางสายธารและหุบเขาสูง รอให้เรามาถ่ายรูป และชื่นชมความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติอยู่


แต่ก่อนจะออกไปเที่ยวต่อ ก็ขอรอเวลาให้แดดร่มลมหุบเสียหน่อย... ซึ่งคงจะดีไม่น้อย หากเราได้พักผ่อนเต็มที่อยู่กับครอบครัว หรือเพื่อนคนสนิทภายในสถานที่สวย ๆ ที่มี ‘พื้นที่ส่วนกลาง’ มาช่วยเติมเต็มวันธรรมดาให้พิเศษยิ่งขึ้น


ยิ่งพอได้บวกกับบรรยากาศดี ๆ ที่แค่ก้าวขาออกไปก็ได้สัมผัสกับเม็ดทราย เกลียวคลื่น และลมทะเล เสมือนมีชายหาดส่วนตัวอยู่หน้าห้องด้วยแล้ว ก็ยิ่งเป็นอะไรที่น่าประทับใจ จนไม่อยากจะจากไปไหนเลย


บริเวณด้านหน้า Caraspace by Carapace จะมี Swimming Pool และ Infinity Edge Pool ให้ลงเล่นคลายร้อน พร้อมนอนอาบแดด และจิบเครื่องดื่มแก้วโปรดไปพลาง ๆ


หรือจะนั่งเล่นชิล ๆ เอาขาแช่น้ำที่ชิงช้าริมสระก็ให้ความรู้สึกดีไปอีกแบบ


แต่ถ้าใครอยากได้รูปคู่กับชายหาดเขาเต่าสวย ๆ ก็แนะนำให้มานั่งที่ Overlooking Deck
เก้าอี้ตาข่ายที่ยื่นออกไปให้เราได้สัมผัสบรรยากาศริมทะเลได้เต็มที่


เอาละ ได้เวลาออกเที่ยวกันต่อแล้ว

ระหว่างเดินทางไปยังจุดหมายต่อไป เราจะผ่าน ‘อุทยานราชภักดิ์’ ซึ่งเป็นที่ตั้งของพระบรมราชานุสาวรีย์บูรพกษัตริย์ 7 พระองค์ บนเนื้อที่กว่า 222 ไร่เศษ โดยจะอยู่เยื้องกับ ‘สวนสนประดิพัทธ์’ สถานที่พักผ่อนติดริมหาด ที่ยังคงความเงียบสงบ และร่มรื่นภายใต้เงาของทิวสนที่ทอดยาวอยู่ในการดูแลของศูนย์การทหารราบ พร้อมเปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่เวลา 06.00 - 23.00 น.


ลมที่โชยพัด ต้นหญ้าใบไม้ปลิว ~

เปลี่ยนโหมดอารมณ์ ความรู้สึกจากท้องทะเลสดใส มาเป็นบรรยากาศชุ่มชื่น เย็นสบาย ที่ได้ความเขียวขจีของต้นไม้และป่าโกงกางมาช่วยเยียวยาจิตใจให้หายเหนื่อย ซึ่งจาก ‘เขาเต่า-หัวหิน’ ลงไปทางปราณบุรีจะมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติอยู่ไม่ไกล ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาทีก็ถึง ‘วนอุทยานปราณบุรี’


แหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์ของป่าชายเลนไว้ได้เป็นอย่างดี พร้อมมีกิจกรรมน่าสนใจ อย่าง ‘การเดินชมระบบนิเวศป่าชายเลน’ ที่ตลอดทั้งเส้นทาง 1,000 เมตรบนสะพานไม้แห่งนี้ จะมีพันธุ์ไม้นานาชนิด รวมถึงสัตว์ตัวเล็ก ตัวน้อย ให้เราได้ชื่นชมกันอย่างใกล้ชิด


ระหว่างทางจะมี ‘จุดพักเรือ’ ที่จะพาทุกคนไปพบกับวิวทิวทัศน์ และวิถีชีวิตของชาวประมงที่อาศัยอยู่ริมคลองปากน้ำปราณ ใช้เวลาแค่ 40 นาทีก็เพียงพอให้เราซึมซับความงามของธรรมชาติได้อย่างเต็มอิ่มแล้ว (ค่าบริการ 350 บาท/ลำ)


แค่ยืนอยู่ตรงนี้ เราก็เห็นความสวยงามของธรรมชาติ และป่าชายเลนได้แล้ว


ส่วนใครที่อยากเห็นทัศนียภาพสวย ๆ ของป่าโกงกางแบบเต็มสายตา ก็แนะนำให้ขึ้นมาบน ‘หอชมวิว’ ที่จะพาเราไปรู้จักกับคำว่า “โปร่งทอง” ของขวัญที่ธรรมชาติมอบให้เรา มองลงไปจะเห็นต้นไม้สูงอยู่เคียงคู่สะพานไม้ และท้องฟ้าใส


มาถึงที่นี่ทั้งที ก็ต้องขอขึ้นไปถ่ายภาพความทรงจำดี ๆ นี้เก็บไว้เสียหน่อย


จนเวลาล่วงเลยเข้าสู่ช่วงเย็น เราจึงถือโอกาสแวะหาของทานกันก่อนกลับกรุงเทพฯ โดยมีร้าน ‘1d+ Day Artist’ เป็นตัวเลือกส่งท้ายของเรา ด้วยบรรยากาศสุดชิลติดหาดส่วนตัว พร้อมมีมุมที่นั่ง และชิงช้าสีขาวให้ถ่ายรูปเล่นกันเพลิน ๆ


ส่วนเมนูอาหารก็หลากหลาย ทั้งสลัดผัก, ของทานเล่น หรืออาหารจานเดียวที่สั่งมาทานคู่กับน้ำผลไม้แก้วสวย ช่วยให้อาหารมื้อนี้ดูสมบูรณ์แบบไม่ต่างจากทุกครั้ง


หรือจะสั่งไอศครีมมาทานต่อ ก็มีให้เลือกหลายรส อย่าง มังคุด, มะนาว หรือสตรอว์เบอร์รี


ภายในร้านตกแต่งมุมที่นั่งให้มีบรรยากาศเรียบง่าย เหมาะจะมานั่ง Chill out เพลิน ๆ กับกลุ่มเพื่อน


นอกจากนี้ รอบ ๆ ร้านยังมีมุมสวย ๆ ให้ถ่ายรูปเล่นเยอะจนเลือกไม่ถูก


และแล้วก็หมดเวลาสนุก จำต้องโบกมือลา ‘หัวหิน-เขาเต่า’ จริง ๆ เสียที “แต่จะทำอย่างไร หากความรู้สึกยังคงร่ำร้องอยากอยู่ต่อ”




อยู่ต่อเลยได้ไหม

อย่าปล่อยให้ตัวฉันไป~


  • ถ้าเลือกเองได้ คุณจะเลือกอะไร? ระหว่าง ‘กลับมาเที่ยวใหม่’  หรือ ‘ใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ต่อ’ 

หากเลือกข้อแรก : คุณก็คงต้องรอเวลาที่ไม่รู้ว่าอีกนานแค่ไหน เราจึงจะได้กลับมาเที่ยวที่หัวหินอีกครั้ง


กลับกัน... ถ้าคำตอบของคุณตอนนี้ กำลังเอนเอียงไปทางข้อหลังมากกว่า เราก็จะขอแนะนำให้คุณได้รู้จักกับ CARAPACE HUAHIN (คาราเพช หัวหิน) คอนโดหัวหินในมุมที่แตกต่าง ที่พร้อมรังสรรค์ความทันสมัยมาให้คุณถึงมือ ด้วยราคาโปรโมชัน เริ่มต้นเพียง 2.19 ล้านบาท


CARAPACE HUAHIN (คาราเพช หัวหิน) เปิดโอกาสให้คุณได้เป็นเจ้าของวิวทะเลส่วนตัว ด้วยการออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะ ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากเปลือกหอยที่โผล่พ้นผืนทรายขึ้นมา ในบรรยากาศของฟ้าหลังฝน


พร้อมตกแต่งโครงการมาในธีม Sapphire Earth Tone ตั้งแต่วัสดุที่ใช้ อย่าง พื้นกระเบื้องลายไม้ ที่มีผิวสัมผัสคล้ายผืนทรายธรรมชาติ, ผนังวอลล์เปเปอร์ลายเปลือกหอยที่ให้ความรู้สึกนุ่มนวล ชวนผ่อนคลาย ตลอดจนเฟอร์นิเจอร์ไม้ ย้อมเสี้ยนขาว ที่ผสมลงตัวกับเชือกถักสานไนลอน ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของ CARAPACE HUAHIN (คาราเพช หัวหิน) นั่นเอง


รายละเอียดโครงการ CARAPACE HUAHIN (คาราเพช หัวหิน)


เจ้าของโครงการ : One place estate Ltd.,co

ที่ตั้งโครงการ : ซอยหัวหิน 101 เขาเต่า, หัวหิน, จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

เนื้อที่โครงการ : 9-3-98 ไร่

รูปแบบอาคาร : อาคาร Low Rise 6 อาคาร (A1, A2, A3 : Residential / B1, B2, B3 : Hotel)

จำนวนยูนิต : 532 ยูนิต (เป็นห้องที่ทำเป็นห้องพักโรงแรมทั้งหมด 406 ยูนิต)

ห้องพักอาศัย :

  • 1 Bedroom พื้นที่ใช้สอย 25 - 40 ตารางเมตร
  • 2 Bedrooms พื้นที่ใช้สอย 30 - 71 ตารางเมตร

สิ่งอำนวยความสะดวก : Lobby, Fitness, Water Park, Swimming Pool, Jacuzzi, Lagoon, Pavilion, Sunken Lounge, Library, Sky Terrace, Playground, Steam Room และ Garden Court

ราคาเริ่มต้น : 2.19 ล้านบาท 



การเดินทาง CARAPACE HUAHIN


ทำเลของโครงการ CARAPACE HUAHIN ตั้งอยู่บนพื้นที่เงียบสงบของเขาเต่า และห่างจากตัวเมืองหัวหินมาเพียง 12 กิโลเมตร อีกทั้งยังมีสถานที่สำคัญ และแหล่งอำนวยความสะดวกรายล้อมมากมาย เช่น....

  • อ่างเก็บน้ำเขาเต่า / วัดถ้ำเขาเต่า : ระยะทาง 1.3 - 1.7 กิโลเมตร
  • สถานีรถไฟชุมทางเขาเต่า : ระยะทาง 1.8 กิโลเมตร 
  • มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล : ระยะทาง 2.8 กิโลเมตร
  • สวนสนประดิพัทธ์ : ระยะทาง 4.5 กิโลเมตร
  • อุทยานราชภักดิ์ : ระยะทาง 6.0 กิโลเมตร
  • เขาตะเกียบ : ระยะทาง 8.0 กิโลเมตร
  • สวนน้ำวานา นาวา : ระยะทาง 8.2 กิโลเมตร
  • ห้าง BLUPORT : ระยะทาง 11.1 กิโลเมตร
  • ห้าง MARKET VILLAGE : ระยะทาง 12.5 กิโลเมตร


นอกจากนี้ เรายังสามารถเดินทางเข้ากรุงเทพฯ ได้ง่าย ๆ แค่วิ่งบนถนนเพชรเกษมไปเรื่อย ๆ เพียง 2-3 ชั่วโมงเท่านั้น หรือถ้าใครต้องการขยับไปฝั่งปราณบุรีก็สามารถไปได้แบบสะดวก ง่ายดาย


การลงทุนอะไรก็ไม่คุ้มค่าเท่ากับ
การให้รางวัลตัวเองด้วยสถานที่พิเศษ


ให้รางวัลตัวเองด้วยสถานที่พิเศษ ที่อบอวลไปด้วยความสุขในทุก ๆ วัน กับสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันทั้ง Services และ Facilities ระดับ World Class Luxury 4 Star-Hotel ภายใต้การออกแบบที่หรูหรา ดูทันสมัย


เริ่มต้นด้วยการทำทุกวันให้เป็นวันพักผ่อนไปกับ ‘ห้องฟิตเนส’ ที่มีเครื่องเล่น และอุปกรณ์ออกกำลังกายครบครัน ให้เราเข้ามาฟิต แอนด์ เฟิร์มได้ตลอดเวลา


ส่งเสริมจินตนาการให้คนที่คุณรักด้วย Kid’s Zone ที่มีพื้นที่ และกิจกรรมให้เราได้ใช้เวลาร่วมกัน

ภาพตัวอย่าง Facilities ในโครงการ CARAPACE HUAHIN ที่ออกแบบให้ตอบโจทย์การพักผ่อนที่สวยงาม
ซึ่งอย่างในส่วนของโรงแรม ก็จะมีห้องประชุม, ห้องอาหาร, ห้องสัมมนา ฯลฯ ให้ด้วย


แล้วอย่าลืมออกมาเพลิดเพลินกับบรรยากาศร่มรื่นของ Facilities ที่ช่วยสร้างความผ่อนคลายในการพักอาศัยได้เป็นอย่างดี พร้อมรายล้อมด้วยต้มไม้ และงานสถาปัตยกรรม ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของโครงการ


ชวนกันมาซึมซับและสูดอากาศบริสุทธิ์ของ ‘สวนสีเขียว’ ที่ออกแบบมาให้ดูปลอดโปร่ง โล่งสบาย ลงตัวกับการทำกิจกรรมต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นนั่งสังสรรค์ พูดคุย หรือชมวิวท้องฟ้า ดูดาวยามค่ำคืน


เปลี่ยนความรู้สึกในการเล่นน้ำแบบเดิม ๆ ให้พิเศษยิ่งขึ้นด้วย ‘สวนน้ำดีไซน์เก๋’ สไตล์ Free From


มีการแบ่งโซน Kid’s Pool เพื่อให้ทุกคนในครอบครัวมีความสุขร่วมกันได้ง่าย ๆ


เลือกเติมเต็มความสุขได้หลากหลายด้วย ‘Swimmig Pool’ ที่ออกแบบให้แต่ละมุมมีดีไซน์แตกต่างกันไป พร้อมด้วย Jacuzzi และ Spa ที่มีห้อง Sauna กับ Steam ภายใต้บรรยากาศธรรมชาติ และจัดวาง Sunken Pavilion, Sun Deack และ Pool Lounge ที่ให้คุณเลือกผ่อนคลายตามอัธยาศัย


สำหรับใครที่อยากสัมผัสวิวทะเล ลมเย็น ๆ กับแสงแดดอ่อน ๆ ของชายหาดเขาเต่าอย่างใกล้ชิด ที่ Carapace Huahin ก็มีส่วนของ Beach Front ไว้คอยต้อนรับ และรอมอบความสุขสุดผ่อนคลายนี้ ให้กับทุก ๆ คนที่ผ่านเข้ามา


นี่แหล่ะ!! คำตอบที่แสดงออกถึงศักยภาพหัวหิน
ตอบโจทย์ได้ทั้งไลฟ์สไตล์การพักผ่อน...
...และความคุ้มค่าด้านการลงทุน


สำหรับผู้ที่สนใจ อยากเป็นเจ้าของวิวทะเล และหาดส่วนตัวแบบนี้ ก็ลองให้ Carapace Huahin คอนโดติดทะเล หัวหิน มาช่วยเพิ่มโอกาสทางการลงทุน ที่จะทำให้คุณได้รับผลตอบแทน 5% นาน 5 ปี แถมยังเพิ่มความคุ้มค่าขึ้นอีก 2 เท่า ด้วยข้อเสนอฟรีส่วนกลางนาน 5 ปี ที่ไม่ว่าจะซื้ออยู่เอง หรือลงทุนต่อในอนาคตก็นับเป็นรางวัลชิ้นใหญ่ Celebrating Rewardable Property ที่ไม่ว่าใครก็ไม่ควรพลาด...


เพราะ หัวหิน-เขาเต่า ถือเป็น ‘จุดเชื่อมโยงระหว่างเมืองสู่เมือง’  ที่มีความได้เปรียบด้านแหล่งท่องเที่ยว ควบคู่ไปกับธุรกิจด้านโลจิสติกส์ และมีแนวโน้มจะเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตามแผนการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ซึ่งกำลังจะเปิดเส้นทาง มะริด - มูด่อง ด่านสิงขร - บางสะพาน อีกในอนาคต


ราคาเริ่มต้นเพียง 2.19 ล้านบาท หรือสอบถามเพิ่มเติมที่สำนักงานขาย

  • คลิกลงทะเบียน รับสิทธิพิเศษที่มากกว่าได้แล้วที่ carapacehuahin-khaotao.com
  • โทรสอบถาม เบอร์ 086-996-6662-3