รูปบทความ รู้จักกับการทำประกันชีวิต รองรับความเสี่ยง รับรองอนาคต

รู้จักกับการทำประกันชีวิต รองรับความเสี่ยง รับรองอนาคต

Esto Writer

31-05-2019

ประกัน เป็นสิ่งที่หลายคนฟังแล้วอาจจะนึกถึงภาพคนโทรมาตื้ออย่างน่ารำคาญ แต่หากมองถึงความเป็นจริงแล้ว ในชีวิตของเราต้องเผชิญกับความเสี่ยงมากมาย เพื่อรองรับความเสี่ยงเหล่านั้นจึงมี 'ประกัน' เกิดขึ้น ดังนั้นหากมองข้ามเรื่องน่ารำคาญ ประกันก็มีข้อดีเช่นกันเพียงแค่ต้องเลือกให้เหมาะกับตัวเราเท่านั้น


ทำไมต้องทำประกันชีวิต ?

หากพูดถึงการทำประกันชีวิตหลายๆ คนอาจจะมองว่าเป็นสิ่งที่ไม่จำเป็นต้องทำ และไม่รู้จะทำไปทำไม จ่ายเบี้ยประกันไปก็ไม่ได้ใช้เปลืองเงินเปล่าๆ แต่ความจริงแล้วประกันชีวิตนั้นมีความสำคัญเป็นอย่างมาก ลองนึกภาพว่าถ้าโทรศัพท์เราเกิดพังดูสิ สิ่งแรกที่เราจะนึกถึงคือโทรศัพท์หมดประกันหรือยัง สามารถส่งซ่อมได้อยู่ไหม ประกันชีวิตก็มีหน้าที่คล้ายแบบนั้น เพราะอนาคตเป็นสิ่งที่ไม่แน่นอนหากวันหนึ่งเราเจ็บป่วยหรือเป็นอะไรไป การที่เรามีประกันอยู่กับตัวก็จะช่วยทำให้เราอุ่นใจได้ในเรื่องของค่ารักษาพยาบาลนั่นเอง


ประกันชีวิตมีกี่แบบ ?

สิ่งสำคัญที่สุดก่อนเริ่มทำประกันชีวิตคือ เราควรศึกษาว่าประกันชีวิตมีกี่ประเภท และประกันชีวิตประเภทไหนที่เหมาะกับตัวเราที่สุด โดยวันนี้ Esto ก็ได้รวบรวมประกันชีวิตในแต่ละประเภทมาให้เพื่อนๆได้ศึกษากัน ลองมาดูสิว่าประกันชีวิตประเภทไหนที่จะเหมาะสมกับตัวเราที่สุด


ประกันชีวิตแบบชั่วระยะเวลา (Term)

ประกันชีวิตประเภทนี้จะมีราคาถูกที่สุดเมื่อเทียบกับประเภทอื่นๆ โดยจะคุ้มครองแค่ระยะสั้น และผู้ทำประกันสามารถเลือกระยะเวลาการคุ้มครองของประกันรวมถึงเลือกระยะเวลาการจ่ายเบี้ยประกันได้เอง หากผู้ทำประกันต้องการให้คุ้มครองกี่ปีก็จ่ายเบี้ยประกันตามปีนั้นๆ เช่น 5 ปี, 10 ปี เป็นต้น


ข้อดี : ราคาถูกที่สุดเมื่อเทียบกับประกันชีวิตประเภทอื่นๆ


ข้อเสีย : เบี้ยประกันเป็นแบบจ่ายทิ้งปีต่อปี ทำให้ไม่มีมูลค่าเงินสดกรมธรรม์


เหมาะกับใคร : เหมาะกับผู้ที่ต้องการการคุ้มครองระยะสั้น ไม่ตลอดชีพ



ประกันชีวิตแบบตลอดชีพ (Whole Life)

ประกันชีวิตประเภทนี้จะคุ้มครองระยะยาว โดยผู้ทำประกันจะจ่ายเบี้ยประกันเฉพาะในช่วงแรก เช่น 5 ปี, 10 ปี, 15 ปี เป็นต้น แต่ประกันจะคุ้มครองระยะยาวจนอายุ 90 ปีฯลฯ แต่่ตลอดระยะเวลาการคุ้มครองของประกันชีวิตประเภทนี้มักจะไม่มีเงินคืน หรือหากมีเงินคืนก็จะเป็นประเภทประกันชีวิตแบบตลอดชีพที่จ่ายเงินปัญผล ซึ่งจะจ่ายเงินปัญผลเท่าไรนั้นขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของบริษัทประกัน (แต่ละบริษัทแตกต่างกัน)


ข้อดี : ราคาค่อนข้างถูก และคุ้มครองตลอดชีพ


ข้อเสีย : ไม่ได้เงินคืน หรือหากต้องการเงินก้อนคืนก็ต้องปิดกรมธรรม์เท่านั้น


เหมาะกับใคร : เหมาะกับผู้ที่วางแผนจะให้มรดกลูกหลาน และต้องการการคุ้มครองตลอดชีพ



ประกันชีวิตแบบควบการลงทุน (Unit Link)

ประกันชีวิตประเภทนี้จะนำเบี้ยประกันส่วนหนึ่งไปลงทุนในกองทุนรวม โดยเราสามารถเลือกกองทุนเองได้ และเงินอีกส่วนหนึ่งจะนำไปใช้ในการคุ้มครองประกันชีวิต นอกจากนี้ยังสามารถกำหนดเบี้ยประกันเองได้, กำหนดระยะเวลาการจ่ายเบี้ยประกันเองได้, กำหนดระยะเวลาการคุ้มครองเองได้ และยังมีระบบในการบริหารการลงทุนอัตโนมัติอีกด้วย


ข้อดี : ราคาไม่แพงมาก มีความยืดหยุ่นสูง และมีโอกาสได้ผลตอบแทนสูงกว่าประกันชีวิตทุกประเภท


ข้อเสีย : ผลตอบแทนไม่แน่นอน และมีความเสี่ยงจากการลงทุน


เหมาะกับใคร : เหมาะกับผู้ที่ต้องการกำหนดระยะเวลาการคุ้มครองและเบี้ยประกันเอง



ประกันชีวิตแบบบำนาญ (Annuity)

ประกันชีวิตประเภทนี้จะเน้นการออมเงินเพื่อชีวิตหลังเกษียณ โดยจะออมเงินต่อเนื่องไปจนถึงช่วงอายุเกษียณงาน เช่น 60 ปี, 65 ปี เป็นต้น และหลังจากเกษียณจะทำการคืนเงินประกันทุกปีไปจนถึงอายุ 90 ปีฯลฯ ประกันประเภทนี้จะปราศจากความเสี่ยง แต่เบี้ยประกันค่อนข้างแพง


ข้อดี : มีเงินออมที่แน่นอน ปราศจากความเสี่ยงและได้ผลระยะยาว


ข้อเสีย : ทุนประกันไม่สูงมากนัก (แต่สูงกว่าแบบสะสมทรัพย์)


เหมาะกับใคร : เหมาะกับผู้ที่วางแผนอนาคตไปจนถึงวัยเกษียณงานแล้ว



ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ (Endowment)

ประกันชีวิตประเภทนี้จะเน้นการออมเงินโดยมีทั้งแบบระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว ช่วงเวลาตั้งแต่ 3 - 5 ปี ไปจนถึง 20 - 30 ปี และจะไม่สามารถถอนเงินออกจากกรมธรรม์ได้


ข้อดี : มีเงินออมที่แน่นอน ปราศจากความเสี่ยงและได้ผลระยะยาว


ข้อเสีย : ได้ทุนประกันน้อยที่สุดเมื่อเทียบกับประกันทุกประเภท


เหมาะกับใคร : เหมาะกับผู้ที่ต้องการทำประกัน และได้เงินออมคืนในอนาคต


สามารถดูสรุปภาพรวมได้จากตารางนี้


ประกันชีวิตทั้ง 5 ประเภท มีข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกัน รวมถึงเหมาะกับไลฟ์สไตล์ชีวิตที่แตกต่างกันด้วย ดังนั้นเราจึงควรเลือกประกันชีวิตที่ตอบโจทย์และตรงกับไลฟ์สไตล์ของเราให้มากที่สุด เพื่อการคุ้มครองที่เหมาะสมและผลตอบแทนที่ดีที่สุดต่อตัวเรานั่นเอง


บทความที่เกี่ยวข้อง

อยู่กันอย่างไร? ในยุคที่ราคาขนส่งมวลชน ผกผันต่อคุณภาพชีวิต

100 กว่าปีรถเมล์ ย้อนดูอดีตที่ส่งผลสู่ปัจจุบันของประวัติค่าเดินทางชาวกรุง

ฟังแล้วได้ข้อคิด เติมพลังชีวิตจาก 5 TED Talks คนไทย

เป็นไปได้ไหม? ให้ย่านเหล่านี้เป็นว่าที่ CBD ในอนาคต