รูปบทความ รู้จัก ประกันภัยอาคาร เรื่องที่คนซื้อคอนโด ต้องศึกษาให้เข้าใจ

ESTOPOLIS | รู้จัก ประกันภัยอาคาร เรื่องที่คนซื้อคอนโด ต้องศึกษาให้เข้าใจ

ประกันภัยอาคาร นั้นสำคัญไฉน แล้วทำไมจึงต้องทำประกันภัยอาคาร


สำหรับหลายๆคนที่ซื้อคอนโดมิเนียม คงจะเคยได้ยินเรื่องของการทำประกันภัยอาคาร หรืออาจตะเคยได้ยินคับคล้ายคับคลาง่าต้องทำประกันคอนโด แล้วเคยสงสัยหรือไม่ว่าเจ้าประกันที่ว่านี้คืออะไร และมีความสำคัญอย่างไรบ้าง


การทำประกันภัยอาคาร นั้น เป็นวิธีการหนึ่งในการป้องกันความเสี่ยงสำหรับโครงการคอนโดมิเนียม หรืออาคารชุด ซึ่งโดยทั่วไปนั่นโครงการจะทำประกันภัยอาคารชุดซึ่งแย่งออกเป็น 2 ประเภท คือ ประกันภัยความคุ้มครองส่วนกลางของอาคาร ซึ่งเป็นการทำประกันภัยที่คิดจากมูลค่าโครงการ โครงสร้าง พื้นที่ส่วนกลาง facilities ต่างๆ งานระบบ ซึ่งจะครอบคลุมถึงเรื่องของการถูกโจรกรรม อัคคีภัย อุทกภัยหรือน้ำท่วม พายุ หรือภัยธรรมชาติต่างๆที่อาจจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อตัวอาคารโดยรวม อุปกรณ์ งานระบบ หนือทรัพย์สินส่วนต่างๆของคอนโดได้



ส่วนการทำประกันในแบบที่ 2 คือ การทำประกันภัยสำหรับบุคคลที่ 3 ประกันภัยลักษณะนี้ทำขึ้นเพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดจากส่วนกลางของโครงการหรือนิติบุคคล แล้วไปโดนบุคคลภายนอก หรือผู้ที่อยู่นอกเหนือจากโครงการ เช่น การที่เราพาเพื่อนมานั่งทำงานที่ส่วนกลางของคอนโด แล้วเดินหลอดไฟตกใส่ เป็นต้น


ซึ่งประกันภัยที่ทำจะมีการพิจารณาทุนประกันและเงื่อนไขในการทำประกันภัยนั้นๆ เพราะทุนประกันภันโดยรวมนั้นเป็นการคำนวนจากความเสียหายในระดับ 100% ดังนั้นจึงต้องมีเงื่อนไขที่จำกัด เช่น ถ้าหากว่าโครงการคอนโดเกิดอยู่ในพื้นที่แผ่นดินไหว แล้วอาคารถล่มลงมาทั้งหมด ก็ต้องมาดูเงื่อนไขของประกันภัยอาคารนั้นว่า ระบุวงเงินคุ้มครองไว้ที่เท่าไหร่ หากระบุไว้ว่าได้วงเงินคุ้มครอง 50 ล้านบาท ก็จะได้รับเงื่อนตามจำนวนในเงื่อนไขนั้น


ส่วนการทำประกันที่เรามักเจอกันเวลายื่นกู้ซื้อคอนโดนั้น เป็นการทำประกันของเจ้าของห้อง เพราะการทำประกันภัยของนิติบุคคลนั้น จะไม่รวมถึงความเสียหายของบุคคล หรือเจ้าของร่วมด้วย เช่น ในกรณีที่เราทำของเสียหายแล้วเกิดผลกระทบกับเพื่อนจ้างห้อง เราก็จะต้องจ่ายค่าเสียหายในการซ่อมแซมเอง หากไม่ได้ทำประกันไว้ ดังนั้นเราป้องกันและครอบคลุมความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต เต้าของห้องชุด หรือคนที่ซื้อคอนโดก็ควรทำประกันภัยห้องชุดของตัวเองเอาไว้ เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุต่างๆ ที่อาจมาจากการเสื่อมสภาพของโครงการหรือการซ่อมแซม ตกแต่งที่เกิดขึ้นในอนาคต


การทำประกันภัยความเสียหายที่ควรพิจารณานั้นมีหลักๆ 2 เรื่อง สำหรับเจ้าของห้องชุด คือ


การทำประกันอัคคีภัย


ในกรณีที่เจ้าของห้องทำประกันเอง เพื่อเป็นการคุ้มครองทรัพย์สินภายในห้อง เพราะการอยู่อาศัยในคอนโดนั้นมีพื้นที่ตำกัด หากเกิดเหตุสุดวิสัยขึ้นมาอาจไม่สามารถยับยั้งได้ทัน กังนั้นหากมีการกู้ซื้อคอนโดกับธนาคารที่ต้องมีการใช้สินทรัพย์เป็นหลักประกัน จะต้องมีการทำประกันอัคคีภัย ส่วนคนที่ซื้อคอนโดแบบไม่ได้กู้ธนาคาร การทะประกันอัคคีภัยไว้ก็เป็นเรื่องที่ควรให้ความสำคัญ โดยเฉพาะหากเป็นการซื้อคอนโดเพื่อลงทุนปล่อยเช่า เราไม่สามารถยับยั้งอุบัติเหตุได้ทันหากผู้เช่าทำความเสียหาย ซึ่งการทำประกันจะเป็นการประกันความคุ้มครองเพื่อนำมาใช้ในการปรับปรุงซ่อมแซม และชดใช้ค่าเสียหาย ซึ่งอาจจะเสียไปมากกว่าที่เก็บประกันจากผู้เช่าก็ได้


การทำประกันภัยบุคคลที่ 3



ในกรณีนี้ไม่ใช่แต่เฉพาะโครงการคอนโดมิเนียมหรือนิติบุคคลเท่านั้นที่ควรทำ แต่เป็นการทำประกันภันคุ้มครองชีวิตและทรัพย์สิน ของผู้ที่ได้รับความเสียหายจากความประมาทหรืออุบัติเหตุที่เกิดจากเจ้าของห้อง เช่น มีสิ่งของจากห้องหล่นร่วงไปโดนบุคคลอื่น หรือเกิดอุบัติเหตุสร้างความเสียหายไปถึงห้องข้างเคียง ก็ยังมีความคุ้มครองจากการทำแระกันภันบุคคลที่ 3 ช่วยชำระค่าเสียหายที่เกิดขึ้นได้


อย่างไรก็ตาม การทำประกันภัยอาคาร นั้น เป็นสิ่งที่พึงทำเอาไว้ เพราะนิติบุคคล หรือฝ่ายจัดการดูแลอาคาร จะต้องคอยเฝ้าระวังมิให้เกิดข้อผิดพลาด หรือความเสียหายขึ้น และต้องสังเกตุว่ามีโอกาสในการเกิดอุบัติเหตุ หรือความเสียหายในด้านในได้บ่อย เพื่อจะได้หาแนวทางป้องกันในระยะยาว และทำแระกันให้ครอบคลุมความเสียหายโดยรวมที่อาจเกิดขึ้นได้ และควรจะต้องคอยตรวจสอบมิให้เกิดความเสียหาย เพราะถ้าหากมรการเคลมประกันอยู่บ่อยครั้ง ก็จะทำให้เบี้ยประกันภัยในปีต่อๆไปมีอัตราเบี้ยแพงขึ้น


ส่วนเจ้าของห้องชุด หรือผู้ที่ซื้อคอนโด ก็ควรระมักระวัง และปฏิบัติตามกฎระเบียบในการอยู่อาศัยของนิติบุคคลอย่างเครืงครัด เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายขึ้นได้ง่ายๆ เว้นเสียแต่ว่าจะเกิดจากอุบัติเหตุจริงๆ การทำประกันภัยเอาไว้ก็จะช่วยได้มาก นอกจากนี้ยังต้องเลือกบริษัทประกันภัยที่จะทำด้วย ว่าเป็นบริษัทที่เชื่อถือได้ มีชื่อเสียง หรือไว้วางใจได้มากแค่ไหน ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วการทำประกันกับโบรกเกอร์ที่ธนาคารเสนอให้เราตอนทำสัญญากู้ซื้อคอนโดนั้นก็มักจะเป็นประกันจากทางธนาคาร ก็ควรสอบถามและศึกษาขั้นตอนและรายละเอียด ในกรณีที่ต้องมีการยื่นเคลมประกันเอาไว้ด้วย