รูปบทความ ส่องกลยุทธ์ 'แสนสิริ' ปี 60 รุกเปิดคอนโดในตลาดใหม่ ตั้งเป้ายอดขาย 21,000 ล้านบาท

ส่องกลยุทธ์ 'แสนสิริ' ปี 60 รุกเปิดคอนโดในตลาดใหม่ ตั้งเป้ายอดขาย 21,000 ล้านบาท

เมื่อพูดถึงผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ของประเทศ หนึ่งในนั้นจะต้องมีชื่อของ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) บริษัทที่ในช่วงครึ่งปีแรกเรียกเสียงฮือฮาให้กับวงการอสังหาฯ ด้วยการผันตัวเป็น Property Tech ซึ่งเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ในการพัฒนาคอนโดมิเนียมปี 2560 แต่นอกจากการชูจุดขายว่าจะรุก  PropTech แบบเต็มตัวแล้ว ก็ยังมีกลยุทธ์ที่น่าสนใจอีกหลายข้อ ดังนี้


ลงทุนกับนวัตกรรมใหม่ๆ เป็น “Property Tech” แบบเต็มตัว

ช่วงต้นปีแสนสิริสร้าง Innovation and digital ecosystem โดยการจัดตั้งบริษัทลูกในลักษณะของ Venture Capital ขึ้นเพื่อมองหาโอกาสในการลงทุนธุรกิจประเภท “Property Tech” โดยได้ร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจธนาคารไทยพาณิชย์ ก่อตั้ง Venture Capital ในชื่อบริษัท สิริ เวนเจอร์ จำกัด เพื่อพัฒนานวัตกรรมอสังหาฯ ให้ตอบโจทย์ของการใช้ชีวิตด้านที่อยู่อาศัยหรือ “พร็อพเพอร์ตี้ เทคโนโลยี” (Property Technology) อย่างเต็มรูปแบบรายแรกของไทย 

แสนสิริเริ่มต้นการเป็น Property Tech ด้วยการยกระดับศักยภาพของ Home Service ซึ่งเป็นโมบายแอปพลิเคชัน นวัตกรรมใหม่ที่สามารถให้บริการ และอำนวยความสะดวกด้านต่างๆ ผ่านระบบออนไลน์ ให้กับลูกบ้านในเครือของแสนสิริมากถึง 135 โครงการ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคอนโดมิเนียม นอกจากนี้ยังได้นำระบบ Smart Home Integration มาใช้ โดยเปิดตัวใช้ที่โครงการ 98 Wireless (ไนน์ตี้เอท ไวร์เลส) และโครงการ The XXXIX (เดอะ เทอร์ทีไนน์) โครงการเป็นครั้งแรก


สานต่อความสำเร็จด้วยการเปิดโครงการใหม่และทยอยโอนโครงการเดิม

แสนสิริเปิดตัวโครงการใหม่อีก 4 โครงการ มูลค่ากว่า 12,000 ล้านบาท ภายใต้แบรนด์ “The monument” และ “The best” เป็นต้น นอกจากนี้ บริษัทยังทยอยโอน เดอะ ไลน์ สุขุมวิท71 โครงการคอนโดมิเนียมที่แล้วเสร็จ 100% โดยปัจจุบันโอนไปแล้ว 80% รวมทั้งจ่อคิวโอนโครงการ เดอะ ไลน์ จตุจักร – หมอชิต ซึ่งเป็นเดอะ ไลน์ โครงการแรกของบริษัทร่วมทุนกับบีทีเอส มูลค่าประมาณ 5,700 ล้านบาท ในเดือนกันยายน 2560

นอกจากนี้ยังสานต่อความสำเร็จโครงการคอนโดมิเนียม KHUN by YOO inspired by Starck (คุณ บาย ยู อินสไปร์ บาย สตาร์ค) บนใจกลางทองหล่อ ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้าเป็นอย่างมาก ปัจจุบันโกยยอดขายไปแล้วถึงกว่า 65% 


เจาะกลุ่มตลาดต่างชาติกลุ่มใหม่ และขยายฐานลูกค้าเดิม



แสนสิริวางแผนรุกกลุ่มตลาดลูกค้าใหม่ตั้งเป้ายอดขายตลาดต่างชาติในปีนี้ไว้ถึง 7,500 ล้านบาท เติบโตจากปี 2559 ที่บริษัทสามารถสร้างยอดขายตลาดต่างชาติได้ 5,400 ล้านบาท ถึงเกือบ 40% โดยเน้นไปที่ “ญี่ปุ่น” และ “ดูไบ” พร้อมทั้งขยายฐานลูกค้าเดิมอย่างลูกค้าชาวจีน ฮ่องกง ไต้หวัน และสิงคโปร์เพิ่มมากขึ้น ซึ่งในเดือนมีนาคมที่ผ่านมาได้เปิดตัว เดอะ ไลน์ 2 โครงการ คือ “เดอะ ไลน์ พหลฯ – ประดิพัทธ์” และ “เดอะ ไลน์ สุขุมวิท 101” แบบ Global launch เต็มรูปแบบใน 4 ประเทศ ได้แก่ ฮ่องกง ไต้หวัน สิงคโปร์ และจีน ขณะที่คอนโดมิเนียมโครงการอื่นก็วางแผนที่จะนำไปโรดโชว์กับลูกค้าต่างชาติอย่างต่อเนื่อง 


บริษัทจะมีการเปิดตัวโครงการระดับไฮเอนด์ในสัดส่วนที่มากขึ้น

แสนสิริเปิดตัวโครงการบ้านเดี่ยวระดับบน Segment ราคาสูงที่สุดของแสนสิริ ภายใต้แบรนด์ “บ้านแสนสิริ” ที่จะนำกลับมาพัฒนาอีกครั้ง หลังประสบความสำเร็จจากการพัฒนาโครงการ “บ้านแสนสิริ สุขุมวิท 67″ ในปี 2549 รวมถึงการพัฒนาคอนโดมิเนียมเพื่อรองรับความต้องการคอนโดมิเนียมในระดับ Premium ของกลุ่มลูกค้าระดับบน ซึ่งมีความต้องการซื้อทั้งเพื่ออยู่อาศัยเอง ลงทุนหรือเก็บเป็นสินทรัพย์

ส่วนด้านคอนโดมิเนียมก็มีการเปิดตัวคอนโดมิเนียมระดับไฮเอนด์ในใจกลางเมืองย่านธุรกิจอีก 2 ทำเล คือ สุขุมวิทและทองหล่อ รวมถึงเปิดตัวโครงการ “98 Wireless” (ไนน์ตี้เอท ไวร์เลส) แฟลกชิปคอนโดมิเนียมที่ดีที่สุดทั้งในประเทศไทยและในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บนทำเลที่พักอาศัยระดับเอ็กซ์คลูซีฟบนถนนวิทยุ มูลค่าโครงการรวมกว่า 8,700 ล้านบาท