รูปบทความ ห้องนอนไม่ได้นอน สิ่งที่ต้องคำนึงถึงก่อนซื้อคอนโด

ห้องนอนไม่ได้นอน สิ่งที่ต้องคำนึงถึงก่อนซื้อคอนโด

จะบ้านหรือคอนโดก็ตามแต่ สิ่งที่คุณต้องการจากมันมากที่่สุดคือการพักผ่อน โดยเฉพาะการนอน แต่หลายคนเมื่อไปเลือกคอนโดกลับไม่ได้สนใจที่จะพิจารณาห้องนอน หรือมองในแง่ของการพักผ่อนเลย ส่วนใหญ่จะมองแค่ห้องสวยหรือไม่ ระยะห่างระหว่างโซฟากับทีวีเท่าไร วิวสวยหรือไม่ ซึ่งเหล่านี้เป็นเรื่องของความสุนทรีเมื่อคุณตื่นอยู่มากกว่า ซึ่งถ้าหากคุณเอาแต่เลือกคอนโดจากเหตุผลเหล่านี้ คุณมีโอกาสที่จะได้ตื่นตลอดเวลาเพราะได้ “ห้องนอนไม่ได้นอน” มาครอบครอง


วิธีการหลีกไกลจากห้องนอนไม่ได้นอน ทาง Estopolis จึงขอแนะนำให้คุณเช็คดังนี้ เพื่อความสุขในการพักผ่อนที่เต็มอิ่มไร้การรบกวน


1. เช็คเพื่อนบ้าน

เพื่อนบ้านคือตัวการสำคัญในการทำให้เกิดเสียงดังอันดับหนึ่ง และเมื่อคุณเจอเพื่อนบ้านที่ชอบส่งเสียงดังแล้วคุณแก้ไขแทบไม่ได้เลย ดังนั้นเราอยากให้คุณลองเช็คเพื่อนบ้านของคุณก่อนซื้อคอนโดด้วยวิธีการเหล่านี้


1.1 เช็คเพื่อนบ้าน : ถามพนักงานขายตรง ๆ

การถามพนักงานขายตรง ๆ เป็นอะไรที่ง่ายที่สุด ในหลายโครงการพนักงานขาจะบอกว่าชาวต่างชาติอยู่เยอะ คุณควรซักต่อว่าเป็นชาติอะไรบ้าง เพราะถ้าหากเป็นชาวจีน คุณอาจจะได้เพื่อนบ้านที่สูบบุหรีจัด ซึ่งถ้าไม่ใช่เพราะกลิ่นบุหรี อาจจะเป็นเพราะสัญญาณเตือนไฟใหม้ดังเนื่องจากการสูบบุหรีในห้องก็อาจจะเป็นไปได้


1.2 เช็คเพื่อนบ้าน : ดูสภาพแวดล้อม

คอนโดทั่วไปอยู่ใกล้แหล่งทำงานแบบไหน ผู้อยู่อาศัยก็จะทำงานแบบนั้น เช่น ใกล้แหล่งท่องเที่ยวกลางคืนก็จะเป็นคนที่ทำงานกลางคืน อยู่ใกล้มหาวิทยาลัยก็จะเป็นนักศึกษา ไม่อยู่ใกล้อะไรเลยก็อาจจะเป็นคนมีรถ ซึ่งจากข้อมูลเหล่านี้คุณก็อาจจะพอเดากิจกรรมของพวกเขาได้ โดยเฉพาะคนที่ทำงานกลางคืนกับนักศึกษาคนพวกนี้จะไม่ค่อยได้นอนในช่วงเวลากลางวัน และจำตื่นกลางคืนเป็นหลัก คุณอาจจะได้ยินเสียงจากการทำกิจกรรมต่าง ๆ ในตอนดึก ๆ เช่นการทำกับข้าว หากคุณเลี่ยงไม่ได้คุณอาจจะต้องเลือกที่แปลนห้องแทน หากคนส่วนใหญ่ในคอนโดต้องใช้รถส่วนตัวเป็นหลักและคอนโดของคุณเป็นแบบ low rise คุณควรเลือกห้องที่สูงกว่าชั้น 2 และอยู่ลึก เพื่อที่จะไม่ได้ยินเสียงรถวิ่งเข้าออกทั้งคืน


1.3 เช็คเพื่อนบ้าน : ดูที่การตลาด

ในหลายโครงการจะมีพนักงานขายเป็นชาวต่างชาติ นั่นหมายความว่าคอนโดโครงการนั้นอาจจะมีชาวต่างชาติถือครองอยู่เยอะ ในบางโครงการมีการมีการหาคนมาลงทุนซื้อห้องเพื่อปล่อยเช่าคอนโดเหล่านั้นก็จะมีผู้อาศัยเป็นชาวต่างชาติเยอะเช่นกัน


2. ดูที่แปลนห้อง และแปลนชั้น

นอกจากจะหาแปลนห้องที่ถูกใจแล้ว อาจจะต้องเช็คแปลนชั้นให้ดีด้วย โดยส่วนใหญ่แล้วห้องนอนของคุณมักจะใช้ผนังร่วมกับห้องนอนห้องข้าง ๆ ซึ่งก็อาจจะมีเสียงดังได้ในกรณีที่ห้องข้าง ๆ มีกิจกรรมบนเตียงกัน แต่นั่นก็เป็นเวลาไม่นาน แต่ถ้าหากห้องของคุณติดกับห้องครัวหรือห้องนั่งเล่นของห้องข้าง ๆ และห้องเหล่านั้นมีผู้อาศัยเป็นนักศึกษาหรือคนที่ทำงานกลางคืน คุณอาจจะถูกปลุกเพราะกิจกรรมตลอดคืนของพวกเขา


หากเป็นไปได้ คุณไม่ควรเลือกห้องที่มีห้องนอนอยู่ติดกับห้องแบบ Studio เนื่องจากห้องลักษณะนี้เป็นห้องแบบห้องเดียว ทุกกิจกรรมจะทำอยู่ในห้องเดียว ทุกเสียงในห้องนี้คุณจะมีโอกาสได้ยินแน่นอน


เลือกห้องที่ไม่ห้องนอนไม่ติดลิฟต์ เนื่องจากลิฟต์เป็นการขึ้้นลงหลักของคอนโด จะทำให้คุณได้ยินเสียงลิฟต์ และการเข้าออกตลอดเวลา


ทำเลห้องที่ดีในการพักผ่อนจริง ๆ คือห้องนอนไม่ติดใครเลย เช่นห้องนอนติดบันไดหนีไฟ หรือเป็นห้องมุม สำหรับห้องที่ติดบันไดหนีไฟ สำหรับคอนโดแล้วเป็นทำเลที่ดี เพราะบันไดหนีไฟไม่มีใครเดินขึ้นลง และหนีได้สะดวกเวลาที่มีเหตุฉุกเฉินอีกด้วย



3. หลีกเลี่ยงห้องที่อยู่ติดที่ดินเปล่า

ไม่เพียงแค่ที่ดินเปล่า ตึกร้าง หรือตึกเก่า ก็ควรหลีกเลี่ยงด้วย เนื่องจากที่ดินเหล่านั้นมีโอกาสได้รับการพัฒนาเป็นสิ่งก่อสร้างอย่างอื่นแน่นอน และในระหว่างการก่อสร้าง หรือปรับปรุง จะต้องมีเสียงดังอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ หากโชคร้ายบริษัทผู้รับเหมาอาจจะทำงานกันทั้งวันทั้งคืน จนต้องร้องเรียนอีก ดังนั้นหากเลี่ยงได้ควรเลี่ยงไปเลยจะดีกว่า



4. ศึกษากิจกรรมในพื้นที่

ในพื้นที่บางแห่งเป็นที่จัดกิจกรรมคอนเสิร์ท หรืออีเว้นท์ต่างๆ เป็นประจำ ข้อมูลเหล่านี้เป็นสิ่งที่คุณควรจะต้องรู้ โดยเฉพาะคอนโดบางโครงการอยู่ติดกับที่ดินเปล่าสำหรับจัดงานดนตรีกลางแจ้ง งานดนตรีเหล่านี้นอกจากจะเสียงดังแล้ว อาจจะลากยาวจนดึกดื่นอีกด้วย


5. ตรวจเครื่องตรวจจับไฟไหม้

ข้อนี้หลายคนค่อนข้างมองข้าม หากโครงการติดเครื่องตรวจจับไฟไหม้ผิดประเภท โดยเฉพาะการติดเครื่งอตรวจจับควันไว้ที่บริเวณห้องครัว อาจจะทำให้สัญญาณเตือนภัยดังได้ง่าย ดังนั้นคุณควรเช็คให้ดี หากโครงการติดผิด นั่นแปล่ว่าติดผิดทั้งอาคาร เครื่องตรวจจับอัคคีภัยบริเวณครัวไม่ควรจะเป็นเครื่องตรวจจับควัน แต่เป็นเครื่องตรวจจับอุณหภูมิซึ่งเซ้นซิทีฟน้อยกว่า


นอกจากหัวข้อที่บอกไปแล้ว คุณยังสามารถสังเกตเรื่องต่าง ๆ ได้ด้วยตัวเองอีกด้วย เช่น คอนโดของคุณติดถนนใหญ่หรือทางด่วนหรือไม่ กำแพงเก็บเสียงดีหรือเปล่า ทั้งนี้ก็เพื่อความสบายใจในการพักอาศัยของคุณ ว่าจะสามารถพักผ่อนได้เต็มอิ่มเพื่อชีวิตการทำงานที่สดใส และเต็มประสิทธิภาพ