รูปบทความ เจ.เอส.พี. ตอกย้ำภาพลักษณ์แบรนด์ใหม่ด้วย J ID พร้อมตั้งเป้ายอดรวมปีนี้ถึง 5 พันล้านบาท

เจ.เอส.พี. ตอกย้ำภาพลักษณ์แบรนด์ใหม่ด้วย J ID พร้อมตั้งเป้ายอดรวมปีนี้ถึง 5 พันล้านบาท

JSP ต้องครบทั้งฟังก์ชัน อยู่แล้วดูดี ทันสมัย ราคาเป็นมิตร หาซื้อได้ทุกทำเล

'ถ้าเปรียบกับแบรนด์แฟชันแล้ว ผมอยากให้เหมือนยูนิโคล่ แบรนด์ที่ครบทั้งฟังก์ชัน ดูดี ทันสมัย และราคาเป็นมิตร หาซื้อได้ทุกที่ นี่คือ JSP Brand /J Series' นี่คือคำกล่วของคุณไพโรจน์ วัฒนวโรดม กรรมการผผู้จัดการริษัท เจ.เอส.พี. แอสพลัส จำกัด และรองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บมจ. เจ.เอส.พี. พร็อพเพตี้ พร้อมทั้งชี้กลยุทธ์ประจำปีที่เน้นการปรับภาพลักษณ์แบรนด์ใหม่ รวมถึงการลงทุนที่เปลี่ยนไปยังกลุ่มของที่อยู่อาศัยแนวราบมากยิ่งขึ้น


ปรับภาพลักษณ์แบรนด์ใหม่ เพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการของผู้อยู่อาศัย

“สินค้าของ เจ.เอส.พี. มีจุดแข็งในด้านศักยภาพของเรื่องต้นทุนที่ดินและทำเลที่ตั้งเป็นหลัก พร้อมปัจจุบันบริษัทฯ ได้ทำการปรับสินค้าโดยการคิดค้นแนวคิด J ID หรือ J Intelligent Design นวัตกรรมมาตรฐานของบ้าน อันชาญฉลาดของเจ.เอส.พี. เสริมเข้าไป ทำให้รูปแบบบ้านมีความสมบูรณ์และลงตัวมากที่สุด เช่น การปรับรูปแบบบ้านให้มีพื้นที่ใช้สอยมากขึ้นในขนาดบ้านที่เท่าเดิม เน้นการประหยัดพลังงาน เปิดรับแสงให้เข้าถึงได้ง่ายทำให้บ้านสว่าง และมีสีสันที่ทันสมัย เป็นต้น ซึ่งด้วยประสิทธิภาพเหล่านี้จึงทำให้บ้านของ เจ.เอส.พี. มีคุณภาพมาตรฐานเทียบ เท่ากับบ้านในกลุ่มบิ๊กแบรนด์ในราคาที่คุ้มค่ากว่า และมั่นใจว่าสามารถตอบโจทย์ลูกค้าผู้อยู่อาศัย และทำให้เกิดความคุ้มค่าและประโยชน์สูงสุดแก่ลูกค้าแน่นอน” นายไพโรจน์กล่าว


J ID หรือ J Intelligent Design นวัตกรรมมาตรฐานของบ้าน

เจ.เอส.พี. ชูกลยุทธ์ J ID  หรือ J Intelligent Design นวัตกรรมมาตรฐานของบ้าน ซึ่งเป็นหลักการแนวคิดที่ผู้อยู่อาศัยสามารถจับต้องได้จริงใน 4 ด้าน ได้แก่...

- iFunction การออกแบบให้พื้นที่ทุกตารางนิ้วในบ้านสามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่ 

- iEnergy การออกแบบ และการเลือกใช้วัสดุเพื่อให้ประหยัดพลังงาน เช่น LED ทั้งหลัง แผ่นฟลอยด์สะท้อนความร้อน ช่องระบายอากาศใต้ฝ้า มีช่องแสงขนาดใหญ่เพื่อให้บ้านสว่างขึ้นโดยไม่ต้องเปิดไฟฟ้าในเวลากลางวัน พร้อมการนำนวัตกรรม Passive Cooling เข้ามาช่วยลดความร้อนระหว่างวันให้แก่บ้าน จึงทำให้บ้านมีความโปร่งโล่ง บรรยากาศดี

- iColor การเลือกใช้สีกลุ่มสีโทนเย็นทำให้ดูสบายตา และมีคุณสมบัติสีช่วยสะท้อนความร้อน  

- iConnect ที่โครงการฯ คำนึงถึงความสะดวกสบายของลูกบ้าน โดยสร้างพื้นที่ Club House และ Co-working Space ที่ลูกบ้านสามารถใช้ได้อย่างไม่จำกัดด้วย


เน้นการลงทุนที่อยู่อาศัยแนวราบ เพื่อกระตุ้นยอดขาย

เจ.เอส.พี. อยู่ในช่วงเดินหน้าเร่งก่อสร้าง โครงการในกลุ่ม J Series ซึ่งเน้นพัฒนาสินค้าเพื่อตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมาย Gen X,Y อายุ 20-51 ปี โดยเน้นการดีไซน์ในสไตล์โมเดิร์น รวมทั้งการตกแต่งและเพิ่มฟังก์ชั่นการใช้งานในตัวบ้านหรือคอนโดมิเนียมมากขึ้น โดยหลังจากได้ทำการปรับภาพลักษณ์รีแบรนด์ใหม่ ก็ได้รับกระแสการตอบรับที่ดีจากลูกค้าค่อนข้างมาก ส่วนในปี 2560 นี้ทาง เจ.เอส.พี. มีโครงการพัฒนาด้านอสังหาฯ โดยเจาะกลุ่มตลาดที่อยู่อาศัยแนวราบเป็นหลัก แบ่งสัดส่วนทางการตลาดในไตรมาสที่ 4 ของปี 2560 เป็นที่อยู่อาศัยประเภทบ้านและทาวน์โฮม 56%, อาคารพาณิชย์ 20% และคอนโด 20% 


ตั้งเป้าอยู่ที่ 5,000 ล้านบาท ดึงยอดขายจาก J Series


สำหรับความเคลื่อนไหวของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในปีนี้ ตั้งเป้าไว้ที่ 5,000 ล้านบาท ซึ่งมาจากโครงการกลุ่ม J series ที่เปิดขายใหม่ 700 ล้านบาท และจากโครงการเก่า 4,300 ล้านบาท แบ่งเป็นรายได้จากโครงการแนวราบ 3,509 ล้านบาท และโครงการคอนโดมิเนียม 1,491 ล้านบาท โดยประเดิมช่วงไตรมาสที่ 1 จำนวน 7 โครงการ ได้แก่

-J Condo พระราม 2 คอนโดใหม่ติดเซ็นทรัลพระราม 2 เริ่ม 1.39 ล้านบาท

-J City ติวานนท์-บางกะดี ทาวน์เฮาส์ฟังก์ชันบ้านเดี่ยว ใกล้ชิดธรรมชาติ เริ่ม 2.39ล้านบาท

-J City รัตนาธิเบศร์-บางบัวทอง ทาวน์เฮาส์ทำเลดีที่สุดใจกลางตลาดบางบัวทอง เริ่ม 2 ล้านต้นๆ

-J Villa สุขุมวิท-แพรกษา บ้านแฝดนวัตกรรมบ้านเดี่ยว เริ่ม 3.15 ล้านบาท

-J Villa รังสิต คลองหนึ่ง บ้านแฝด ดีที่สุด ระดับ 4 Best บนถนนรังสิตคลองหนึ่ง เริ่ม 3.59 ล้านบาท

-J Villa บางปะกง-บ้านโพธิ์ ทาวน์เฮาส์สไตล์บ้านเดี่ยว ใกล้กรุงเทพ เริ่ม 2.09 ล้านบาท

-J Grand สาทร-กัลปพฤกษ์ ทาวน์เฮาส์ 3 ชั้น ติดถนนใหญ่แห่งเดียวบนถนนสาทร-กัลปพฤกษ์ เริ่ม 3.89 ล้านบาท และเป็นโครงการล่าสุดที่ทำการเปิดตัวไปในวันที่ 16 มิถุนายน 2560 โดยโครงการตั้งอยู่บนทำเลติดถนนใหญ่แห่งเดียวบนกัลปพฤกษ์ เนื้อที่รวมกว่า 12-0-93.6 ไร่ จำนวน 120 ยูนิต ซึ่งโครงการจะก่อสร้างแล้วเสร็จกลางปี 2561 โดยเริ่มทยอยโอนในช่วงเดือนกรกฎาคม 2560 นี้

ภาพตัวอย่างโครงการ เจ แกรนด์ สาทร-กัลปพฤกษ์ 

ส่วนภาพรวมธุรกิของเจ.เอส.พี. ในปี 2560 นี้ บริษัทฯ ตั้งเป้าจะเปิดเพิ่มอีก 4 โครงการ ได้แก่ โครงการ เจ ซิตี้ รัตนาธิเบศร์-บางบัวทอง โครงการ เจ วิลล่า วงแหวน- บางใหญ่ โครงการ เจ ซิตี้ ศรีราชา-อัสสัมชัญ และโครงการ เจ คอนโด บางเสร่ ซึ่งหากเติบโตและพัฒนาโครงการในแนวทางนี้ไปเรื่อยๆ เจ.เอส.พี. ประมาณการรับรู้รายได้ในช่วง 5 ปีจะสูงถึง 9,000 ล้านบาท