รูปบทความ เดอะ จินโตะ เรสซิเด้นซ์ ที่อยู่อาศัยและโรงแรมห้าดาวแห่งแรกในญี่ปุ่น

เดอะ จินโตะ เรสซิเด้นซ์ ที่อยู่อาศัยและโรงแรมห้าดาวแห่งแรกในญี่ปุ่น


เดอะ พาวิลเลี่ยนส์ โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท (The Pavilions Hotels & Resorts) ผู้นำด้านการบริหารงานการบริการจากประเทศฮ่องกง เปิดตัว “เดอะ จินโตะ เรสซิเด้นซ์” (The Ginto Residences) โครงการที่อยู่อาศัยและโรงแรมห้าดาวแห่งแรกในญี่ปุ่น ตั้งอยู่ในเขตนิเซโกะ จังหวัดฮอกไกโด คาดดึงดูดนักลงทุนไทยล้นหลาม พร้อมเตรียมขยายกิจการเพิ่มทั่วเอเชียและยุโรป จับเทรนด์ “โฮเทลเรสซิเด้นซ์” ชูจุดขายทำเลแหล่งท่องเที่ยวระดับโลก



มร. กอร์ดอน โอลด์แฮม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้ง เปิดเผยว่า เดอะ พาวิลเลี่ยนส์ โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท

มร. กอร์ดอน โอลด์แฮม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้ง เปิดเผยว่า เดอะ พาวิลเลี่ยนส์ โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท ได้ลงทุนกว่า 3 พันล้านบาท เพื่อพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยและโรงแรมสุดหรูในเขตนิเซโกะ จังหวัดฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น เมืองท่องเที่ยวอันดับต้นๆ ของประเทศญี่ปุ่น ภายใต้ชื่อ “เดอะ จินโตะ เรสซิเด้นซ์” ซึ่งเป็นโครงการมิกซ์ยูสภายในเครือฯ แห่งแรกในประเทศญี่ปุ่น


เดอะ จินโตะ เรสซิเด้นซ์ เฟสแรกเป็นวิลลาส่วนตัว (Private Villa) 31 หลัง ขนาด 1,000 ตารางเมตรขึ้นไป ราคาตารางเมตรละ 800 – 1,500 ดอลลาร์ (USD) ขายไปแล้วทั้งสิ้น 16 หลัง โดยผู้ซื้อนักลงทุนชาวฮ่องกง สิงคโปร์ และไทย




ส่วนเฟสที่สอง คือ “เดอะ พาวิลเลี่ยนส์ นิเซโกะ” (The Pavilions Niseko) โรงแรมระดับห้าดาว ประกอบด้วยห้องพัก 40 ห้อง เพียบพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย อาทิ สปาออนเซนแบบอินดอร์และเอาท์ดอร์, ยิม, โยคะสตูดิโอ และห้องอาหาร รวมไปถึง “จินโตะวิลเลจ” (Ginto Village) ศูนย์การค้าและศูนย์รวมความบันเทิงแนวบูติคที่จะเปิดให้บริการภายในโครงการอีกด้วย โดยเจ้าของที่อยู่อาศัย (Residence) สามารถเข้าถึงสิ่งอำนวยความสะดวกอันหรูหราของโรงแรมทั้งหมดได้เช่นกัน


ทั้งนี้ ได้เริ่มก่อสร้างโครงการแล้วในเดือนตุลาคมที่ผ่านมา และคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2019




"นิเซโกะ (Niseko) นับเป็นเมืองท่องเที่ยวของประเทศญี่ปุ่นที่มีชื่อเสียงระดับโลก เป็นเมืองที่จะมอบประสบการณ์การพักผ่อนให้แก่ผู้มาเยือนได้สัมผัสได้ตลอดทั้งปี ไม่ว่าจะเป็นธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์งดงาม เป็นสถานที่เล่นสกีที่มีชื่อเสียงในประเทศญี่ปุ่นในฤดูหนาว และยังมีกิจกรรมเอาท์ดอร์อีกมากมาย เช่น การเดินป่า ปีนภูเขา ปั่นจักรยาน ล่องแก่ง และเล่นกอล์ฟ ในช่วงฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อน ปัจจัยเหล่านี้ทำให้เรามั่นใจว่า โครงการเดอะจินโตะเรสซิเด้นซ์ จะประสบความสำเร็จในการดึงดูดนักลงทุนรวมถึงนักท่องเที่ยวให้หลั่งไหลเข้ามาอย่างแน่นอน โดยเฉพาะนักลงทุนและนักท่องเที่ยวชาวไทยที่นิยมมาท่องเที่ยวในประเทศญี่ปุ่นมากขึ้นในทุกๆ ปี” มร.กอร์ดอนกล่าว





ข้อมูลจากการท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่นระบุว่า อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของญี่ปุ่นพุ่งขึ้นสูงถึง 24 ล้านคนจากทั่วโลกในปี 2016 และคาดว่า จะเพิ่มขึ้นเป็น 40 ล้านคนในปี 2020 ซึ่งเป็นปีที่กรุงโตเกียวเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อน (Summer Olympic Games) สำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทยเดินทางเข้าไปในประเทศญี่ปุ่นจำนวน 901,525 คนในปี 2016 ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปี 2015 (จำนวน 796,731 คน)


นอกจากนั้น กลุ่มเดอะ พาวิลเลี่ยนส์ โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท ยังได้เตรียมพร้อมขยายกิจการในภูมิภาคเอเชียและยุโรปอีกทั้งสิ้น 3 แห่งภายในปี 2020 ได้แก่ โรงแรมเดอะพาวิลเลี่ยนส์มาดริด (The Pavilions Madrid) ประเทศสเปน (2018), เดอะพาวิลเลี่ยนส์ลิสบอน (The Pavilions Lisbon) ประเทศโปรตุเกส (โรงแรมเปิดให้บริการในปี 2018 และเรสซิเด้นซ์จะแล้วเสร็จในปี 2020) และเดอะจินโตะเรสซิเด้นซ์ (The Ginto Residences) นิเซโกะ ประเทศญี่ปุ่น (โรงแรมและเรสซิเด้นซ์เปิดให้บริการในปี 2019) รวมเป็น 8 แห่ง จากเดิมที่เปิดให้บริการแล้ว 5 แห่ง ได้แก่ ภูเก็ต (โรงแรมและเรสซิเด้นซ์), บาหลี, เนปาล, อัมสเตอร์ดัม และกรุงโรม โดยโครงการใหม่ 3 แห่งที่กำลังจะเปิดให้บริการ เน้นทำเลที่ตั้งที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับโลกและดีไซน์ระดับไฮเอนด์ที่แตกต่าง และทั้งหมดเป็นโครงการที่อยู่อาศัยระดับลักซัวรี่ในรูปแบบโรงแรม (Hotel Residence) โดยนักลงทุนสามารถซื้อเพื่อเป็นบ้านหลังที่สอง บ้านพักต่างอากาศ หรือเพื่อการลงทุน ซึ่งจะบริหารงานเช่าโดยเดอะพาวิลเลี่ยนส์ฯ


มร.กอร์ดอน ให้ความเห็นว่า “เรสซิเดนซ์รูปแบบโรงแรมกลายเป็นเทรนด์ทั่วโลกและเกิดขึ้นใหม่อย่างต่อเนื่อง เพราะนักลงทุนและผู้ซื้อมีการเชื่อมโยงและมั่นใจในแบรนด์ที่ตนเองมีประสบการณ์หรือเป็นเจ้าของอยู่ และถึงแม้ว่า การแข่งขันในตลาดปัจจุบันจะสูงขึ้น แต่เราเชื่อว่า โฮเทลเรสซิเด้นซ์ยังคงดึงดูดการลงทุน เนื่องจากมีความแตกต่างจากโครงการเรสซิเด้นซ์ทั่วไป นั่นคือการบำรุงรักษาสถานที่ โดยโฮเทลเรสซิเด้นซ์จะได้รับการดูแลเป็นอย่างดีจากพนักงานโรงแรมแม้เจ้าของจะไม่ได้อยู่อาศัยก็ตาม ขณะเดียวกันยังตอบโจทย์ผู้ซื้อที่มองหาบ้านหลังที่สอง บ้านพักต่างอากาศ และยังเป็นโอกาสในการลงทุน สามารถรองรับกลุ่มนักท่องเที่ยวแบบครอบครัวขนาดใหญ่ได้อีกด้วย คาดว่า โฮเทลเรสซิเด้นซ์จะดึงดูดความสนใจอย่างยั่งยืนอย่างแน่นอน”