รูปบทความ ไม่เมกะเทรนด์ปลุกพลัง! กระตุ้นธุรกิจคอนโดมีชื่อ

ไม่เมกะเทรนด์ปลุกพลัง! กระตุ้นธุรกิจคอนโดมีชื่อ

คอนโด เมกะเทรนด์ (Mega Trends) คืออะไร บางท่านคงเคยได้ยินมาบ้างแล้ว แต่ถ้าบางท่านยังไม่เคยทราบ Estopolis จะนำความรู้ในแบบทันสมัย ทันเหตุการณ์ ทันกับแนวโน้มที่เกิดขึ้น ทั้งปัจจุบันและอนาคตมาให้ทราบว่าเมกะเทรนด์มีทิศทางอย่างไร ธุรกิจการลงทุนจะเป็นไปในทางไหน โดยเฉพาะอสังหาริมทรัพย์ประเภทที่อยู่อาศัยอย่างคอนโดมิเนียม สามารถเกาะกระแสเมกะเทรนด์ได้ นั่นหมายความว่าทิศทางคอนโดและการซื้อขายคอนโดจะมีมากขึ้น แล้วเมกะเทรนด์คืออะไร มาเข้าเรื่องกันเลย

เมกะเทรนด์มีผลต่อรูปแบบการก่อสร้างคอนโดทั้งในปัจจุบันและอนาคต นำไปสู่การซื้อขายคอนโดแบบใหม่

เมกะเทรนด์ คือ สิ่งใหม่ในอนาคตที่มีแนวโน้มกำลังจะเกิดขึ้น ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลง ทำให้เกิดพลังขับเคลื่อนที่ไปกำหนดอนาคตของโลกได้ พลังของเมกะเทรนด์นั้น จะมีผลกระทบในด้านต่าง ๆ อย่างเช่น เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม ความเป็นอยู่ การดำเนินชีวิตของผู้คนบนโลกใบนี้อย่างมาก ซึ่งถ้าใครไม่เกาะกระแสเมกะเทรนด์แล้ว อาจตกเทรนด์ โดยสิ่งที่จะเกิดขึ้นคือ ความเสียหายตามมาหลายด้าน แล้วแต่จะผลกระทบมากน้อยต่างกัน พูดอย่างนี้อาจยังไม่เข้าใจ ขอยกตัวอย่างในเรื่องของธุรกิจชนิดหนึ่ง ท่านคงเคยได้ยินข่าวมาบ้างแล้วว่า บริษัทผลิตกล้องถ่ายรูปและฟิล์มยักษ์ใหญ่ ชื่อโกดักของประเทศญี่ปุ่นล้มละลาย เพราะไม่ปรับตัวไปกับเทรนด์ของโลก ซึ่งไม่ได้ใช้ฟิล์มแล้ว แต่เป็นระบบดิจิตอลมาแทนที่ โดยปัจจุบันสมาร์ทโฟนก็สามารถถ่ายรูปได้ และบันทึกเก็บความทรงจำของมนุษย์ได้ดีและเก็บได้จำนวนมากด้วย ซึ่งระบบดิจิตอลเป็นเมกะเทรนด์ของโลกอย่างหนึ่งเหมือนกัน

แต่เรื่องที่ Estopolis ได้นำความรู้มาให้ทราบนั้น เป็นเมกะเทรนด์ที่เกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์ประเภทคอนโดมิเนียม เนื่องจากเมกะเทรนด์มีผลต่อรูปแบบการก่อสร้างคอนโดทั้งในปัจจุบันและอนาคต นำไปสู่การซื้อขายคอนโดแบบใหม่ จึงได้นำเรื่องเมกะเทรนด์ที่ทำให้การซื้อขายคอนโดมิเนียมคึกคักมากยิ่งขึ้นมานำเสนอ มีเมกะเทรนด์ด้านใดบ้าง ที่ทำให้เกิดทิศทางคอนโดมิเนียม นำไปสู่การออกแบบให้ทันสมัย

1. ความเป็นเมือง

ความเป็นเมือง (Urbanisition) ซึ่งเป็นไปในทิศทางมากขึ้น ความหมายของความเป็นเมือง คือการที่ชุมชนกลายเป็นเมือง หรือมีความเป็นเมืองมากกว่าการชนบท ด้วยการเคลื่อนย้ายของประชากรเข้าไปที่เมืองต่าง ๆ ทำให้เมืองขยายตัวมากกว่าเดิม และเกิดเมืองใหม่ขึ้นมากอีก ซึ่งในอดีต ประชากรที่อาศัยอยู่ในเมืองเฉลี่ยแล้วยังไม่ถึง 30 % แต่ในปัจจุบันนั้น ประชากรอาศัยอยู่ในเมืองเกิน 60 % เข้าไปแล้ว โดยเฉพาะแถบทวีปเอเซียของเรามีอัตราที่สูงกว่า สำหรับประเทศไทยมีอัตราความเป็นเมืองที่สูงขึ้น อย่างในกรุงเทพมหานคร และเมืองสำคัญตามภาคต่าง ๆ ของประเทศ สิ่งที่เกิดขึ้นในด้านธุรกิจตามมาก็คือ การค้าขายสูง เศรษฐกิจในเมืองดี อสังหาริมทรัพย์มีมากขึ้น และมีราคาแพงขึ้น ตั้งแต่ที่ดิน ตึกรามบ้านช่อง รวมไปถึงการคมนาคม ถนนหนทาง โครงการรถไฟฟ้า ท่าเรือ สนามบิน ที่ต้องพัฒนาเพื่อรองรับความเป็นเมือง ที่เห็นกันชัด ๆ นั้น คือตึกสูงตั้งตระหง่านเรียงรายอยู่เต็มไปหมดอย่างคอนโดมิเนียม ทำให้การซื้อขายคอนโดมีมากตามไปด้วย โดยเฉพาะที่ใกล้กับโครงการรถไฟฟ้าสายต่าง ๆ ในกรุงเทพมหานคร ตลอดจนพื้นที่เขตรอบนอกที่เป็นชานเมือง หรือปริมณฑล ซึ่งราคาเป็นไปตามพื้นที่เศรษฐกิจ


2. สังคมผู้สูงอายุ

สังคมผู้สูงอายุ (Aging Society) โดยองค์การสหประชาชาติได้ให้คำนิยายไว้ คือ ประเทศที่มีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไป เกิน 10 % หรือ คนอายุ 65 ปีขึ้นไป เกิน 7% ถือว่าเป็นสังคมผู้สูงอายุแล้ว ซึ่งเรื่องสังคมผู้สูงอายุนั้น เป็นเรื่องใหญ่ในอนาคตที่ไม่พูดถึงไม่ได้แล้ว เนื่องจากว่าการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรในวันข้างหน้าที่จะมาถึงอีกไม่ช้า ท่านทราบหรือไม่ว่าโลกของเราเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุแล้ว โดยเฉพาะประเทศไทยนั้น เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุตั้งแต่ปี พ.ศ.2547 เป็นต้นมา ทำให้การก่อสร้างอสังหาริมทรัพย์แบบที่อยู่อาศัย โดยเฉพาะคอนโด ที่เริ่มเห็นรูปแบบการก่อสร้างสำหรับผู้สูงอายุกันบ้างแล้ว อย่างเช่นการมีบริการทางการแพทย์อยู่ด้วย ส่วนภายในบ้านมีเครื่องอำนวยความสะดวกให้กับผู้สูงอายุ ตั้งแต่ทางเข้าประตูบ้าน ไปจนถึงห้องนอน ห้องน้ำ และห้องอื่น ๆ อย่างเช่นการมีปุ่มกดสำหรับแจ้งเตือนว่าผู้สูงอายุขอความช่วยเหลือ จึงทำให้รูปแบบของการก่อสร้างคอนโด มีทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ได้ให้ความสนใจและตระหนักเรื่องดังกล่าวอย่างมาก เพราะเนื่องจากผู้สูงอายุจะซื้อคอนโดที่เขาสะดวกสบายกว่าคอนโดธรรมดา สิ่งที่เกิดขึ้นคือการซื้อขายคอนโดของผู้สูงอายุมากขึ้นนั่นเอง


3. รักษ์โลก

ท่านเคยได้ยินเรื่องของภาวะโลกร้อน (Global Warming) กันมาแล้ว ซึ่งสาเหตุมาจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Greenhouse Gas) ของมนุษย์ จึงทำให้โลกร้อนมากขึ้น รวมทั้งเกิดปรากฏการณ์ที่ไปทำลายธรรมชาติของโลก เมื่อธรรมชาติเริ่มหายไปจากโลกมากขึ้น สิ่งที่มนุษย์ตระหนัก คือการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม รวมไปถึงเรื่องการประหยัดพลังงาน ดังนั้นที่อยู่อาศัยจึงต้องเปลี่ยนไปให้เป็นแบบไม่สร้างมลพิษ หรือทำลายธรรมชาติน้อยที่สุด เริ่มตั้งแต่วัสดุก่อสร้าง อย่างเช่นหลอดไปแบบ LED ช่วยประหยัดพลังงาน เรียกว่าธุรกิจทุกที่ต้องมีความรับผิดชองต่อสังคม (Corporate Social Responsibility ย่อว่า CSR) มากขึ้น จะทำให้แบรนด์ธุรกิจท่านไปที่น่าเชื่อถือ ซึ่งประเทศอิตาลีได้เริ่มขึ้นแล้ว ที่เมืองมิลาน มีคอนโด 2 ตึกคู่กัน ซึ่งมี 18 ชั้น โดยบริเวณห้องพักนั้น ถูกออกแบบให้ตั้งกระถางต้นไม้ได้ อีกไม่นานเกินรอ ท่านคงจะได้เห็นเมืองไทยมีคอนโดแบบนี้กันบ้าง ซึ่งนักลงทุนต้องทำให้การออกแบบให้คอนโดได้รับประโยชน์จากเมกะเทรนด์


การให้คอนโดได้รับประโยชน์จากเมกะเทรนด์น้ัน โครงการก่อสร้างหลายบริษัท ต่างเห็นถึงความสำคัญที่ต้องเกาะกระแสเทรนด์ใหญ่เอาไว้ โดยเฉพาะคอนโดที่ต้องเปลี่ยนแปลงไปตามเมกะเทรนด์ จึงจะทำให้คอนโดได้รับประโยชน์จากเมกะเทรนด์ดังกล่าว การซื้อขายคอนโดก็จะคึกคัก ถ้าโครงการคอนโดมิเนียมไม่ปรับตัวให้เข้ากับเมกะเทรนด์ มีหวังต้องพลาดโอกาศ หรือถ้าเริ่มทำช้า อาจทำคอนโดได้รับประโยชน์จากเมกะเทรนด์ช้าไป โดยตามโครงการคอนโดอื่น ๆ ที่ปรับตัวแล้วไม่ทัน Estopolis จึงนำเรื่องราวที่เป็นทิศทางคอนโด ในแบบทันสมัย ทันเหตุการณ์ปัจจุบัน และที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้มาฝากให้อ่านกัน