รูปบทความ เลือกปรับให้ถูกจุด กับการเปลี่ยนฟังก์ชั่นจาก 3 แบบแปลนภายในคอนโด

เลือกปรับให้ถูกจุด กับการเปลี่ยนฟังก์ชั่นจาก 3 แบบแปลนยอดนิยมภายในคอนโดฯ


การออกแบบห้องพักสักหนึ่งห้อง องค์ประกอบการจัดพื้นที่ภายในเป็นเรื่องสำคัญ นอกจากทำให้เราได้ห้องในฝันที่ต้องการ ยังสามารถแบ่งสัดส่วนเพื่อประโยชน์ใช้สอย และนอกจากนั้นยังเป็นการช่วยเพิ่มพื้นที่สำหรับการกิจกรรมในรูปแบบต่างๆ รวมทั้งยังใช้ตอนรับแขกไปใครมาเป็นการสร้าง First Impression ได้อีกด้วย


วันนี้พวกเราทีมงาน Estopolis มีทริคการเลือกปรับพื้นที่บางจุดให้ตรงใจ เพื่อตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวัน โดยยกตัวอย่างแบบแปลน 3 ประเภท คือ Studio Type, 1 Bedroom, 2 Bedroom มาแนะนำให้กับเพื่อนๆ ที่กำลังมองหาไอเดียและอยากปรับเปลี่ยนฟังก์ชันการใช้งานภายในคอนโดฯ


แบบแปลนห้อง Studio Type ขนาด 25.20 ตร.ม.



แบบแปลนห้อง Studio Type ขนาด 25.20 ตร.ม. ลักษณะแบบแปลนสี่เหลี่ยมจตุรัส มีการจัดวางฟังก์ชันการใช้งานชื่อมโยงถึงกันหมด ตั้งแต่ส่วนของห้องรับแขกเชื่อมต่อกับห้องนอน, ห้องครัวและห้องน้ำ


ข้อดี : การวางแปลนภายในพื้นที่สี่เหลี่ยมจตุรัส ข้อดีคือสามารถวางเฟอร์นิเจอร์ลอยตัวได้หลายชิ้น และยังวางเฟอร์นิเจอร์ได้ทั้งซ้ายและขวาภายในบริเวณ บวกกับเชื่อมการใช้งานในแต่ละพื้นที่ได้สะดวก


ข้อเสีย : ด้วยขนาดห้องมีกำจัด จึงทำให้ต้องเน้นการจัดวางเฟอร์นิเจอร์แบบบีบอัด และอาจไม่เหลือระยะทางเดิน รวมไปถึงการจัดพื้นที่แบบ All Space (เต็มพื้นที่) ทำให้ขาดความเป็นส่วนตัวในการใช้งาน ซึ่งจุดที่เห็นได้ชัดที่สุดคือพื้นที่ระหว่างห้องนั่งเล่นและห้องนอน






เมื่อมองจากแบบแปลน ปัญหาในการใช้งานที่เกิดขึ้นคือบริเวณห้องนั่งเล่นเชื่อมต่อกับห้องนอน จะเห็นได้ว่าทั้ง 2 พื้นที่เชื่อมถึงกันโดยไม่มีการกั้นแบ่งพื้นที่การใช้งาน ทำให้เกิดปัญหาในเรื่องของความเป็นส่วนตัว ในกรณีที่มีผู้ใช้งานมากกว่า 1 คน ผู้ใช้งานแต่ละคนต่างมีรูปแบบการใช้งานที่ต่างกัน บางคนพักผ่อนแต่อีกคนดูโทรทัศน์ แน่นอนว่าปัญหาที่ตามมาคือเรื่องของเสียง และความเป็นส่วนตัว


ทริค : การสร้าง Partition (ผนังกั้น) ช่วยแบ่งขอบเขตการใช้งานระหว่าง 2 พื้นที่ ป้องกันเสียงรบกวนพร้อมสร้างความเป็นส่วนตัวในการใช้งานได้ดียิ่งขึ้น การเลือก Partition ให้เหมาะกับพื้นที่ขนาดเล็ก ควรเลือกใช้ประตูบานเลื่อนกระจกใส, ประตูบานเฟี้ยม หรือเลือกดีไซน์เป็นผนังชั้นวางหนังสือสวยๆก็สามารถทำได้



แบบแปลน 1 Bedroom ขนาด 34.90 ตร.ม.



แบบแปลน 1 Bedroom ขนาด 34.90 ตร.ม. เป็นรูปแบบห้องที่ได้รับความนิยมค่อนข้างสูง เนื่องจากมีพื้นที่ใช้สอยพอเหมาะ มีการแบ่งพื้นที่อย่างเป็นสัดส่วน สามารถปรับเปลี่ยนเพิ่มเติมฟังก์ชันการใช้งานอื่นๆ


ข้อดี : ลักษณะแบบแปลนสี่เหลี่ยมพื้นผ้าแนวยาวตอนลึก เมื่อเทียบกับแบบแปลนสี่เหลี่ยมจตุรัสจะมีขนาดพื้นที่ใช้สอยมากกว่าในลักษณะแนวยาว บวกกับเลือกแบ่งการใช้งานได้เป็นสัดส่วน นอกจากนั้นการใช้เครื่องปรับอากาศภายในห้อง ทิศทางลมมีความคงที่ไม่กระจายออก ทำให้กักเก็บอุณหภูมิได้ดี


ข้อเสีย : ปัญหาหลักคือเรื่องของทางสัญจรบริเวณห้องครัวที่เชื่อมต่อกับห้องนั่งเล่น เนื่องจากตัวห้องถูกออกแบบโดยการกำหนดทางเดินเป็นเส้นตรง หากเลือกจัดวางเฟอร์นิเจอร์ไม่ลงตัวจะเกิดการเว้นระยะของทางเดินที่ผิดรูปแบบ จนก่อให้เกิดอันตรายอย่างเช่น การเดินชนโต๊ะหรือเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ





อย่างที่ทราบดีว่ารูปแบบของห้องพักภายในคอนโดฯ ส่วนใหญ่มักจะบีบอัดเฟอร์นิเจอร์ชุดเครื่องครัวไว้บริเวณทางเข้าประตูหน้าห้อง ซึ่งเป็นทางเดินหลัก เมื่อเปิดประตูเข้ามาอาจทำให้ชนกับเฟอร์นิเจอร์บางส่วน รวมถึงผู้ใช้งานภายในบริเวณนั้น


ทริค : การขยายพื้นที่เข้าไปถึงส่วนของห้องนั่งเล่นบางส่วน โดยเลือกย้ายชุดครัวให้อยู่ฝั่งใดฝั่งหนึ่ง เพื่อให้พื้นที่ครัวกับส่วนของรับประทานอาหารอยู่ด้วยกัน นอกจากนั้นการเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์แบบ Built-in (เฟอร์นิเจอร์ติดตั้งกับผนัง) หรือ Muti Function (เฟอร์นิเจอร์แบบพับเก็บได้) เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยประหยัดเนื้อที่ 




แบบแปลนห้อง 2 Bedrom ขนาด 55.00 ตร.ม.



แบบแปลนห้อง 2 Bedrom ขนาด 55.00 ตร.ม. มีพื้นที่ใช้สอยมากกว่าแบบแปลน Studio Type, 1 Bedroom ทำให้สามารถเลือกปรับเปลี่ยนฟังก์ชันได้อย่างอิสระ นอกจากนั้นยังสามารถทำให้กลายเป็น Penthouse ขนาดกลาง ในรูปแบบ All Space (เต็มพื้นที่) ได้อีกด้วย


ข้อดี : แน่นอนว่ารูปแบบแปลน 2 Bedroom ได้รับความนิยมสำหรับวัยรุ่นหนุ่มสาว และวัยทำงานที่กำลังสร้างอนาคต ด้วยพื้นที่กว้างขวางมีหลายห้องให้เลือกใช้งาน ภายในยังสามารถถ่ายเทอากาศได้ดี


ข้อเสีย : ขนาดห้องที่กว้างเกินไปมักจะพร้อมกับการเสียพื้นที่โดยเปล่าประโยชน์ ถ้าสังเกตแบบแปลนนี้จะเห็นได้ว่าห้องนอนใหญ่ค่อนข้างกว้าง สามารถแบ่งย่อยเป็นอีกหนึ่งห้องนอน หรือสามารถเพิ่มฟังก์ชันอื่นๆเข้าไป 





ด้วยขนาดของพื้นที่มีความกว้างจนอาจทำให้เกิดปัญหาในเรื่องของการเสียพื้นที่ ซึ่งห้องนอนทั้ง 2 ห้อง ไม่ว่าจะเป็น Master Bedroom หรือห้องนอนเล็ก ต่างสามารถปรับเปลี่ยนการใช้งานให้เหมาะสม


ทริค : เพิ่มฟังก์ชันและปรับการจัดวางเฟอร์นิเจอร์ภายในห้อง Master Bedroom โดยการนำผนังที่กั้นระหว่างห้องนอนทั้ง 2 ออก และสร้าง Partition ในรูปแบบของประตูบานเลื่อนกระจกใส เพื่อประหยัดเนื้อที่ สร้างมิติในงานดีไซน์ให้กับ Walk-in Colset ในรูปแบบ L-Shape, U-Shape ช่วยแก้ปัญหาการใช้งานในกรณีที่มีผู้พักอาศัยมากกว่า 1 คน ซึ่งเป็นการกำหนดพฤติกรรมการใช้งานในพื้นที่กว้างให้เป็นสัดส่วน ลดการเกิดอุบัติเหตุการลื่นหกล้มหลังอาบน้ำ


หวังว่าไอเดีย เลือกปรับให้ถูกจุด กับการเปลี่ยนฟังก์ชั่นจาก 3 แบบแปลนยอดนิยมภายในคอนโดฯ ที่พวกเราทีมงาน Estopolis ได้รวบรวมมาเพื่อเป็นไกด์ไลน์ บอกถึงข้อดี-ข้อเสีย รวมถึงวิธีการปรับเปลี่ยนฟังก์ชั่นการใช้งานตามความเหมาะสม