รูปบทความ แนวโน้มอสังหาฯ เอเชีย เศรษฐกิจยังรุ่ง-ปันผลสูง

แนวโน้มอสังหาฯ เอเชีย เศรษฐกิจยังรุ่ง-ปันผลสูง

บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) เผยแนวโน้มอสังหาริมทรัพย์ในเอเชียและแปซิฟิกยังรุ่งโอกาสเข้าลงทุน “รีท” (REIT: REAL ESTATE INVESTMENT TRUST) จังหวะราคาย่อตัว ชูจ่ายปันผลสูงสุดในโลก  


ถึงแม้ทิศทางดอกเบี้ยจะเป็นขาขึ้น แต่บลจ. ยังเชื่อมั่นในตลาดอสังหาฯ ในเอเชียและแปซิฟิก เพราะได้รับผลดีจากเศรษฐกิจฟื้นตัว มีโอกาสเติบโตได้ดี โดย นายพจน์ หะริณสุต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) วรรณ จำกัด เปิดเผยว่า ปัจจุบันราคาหน่วยลงทุนของกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ในไทยซื้อขายสูงกว่าราคาที่เหมาะสมประมาณ 20-30% อีกทั้งสภาพคล่องกองทุนน้อย จึงมองโอกาสในการกระจายลงทุนในกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (รีท) หรือกองทรัสต์ในเอเชีย โดยเฉพาะเอเชียแปซิฟิกซึ่งภาคอสังหาริมทรัพย์มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องและคาดว่าปีนี้เศรษฐกิจจะเติบโต 5% สูงกว่าประเทศพัฒนาแล้วเติบโต 1-3%

นอกจากนี้รีทในเอเชีย แปซิฟิกมีการจ่ายเงินปันผลสูงต่อเนื่อง โดยรีทในประเทศออสเตรเลีย ฮ่องกง สิงคโปร์ มีอัตราการจ่ายปันผล 5.20% 4.90% และ 6.60% ตามลำดับ สูงกว่าภูมิภาคอื่น นอกจากนี้ราคาหน่วยลงทุนของรีทซื้อขายใกล้เคียงหรือต่ำกว่ามูลค่าสินทรัพย์สุทธิทำให้ราคาอยู่ในระดับที่น่าสนใจลงทุนและหากเทียบอัตราผลตอบแทนของรีทกับหุ้นในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา (2555-2559) ทั้ง 3 ประเทศ ผลตอบแทนรีทสูงกว่า


หากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ขึ้นดอกเบี้ยตามที่ตลาดคาดไว้ปีละ 3 ครั้ง ก็ไม่น่าส่งผลกระทบต่อการลงทุนในรีท เพราะตลาดรับรู้กันแล้วนักลงทุนบางส่วนขายหน่วยลงทุนออก ยกเว้นเฟดจะขึ้นดอกเบี้ยมากกว่าคาด แต่ก็น่าจะกระทบช่วงสั้นๆ หากลงทุนระยะยาวไม่น่ากังวล เนื่องจากค่าเช่าอสังหาริมทรัพย์จะปรับขึ้นตามสัญญาเช่า อีกทั้งราคาสินทรัพย์ที่อยู่ในกองทุนจะปรับขึ้นตามการประเมิน” นายพจน์ กล่าว


บลจ.วรรณเปิดขายกองทุนเปิด วรรณ เอเชีย แปซิฟิก พร็อพเพอร์ตี้รีท (ONE-APACPROP) ตั้งแต่วันที่ 30 พฤษภาคม-12 มิถุนายนนี้ ลงทุนขั้นต่ำ 1,000 บาท โดยจะลงทุนผ่านกองทุน Philip SGX APAC Dividend Leaders REIT ETF และกองทุน NikkoAM-Straits Trading Asia ex Japan REIT ETF ซึ่งเป็นอีทีเอฟเน้นลงทุนอสังหาริมทรัพย์และกองทรัสต์ในอสังหาริมทรัพย์ในเอเชียแปซิฟิก มีสภาพคล่องสูง ทำให้กองทุนรองรับการซื้อขายได้ทุกวันทำการและทราบราคาซื้อขายหน่วยลงทุนทุกสิ้นวันเช่นเดียวกับกองทุนอื่น

ด้านนายบุญชัย เกียรติธนาวิทย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ธนชาต จำกัด เปิดเผยว่า ปัจจุบันสินทรัพย์ประเภทอสังหาริมทรัพย์ยังคงน่าสนใจ โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชีย แม้ทิศทางดอกเบี้ยจะเป็นขาขึ้นก็ตาม เพราะความพิเศษของสินทรัพย์ประเภทนี้ที่หลายคนมองว่ามีความอ่อนไหวเมื่อเทียบกับอัตราดอกเบี้ย ความน่าสนใจจะน้อยลงเมื่ออัตราดอกเบี้ยปรับขึ้น ซึ่งในความเป็นจริงแล้วไม่ได้ถูกหมดเสียทีเดียว เพราะในแง่หนึ่งการที่เศรษฐกิจดีย่อมหมายถึงโอกาสในการปรับค่าเช่าและทำกำไรให้สูงขึ้นนั่นเอง และการเข้ามาของเทคโนโลยีก็ส่งผลต่อภาคอสังหาริมทรัพย์เช่นกัน ทำให้ธุรกิจมีการขยายตัวและสามารถตอบสนองความต้องการของผู้เช่าได้มากขึ้น


สำหรับกองทุนเปิดธนชาตเอเชี่ยนพร๊อพเพอร์ตี้ (T-AsianProp)ลงทุนอสังหาริมทรัพย์ในเอเชียและแปซิฟิคผ่านกองทุน B&I Asian Real Estate Securities Fund (UCITS)ตั้งแต่ตั้งกองทุนเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2559- 23 พฤษภาคม 2560 มีผลตอบแทน 5.76% เมื่อเทียบดัชนีมาตรฐาน 3.66% ขณะที่กองทุนหลักสร้างผลตอบแทนตั้งแต่จัดตั้งกองทุนเมื่อวันที่ 24 กันยายน 2553 จนถึงเดือนเมษายนปีนี้รวมกว่า 90.5%


นายวิน พรหมแพทย์ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน บลจ.ซีไอเอ็ม-พรินซิเพิล จำกัด เปิดเผยว่า ปัจจุบันกองทุนเปิดซีไอเอ็มบี-พรินซิเพิลพร็อพเพอร์ตี้อินคัม-ชนิดสะสมมูลค่า (I-PROP) ลงทุนในกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ในไทยและรีทสิงคโปร์ได้รับความสนใจจากนักลงทุนจำนวนมาก โดยลงทุนเพื่อลดความเสี่ยงของพอร์ตโดยรวม ซึ่งกองทุนจะปรับพอร์ตลงทุนตามสภาวะตลาดที่เหมาะสมใน 2 ตลาดโดยผลตอบแทนกองทุนย้อนหลัง 1 ปีประมาณ 10% มาจากเงินปันผลประมาณ 5-6% และที่เหลือมาจากราคาหน่วยลงทุนปรับตัวเพิ่มขึ้น ส่วนผลตอบแทนย้อนหลัง 3 ปีเฉลี่ย 11% ต่อปี


ที่มา : thansettakij