รูปบทความ แสนสิริ เปิดแผนธุรกิจปี 61 เตรียมปล่อยโครงการใหม่ 31 โครงการ

แสนสิริ เปิดแผนธุรกิจปี 61 เตรียมปล่อยโครงการใหม่ 31 โครงการ

แสนสิริเปิดแผนธุรกิจปี 2561 พร้อมเปิดตัวโครงการใหม่ 31 โครงการ และเตรียมแผนเปิดคอนโดรูปแบบใหม่ พร้อมพัฒนา Digital Transformation

นายอุทัย อุทัยแสงสุข ประธานผู้บริหารสายงานปฏิบัติการ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ได้กล่าวถึงความสำเร็จในปีที่ผ่านมาว่า ในปี 2560 นั้นเป็นปีที่มีการเปิดโครงการใหม่ออกมา 14 โครงการ รวมมูลค่า 37,200 ล้านบาท และสามารถทำยอดพรีเซลล์ได้สูงถึง 38,600 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2559 24% ส่งผลให้เห็นถึงการตอบรับที่ดีจากการทำการตลาดครอบคลุมทุกเซ็กเม้นต์


ส่วนปี 2561 จะเป็นปีที่ีทางแสนสิริให้ความสำคัญกับเทรนด์ 3 ด้าน คือ การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยที่ส่งสัญญาณดีให้กับตลาดอสังหาฯ ผู้บริโภคมีไลฟ์สไตล์เปลี่ยนไปให้ความสำคัญกับประสบการณ์แปลกใหม่ sharing economy trend มีผลต่อการใช้ชีวิตต่างจากรูปแบบเดิมๆ และการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีที่ก่อให้เกิดโอกาสใหม่ๆและการ disruption ต่อหลายธุรกิจ


ทั้งนี้แผนการดำเนินธุรกิจในปี 2561 ของแสนสิริ จะประกอบไปด้วย 7 ข้อสำคัญ ได้แก่


1. รุกเพิ่มตลาดต่างชาติมากขึ้น

โดยจะเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดและรักษาความเป็นหนึ่งในตลาดต่างประเทศ และตั้งเป้ายอดขายเพิ่มขึ้น  40% ซึ่งตลาดต่างชาติที่เป็นรายได้หลักตอนนี้คือ ประเทศจีน แต่ในปีนี้จะรุกตลาด ญี่ปุ่น , ไต้หวันและเกาหลี เพิ่มมากขึ้น ส่วนในฮ่องกง แสนสิริเองก็ได้เข้าไปเปิดออฟฟิศแล้วเป็นแห่งที่ 6


2. สานต่อกลยุทธ์การเติบโตอย่างก้าวกระโดดด้วยการเป็นพันธมิตรกับบริษัทชั้นนำทั้งไทยและต่างประเทศ

ซึ่งกลุ่มโครงการที่อยู่อาศัย จะมีโครงการใหม่ที่เป็นการร่วมทุนกับบีทีเอสและโตคิวกรุ๊ป ประมาณ 4-6 โครงการ 

และยังมีแผนเปิดโครงการที่พักอาศัย The Standard Residence และ Monocle Residence เป็นครั้งแรกของโลก

ส่วนกลุ่มธุรกิจ JustCo เตรียมเปิด 4 สาขา โดยจะเปิด 2 สาขาแรกที่อาคาร AIA Sathorn ในเดือนพฤษภาคม และที่อาคาร All Seasons Place ในเดือนสิงหาคม


3. เดินหน้าลุยตลาดทาวน์เฮ้าส์

ปีนี้คนรุ่นใหม่มีแนวโน้มที่จะซื้อทาวน์เฮ้าส์มากขึ้น แสนสิริจึงเตรียมเปิดทาวน์เฮ้าส์โครงการใหม่ 11 โครงการในกรุงเทพฯและปริมณฑล


4. สร้างความแตกต่างด้วยดีไซน์

ปี 2561 แสนสิริจะมีคอนโดแบรนด์ใหม่ออกมา 4 โครงการ ที่จะเป็นคอนโดเซ็กเม้นต์ใหม่ มีดีไซน์เฉพาะตัวออกแบบมาเพื่อรองรับความต้องการและไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่โดยเฉพาะ

รวมไปถึงยังมีการสร้าง Lab Room และ Lab House เพื่อทดสอบห้องและบ้านเพื่ออนาคต รวมไปถึงทดสอบนวัตกรรมและเทคโนโลยี


5. สานต่อ Digital Tranformation Chapter 2 ที่มุ่งเน้นทั้ง 3 ด้าน ได้แก่

 - Product มีการพัฒนาทั้ง AI , IoT , Wearable และ Robot เพื่อนำมาใช้กับลูกบ้านของแสนสิริ

 - บริการ ยกระดับการบริการลูกค้าให้สะดวกสบายมากขึ้น ผ่าน Home Service Application 2.0 พร้อมฟังก์ชั่น Thai Voice Command ที่พร้อมเปิดตัวให้ใช้งานในไตรมาส 1 ปีนี้

- เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานภายในองค์กร โดยการนำระบบ Salesforce มาใช้ เพื่อพัฒนาระบบการตลาด


6. เดินหน้าขับเคลื่อนองค์กรสู่อนาคต

โดยทำผ่าน 3 แนวคิด ได้แก่ การวิิเคราะห์ข้อมูล , การปรับเปลี่ยนวิธีการทำงาน และการสร้างความมั่นตงในการทำงาน


7. เดินหน้าขับเคลื่อนองค์กรสู่ความยั่งยืน

เช่น การลดใช้กระดาษ การยึดหลักธรรมาภิบาลมาใช้ทำงาน การร่วมกับยูนิเซฟในการพัฒนาเด็ก


ทั้งนี้ในปี 2561 แสนสิริจะเปิดคอนโดใหม่ทั้งหมด 12 โครงการ โดยจะเป็นคอนโดใหม่ในกรุงเทพฯ 7 โครงการ และคอนโดใหม่ในต่างจังหวัดอีก 5 โครงการ รวมมูลค่าทั้งหมด 63,200 ล้านบาท