รูปบทความ #โตแล้วเลือกได้ แปลนห้องแบบไหนที่เหมาะกับนักศึกษา

#โตแล้วเลือกได้ แปลนห้องแบบไหนที่เหมาะกับนักศึกษา

Esto Writer

05-07-2019

หลังจากที่เจอบทความเกี่ยวกับการอยู่คอนโดของวัยเรียน เด็กมหา’ลัยมามากมาย ไม่ว่าจะเรื่องข้อดี-ข้อเสีย, How to นู้นนั่นนี่ที่จะช่วยให้เราสามารถอยู่คอนโดได้อย่างสบายใจยิ่งขึ้น!!


พอมาถึงตอนนี้... เลยจะขอพูดเกี่ยวกับรายละเอียดของแปลนห้องกันบ้าง โดยเฉพาะแปลนห้องที่เหมาะสำหรับเหล่านิสิต-นักศึกษาวัยเรียน ว่าควรจะเลือกแบบไหนดี ระหว่างห้อง Studio หรือ 1 ห้องนอน? เพราะถ้าพลาดแล้ว คือ พลาดเลย


วันนี้ ESTO เลยจะขอมาแนะนำเกี่ยวกับ “แปลนห้องคอนโด” สิ่งสำคัญอันดับแรกที่ไม่ควรมองข้าม หากน้อง ๆ จะซื้อคอนโด


ถ้าอยู่คนเดียว เลือกห้อง Studio ก็ดีเหมือนกัน

สำหรับห้อง Studio โดยทั่วไป จะมีขนาดกะทัดรัดอยู่ที่ประมาณ 22 - 28 ตารางเมตร (แล้วแต่การออกแบบของแต่ละโครงการ) ซึ่งถ้าเราคิดแล้วว่า ขนาดประมาณนี้กำลังเพียงพอต่อการอยู่อาศัย ของตัวเอง ลำดับต่อไปก็คงต้องดูเรื่อง ‘การจัดวางแปลนห้อง’ กันต่อเลย…`


ห้อง Studio กับแปลนสี่เหลี่ยมหน้ากว้าง ขยับมุมไหนก็สะดวก



ที่มา: www.amazinginteriordesign.com


ปกติแล้ว... ห้องสตูดิโอโดยทั่วไปมักจะนำเฟอร์นิเจอร์ หรือพาร์ติชันมาใช้ในการแบ่งสัดส่วนพื้นที่เป็นหลัก เพื่อให้ตัวห้องดูโล่งกว้างมากขึ้น ขณะเดียวกันก็ยังเห็นขอบเขตการใช้สอยชัดเจน อย่าง ‘ห้องครัว’ ที่มักจะดีไซน์เป็นครัวเพนทรี แล้วมีเคาน์เตอร์ครัวและโต๊ะทานข้าวมากั้นพื้นที่แยกไว้ อยู่ใกล้กับ ‘ห้องน้ำและห้องแต่งตัว’ ที่สามารถออกแบบฟังก์ชันการใช้งานเองได้ตามใจ แถมยังให้ความรู้สึกเป็นส่วนตัวนิด ๆ เพราะ ‘ห้องนอน’ จะถูกยกไปไว้อีกฝั่งหนึ่ง


แปลนห้องลักษณะนี้ จะค่อนข้างเหมาะกับนิสิต-นักศึกษาที่ต้องการ Space ที่พอดี ไม่เล็กหรือใหญ่จนเกินไป ไว้ตกแต่งการใช้งานเอง ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะเจอได้ตามคอนโดใกล้มหาวิทยาลัยทั่วไป เพราะเป็น Type แปลนเริ่มต้นที่เน้นการพักอาศัยเป็นหลัก ดูแลจัดการง่าย แถมราคายังไม่สูงมากด้วย


ห้อง Studio กับแปลนตอนลึก ดูเป็นระเบียบ

ห้องสตูดิโอแบบพื้นที่น้อย ๆ ห้องเล็ก (ค่อนข้างไปทางเล็กมาก) แต่ถูกออกแบบให้สามารถวางเฟอร์นิเจอร์ได้ครบฟังก์ชันการใช้งานพื้นฐาน ส่วนรับรอง นั่งเล่น โซนเตียง รวมอยู่ด้วยกัน ครัวและห้องน้ำอยู่ส่วนหลังของห้อง


ก็จะมีบ้าง ที่บางโครงการเลือกออกแบบแปลนห้องให้เรียงต่อกัน ยาวเข้าไปถึงระเบียงด้านใน เพื่อกระชับพื้นที่การใช้งานให้ดูมีความเป็นระเบียบ ซึ่งเราอาจจะวางโต๊ะทำงาน, มุมพักผ่อน, เตียงนอน, ชุดครัว และห้องน้ำสลับกันก็ได้ ตามการออกแบบของแต่ละโครงการ


ที่มา: www.amazinginteriordesign.com


โดยข้อดีของแปลนห้องลักษณะนี้ จะอยู่ที่การจัดลำดับการใช้ชีวิต หากเราเลือกได้ตรงไลฟ์สไตล์ ก็จะช่วยให้เราจัดการเวลา ความเรียบร้อยได้ดีขึ้น แต่กลับกันก็อาจจะไม่ค่อยเหมาะกับการต้อนรับเพื่อนฝูงเท่าไรนัก


ส่วนข้อควรระวัง ก็คือ การเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ตกแต่งห้อง ที่ไม่ควรเยอะจนเกินไป หากเลี่ยงได้ ควรเลี่ยงเฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่ หรือรูปทรงหนาทึบ แล้วเปลี่ยนมาใช้เฟอร์นิเจอร์บิลต์อิน หรือโชว์ขาสูง รูปทรงโปร่ง ๆ แทน จะช่วยให้ห้องของเราดูกว้างขึ้นได้


ห้อง Studio กับแปลนหน้ายาว แยกฟังก์ชันชัดเจน


ที่มา: www.amazinginteriordesign.com


สำหรับแปลนห้องสุดเก๋นี้ มักไม่ค่อยได้เจอในคอนโดใกล้มหาวิทยาลัยเท่าไรนัก เพราะจะต้องใช้พื้นที่หน้ากว้างค่อนข้างมากในการออกแบบ โดยจุดเด่นของแปลนห้องลักษณะนี้จะอยู่ที่การแยกพื้นที่ ‘ห้องนอน’ กับ ‘ห้องนั่งเล่น’ ออกจากกันชัดเจน ด้วย ‘ห้องน้ำ’ ที่มี ‘ครัวบิลต์อิน’ อยู่ทางด้านหลัง ก่อนจะเชื่อมต่อกับระเบียงที่มุมพักผ่อน ทำให้บรรยากาศห้องดูเหมาะแก่การพักอาศัย และพักผ่อนในคราวเดียว


หากต้องการนอนหลับพักผ่อนก็ดูเป็นส่วนตัว หรือจะนั่งเล่นดูหนังก็โล้งกว้าง ปลอดโปร่ง เพราะได้แสงจากระเบียงที่เชื่อมต่ออยู่ด้านนอก นับเป็นแปลนห้องสตูดิโอที่ค่อนข้างสมบูรณ์ทั้งฟังชันก์ และสัดส่วนพื้นที่


ถ้ารักความเป็นส่วนตัว ต้องเลือกห้อง 1 Bedroom

ถ้าพูดถึงแปลนห้องอีกแบบที่เหมาะกับนิสิต-นักศึกษา ก็คงเป็นห้อง 1 Bedroom ที่ขยายพื้นที่อยู่อาศัยให้ใหญ่ขึ้นมาอีกนิด แต่สิ่งที่แตกต่างจากห้อง Studio ชัดเจน เห็นที่จะเป็นสัดส่วนความเป็นส่วนตัว ที่จะมีการกั้นแบ่งพื้นที่ห้องแต่ละห้องออกจากกัน


ที่มา: www.amazinginteriordesign.com


ฟังก์ชันห้องที่ครบครัน ดูจะเป็นอะไรที่ตอบโจทย์การอยู่อาศัยของทุกคน แม้แต่นิสิต-นักศึกษาเองก็เช่นกัน เพราะด้วยไลฟ์สไตล์ หรือสภาพการเรียนที่ต้องมีอุปกรณ์, เอกสารต่าง ๆ มากมาย ทำให้แปลนห้องแบบโล่งกว้าง ตกแต่งแบบมินิมอล เฟอร์นิเจอร์น้อยชิ้น เน้นแต่ของใช้จำป็นจริง ๆ นั้นจะตอบโจทย์ที่สุด แถมยังดูแลทำความสะอาดง่าย ไม่ต้องเสียเวลาจัดเก็บให้ยุ่งยาก


นอกจากนี้การแยกห้องนอนออกมา ยังจะช่วยให้เราหลับพักผ่อนได้ดีขึ้น หรือจะเพิ่มมุมอ่านหนังสือ โต๊ะทำงานเข้ามาไว้คู่กัน ก็สะดวกสบายไปอีกแบบ เหมาะกับนิสิต-นักศึกษาทุกระดับชั้น


ห้อง 1 Bedroom ตอนลึก คำตอบของเด็กมหา’ลัย


ที่มา: www.amazinginteriordesign.com


สำหรับแปลนห้องลักษณะนี้จะมีการจัดวางที่เป็นลำดับขั้นตอน ซึ่งจะเหมาะกับการอยู่อาศัย 1-2 คน และสามารถวางเฟอร์นิเจอร์ หรือของตกแต่งได้ไม่เยอะมากนัก เพื่อให้ห้องยังคงความโล่งไว้ แต่ข้อดี คือ แปลน Type นี้จะมีห้องนอนอยู่ด้านในสุด จึงห่างไกลจากเสียงรบกวน ขณะเดียวกันก็ยังมีหน้าต่างรับแสงไว้ให้เราใช้ผ่อนคลายสายตา แถมยังช่วยให้ห้องนอนดูสว่าง สามารถวางโต๊ะหนังสือไว้ภายในได้ด้วย


ห้อง 1 Bedroom แปลนสี่เหลี่ยมจัตุรัส ช่วยจัดการชีวิตได้ง่ายขึ้น


ที่มา: www.amazinginteriordesign.com


อาจเรียกได้ว่า แปลนลักษณะนี้แทบจะเป็นแปลนมาตรฐานของหลายคอนโดใกล้มหาวิทยาลัย ด้วยสัดส่วนที่คล้ายกับบ้าน จึงทำให้ห้องดูกว้าง และออกแบบตกแต่งง่าย ซึ่งแต่ละห้องจะมีการแบ่งพื้นที่ชัดเจน เมื่อเปิดประตูเข้ามาจะเจอพื้นที่ต้อนรับ ที่วาง ‘โซนครัว’ และ’มุมนั่งเล่น’ ไว้ข้างกัน แล้วค่อยกั้น ‘ห้องนอน’ ให้มีประตูเปิด-ปิดมิดชิด


โดยห้องนอนของแปลน Type นี้จะมีขนาดที่เน้นตอบโจทย์กับการพักผ่อนจริง ๆ หากใครอาศัยอยู่กับเพื่อน ก็แนะนำให้ตั้งโต๊ะทำงาน ชั้นหนังสือต่าง ๆ ไว้ด้านนอก จะได้ไม่เป็นการรบกวนเวลากัน นับว่าเหมาะกับการมีรูมเมท แถมยังมีราคาไม่สูงนัก ถ้าหารค่าใช้จ่ายกันคนละครึ่งก็น่าจะคุ้มค่าอยู่


ทั้งหมดนี้เป็นเพียงตัวอย่างที่เราลองยกมาให้ดูกัน ซึ่งดูแล้วค่อนข้างเหมาะสมกับเด็กมหาวิทยาลัยทั้งด้านพื้นที่, ฟังก์ชัน และราคาที่จะต้องจ่ายไป แต่สุดท้ายแล้ว การเลือกคอนโด รวมถึงที่พักอาศัยใดใด ก็ย่อมขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของตนเองด้วย หากมีกำลังมากพอ อาจเลือกห้องที่ใหญ่ หรือมีฟังชันก์เยอะว่านี้ก็ได้เช่นกัน


บทความที่เกี่ยวข้อง

1 แบบแปลน 5 คาแรคเตอร์ ในการสร้างพื้นที่ภายในคอนโดให้เหมาะกับตัวคุณ

เลือกปรับให้ถูกจุด กับการเปลี่ยนฟังก์ชันจาก 3 แบบแปลนยอดนิยมภายในคอนโดฯ

ไอเดียตกแต่ง พร้อมแปลนห้องแบบ Studio แต่งอย่างไรให้ห้องกว้างขึ้นง่ายๆ

แปลนห้องคอนโดขนาด 27 - 33 ตร.ม แบบไหนดีกว่ากัน

วัยเรียนก็เช่าคอนโดได้ หากรู้จักบริหาร