รูปบทความ  5 พิกัด ร้านอาหารแม่ปลื้ม ที่เหมาะแก่การพาคุณแม่ไป

5 พิกัด ร้านอาหารแม่ปลื้ม ที่เหมาะแก่การพาคุณแม่ไป

Esto Writer

10-08-2019

วันแม่ 12 สิงหาคม ปีนี้ ใครที่ไม่รู้จะพาคุณแม่ไปเที่ยวที่ไหนดีเพราะมีเวลาน้อย อาจจะลองเปลี่ยนมาพาท่านไปทานอาหารอร่อยๆ ที่ดีต่อสุขภาพที่ร้านอาหารหรือร้านคาเฟ่อร่อยๆ กันดีกว่า


ซึ่งในวันนี้ทางเราก็ได้นำ “5 พิกัด ร้านอาหารแม่ปลื้ม ที่เหมาะแก่การพาคุณแม่ไป” มาแนะนำให้ทุกคนได้รู้จักกัน ร้านใดบ้างที่เหมาะแก่การพาคุณแม่ไปรับประทาน และมีจุดเด่นอยู่ที่อะไร วันนี้ทางเรามีคำตอบ พร้อมพิกัดที่ตั้งและวิธีการเดินทาง พร้อมแล้วตามไปดูพร้อมๆ กันได้เลย


ร้านต้นกล้าฟ้าใส



ร้านอาหารมังสวิรัติเพื่อสุขภาพ ย่านพุทธมณฑล สาย 3 ที่ควรแก่การพาคุณแม่ไปนั่งรับประทานอาหาร เพราะทางร้านใช้วัตถุดิบคุณภาพที่คัดสรรจากสวนท้องถิ่นตามแนวคิด From Farm To Fork (จากสวนสู่ส้อม) ซึ่งอุดมไปด้วยเส้นใยอาหาร และดีต่อสุขภาพ ภายในร้านตกแต่งเรียบง่ายด้วยโทนไม้สีสันสบายตา เรียบง่าย ส่วนด้านนอกจะเป็นสวนหย่อมสีเขียวเล็กๆ ให้ความร่มรื่นอบอุ่น




อาหารของทางร้านนี้จะเน้นเมนูเพื่อสุขภาพ แต่ละเมนูเกิดจากความใส่ใจในทุกขั้นตอนโดยเชฟมืออาชีพมากฝีมือ ซึ่งคิดค้นเมนูร่วมกับนักโภชนาการอาหาร เมนูของคาวที่ขึ้นชื่อของทางร้านได้แก่ “ข้าวยำต้นกล้าฟ้าใส” (136 บาท) ที่ใช้ข้าวเบญจกระยาทิพย์งอก เสริ์ฟพร้อมผักสมุนไพร และน้ำข้าวยำรสเข้มข้น คลุกรวมกันอิ่มเบาสบายท้อง หรือจะเป็นเมนูสไตล์อิตาเลี่ยนอย่าง “สปาเก็ตตี้เพสโต้งาม้อน” (155 บาท) ที่รสชาติอร่อยกลมกล่อม มีจุดเด่นตรงที่ทางร้านจะใส่งาขี้ม่อน ซึ่งมีไขมันดีต่อร่างกาย




ส่วนเมนูของหวานของที่นี่จะเป็นแบบไทยๆ และเป็นสูตรที่แปลกใหม่ เพิ่มคุณค่าทางสารอาหารแต่ยังคงความอร่อย เช่น “ขนมกล้วยบีทรูท” (39 บาท) ที่นำมาดัดแปลงโดยการใช้บีทรูทผสมกับกล้วย อีกทั้งยังใส่กะทิ และธัญพีชโรยหน้า เพื่อให้มีความอร่อย หรือจะเป็น “ข้าวต้มมัดธัญพืช” (59 บาท) ที่ทางร้านใช้ข้าวเหนียวลืมผัวมาทำ มีกล้วยสุก งาม้อน ถั่วแดงและลูกเดือยเพิ่มความอร่อย และดีต่อสุขภาพ เป็นสูตรที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของทางร้านจริงๆ




ส่วนเมนูเครื่องดื่มของทางร้านก็มีเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพอย่าง ‘น้ำผักผลไม้สกัดเย็น’ ที่มีให้เลือกกันถึง 5 สูตรด้วยกัน มีทั้งสูตร บำรุงสมอง (Brain) , บำรุงสายตา (Eye) , บำรุงผิว (Skin) , บำรุงระบบทางเดินอาหาร (Gut) และบำรุงหัวใจ (Heart) ใครชอบแบบไหนสามารถเลือกสั่งได้เลย ราคาตกแก้วละประมาณ 99-149 บาทเท่านั้น


ใครที่สนใจอยากจะพาคุณแม่ไปทานอาหารไทยเพื่อสุขภาพอร่อยๆ ที่ทั้งถูกปากและมีความคลีเอทแบบนี้ ต้องไม่พลาดที่ร้านนี้เลย และยังมีโปรโมชันวันแม่ที่เตรียมไว้ให้อร่อยร่วมกันอีกด้วย


พิกัด : ถ.พุทธมณฑล สาย 3 หนองค้างพลู หนองแขม กรุงเทพมหานคร (ใกล้อาคารเยาวภา เอี่ยมจิตร์)

การเดินทาง : ขับรถไปทาง ถ.พุทธมณฑลสาย 3 ตัวร้านจะตั้งอยู่ในบริเวณอาคารเยาววภา เอี่ยมจิตร์ (คลินิกอายุรกรรมแพทย์แผนไทยประยุกต์) ของโรงพยาบาลศิริราช ซึ่งจะอยู่ด้านในสุดของตึก

เวลาเปิด-ปิด : ทุกวัน เวลา 10.00-19.00 น. (ศุกร์-อาทิตย์ ปิด 20.00 น.)

ราคา : 100-200 บาท

เบอร์โทร : 02-444-0444 , 080-499-5442

Facebook : www.facebook.com/tonklarfacai




ร้านบ้านน้ำเคียงดิน



ร้านอาหารชื่อดังย่านพุทธมณฑลสาย 3 อีกร้านหนึ่ง ที่มีจุดเด่นด้วยบรรยากาศรอบๆ ร้าน ที่ตั้งอยู่ท่ามกลางต้นไม้สุดร่มรื่น กว้างขวาง มีสระน้ำขนาดใหญ่มองแล้วสบายตา ได้อารมณ์เหมือนอยู่ที่เมืองเล็กๆ ในเยอรมัน ภายในร้านเน้นการตกแต่งร้านสไตล์ยุโรปแนวคันทรี มีมุมให้เลือกนั่งหลากหลายแนว จะนั่งข้างในหรือข้างนอกก็ได้ เหมาะสำหรับการพาคุณแม่มานั่งทานอาหารดื่มด่ำไปกับบรรยากาศดีๆ




อาหารของทางร้านมีให้เลือกรับประทานทั้งอาหารไทยและยุโรป เมนูที่เป็นที่นิยมของทางร้านได้แก่ “ขาหมูเยอรมัน” (360 บาท) ที่ทางร้านจะปักมีดใส่มาให้ในจานให้เลย เมนูนี้จะเสิร์ฟมาพร้อมกับผักดอง และมันฝรั่งผัดเนยและเบคอน พร้อมน้ำจิ้ม 2 สไตล์ เป็นน้ำจิ้มซีฟู้ดและน้ำเกรวี่ แล้วแต่ความชอบ วิธีทานก็คือหั่นจากมีดที่เค้าปักมาให้ลงไปทางด้านข้างได้เลย รับประทานแล้วอร่อยสุดๆ หรือจะตัดเลี่ยนด้วย “ซีซาร์สลัด” (180 บาท) ก็อร่อยใช้ได้เหมือนกัน



ใครที่สนใจอยากจะพาคุณแม่ไปทานร่านอาหารบรรยากาศดีๆ มีเมนูอร่อยๆ ทั้งไทยและฝรั่ง ต้องไม่พลาดที่ร้านนี้เลย



พิกัด : 60/1 ม.12 ถนนอักษะ แขวงศาลาธรรมสพน์ เขตทวีวัฒนา กรุงเทพมหานคร

การเดินทาง : ขับรถไปทางถนนอักษะ ตัวร้านจะอยู่ระหว่างพุทธมนฑลสาย 3 และ 4

เวลาเปิด-ปิด : จันทร์-พฤหัส 17:00-23:00 น. , ศุกร์-อาทิตย์ 16:00-23:00 น.

ราคา : 100-900 บาท

เบอร์โทร : 02-441-3837, 02-441-4657

Facebook : https://www.facebook.com/bnkd.restaurant




ร้าน Mr.Genki

ร้านอาหารมังสวิรัติสไตล์ญี่ปุ่นตามแบบฉบับญี่ปุ่นแท้ๆ แถวถนนพระราม 2 ที่โดดเด่นกว่าที่อื่นด้วยเมนูเพื่อสุขภาพ และยังมีเมนูสำหรับคนทานเจด้วย ภายในร้านบรรยากาศสบายๆ อบอุ่นและเป็นกันเอง ตกแต่งแบบเรียบง่าย มีโต๊ะให้เลือกนั่งทั้งแบบสากลและแบบญี่ปุ่น พร้อมทั้งมีห้องส่วนตัว (Private room) เป็นโต๊ะหลุมแบบญี่ปุ่นที่สามารถมองเห็นวิวภายนอกได้



อาหารของทางร้านจะใช้วัตถุดิบนำเข้าจากญี่ปุ่น 100% เมนูอาหารส่วนใหญ่จะเป็นแนวมังสวิรัติ และอาหารเจ เมนูจานหลักที่แนะนำของทางร้านได้แก่ “ข้าวหน้าแกงกะหรี่หมูทอดเจ” (185 บาท) ที่อร่อยหอมด้วยเครื่องแกงกะหรี่ที่ครบเครื่อง และหมูทอดเจที่ทำจากโปรตีนเกษตร ได้รสชาติอร่อยไม่แพ้เนื้อหมูแท้ๆ เลย



ส่วนเมนูอาหารทานเล่นก็มีเมนูเพื่อสุขภาพเหมือนกัน ได้แก่ “สตรอเบอร์รี่อโวคาโดมากิ” (125 บาท) เมนูที่ใช้สตรอเบอร์รี่มาวางไว้บนข้าวปั้นมากิที่พอกินคู่กันแล้วรสชาติเปรี้ยวหวานอร่อยกลมกล่อมมาก


ส่วนเมนูของหวานจะมีไม่เยอะมาก มีทั้งไอศกรีมรสชาเขียวราดถั่วแดง ไอศกรีมช็อกโกแลต ไอศกรีมรสมะนาว และวุ้นนมสดอร่อยๆ ราคาอยู่ที่ 45-55 บาทเท่านั้น


คุณแม่ท่านใดที่ชอบทานอาหารเจ หรืออาหารมังสวิรัติเพื่อสุขภาพในแบบฉบับอาหารญี่ปุ่นแบบนี้ ต้องมาลองที่ร้านนี้ให้ได้



พิกัด : 407 ถ.พระรามที่2 ซอย 33 (วัดยายร่ม) แขวงท่าข้าม เขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร

การเดินทาง : ขับรถไปทางถนนพระราม 2 เลี้ยวเข้าซอย 33 ตรงไปประมาณ 3 กิโลเมตร จะเห็นร้านตั้งอยู่ด้านขวามือหน้าหมู่บ้านมหาราชาการ์เด้นซิตี้

เวลาเปิด-ปิด : ทุกวัน เวลา 11:00-21:00 น. (ปิดทุกวันอังคาร)

ราคา : 100-300 บาท

เบอร์โทร : 02-459-3137

Facebook : https://www.facebook.com/mrgenkirestaurant/




ร้าน Organic Supply



มาต่อกันที่ร้านคาเฟ่ขนมอร่อยๆ อย่างร้าน Organic Supply ที่ขายขนมออร์แกนิคเพื่อสุขภาพกันบ้าง แม้จะเป็นขนมสูตรเฮลตี้ ที่อาจจะใช้เครื่องนมเนยน้อยกว่าขนมทั่วไป แต่ก็ถือว่ามีรสชาติที่ไม่ธรรมดาเลย บรรยากาศภายในร้านจะดูเป็นกันเอง ให้บรรยากาศเหมือนห้องนั่งเล่นโดยเลือกใช้สีเขียวแทนความเป็นธรรมชาติ และตกแต่งออกมาอย่างเรียบง่าย สะอาดตา มีการวางต้นไม้ต้นเล็กบนโต๊ะไม้ตัวใหญ่เพิ่มชีวิตชีวาให้กับร้าน เหมือนอยู่ใกล้ชิดกับธรรมชาติจริงๆ



นอกจากจะเป็นร้านคาเฟ่ให้คนนั่งทานขนมแล้ว ที่นี่ยังมีสินค้าเพื่อสุขภาพจัดจำหน่ายให้ลูกค้าได้ซื้อติดไม้ติดมือกลับไปด้วย ส่วนใหญ่เป็นผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติภายในประเทศ มีตั้งแต่ข้าวสาร อาหารแห้ง อย่างน้ำตาลช่อดอกมะพร้าว , ใบชา , ซอสแบบออร์แกนิกหลากชนิด และ Cold-Pressed Juice อีกมากมาย รวมไปถึงผลิตภัณฑ์จำพวกสกินแคร์ ทำความสะอาดด้วย



ส่วนเมนูเครื่องดื่มของทางร้านถือว่าเป็นซิกเนเจอร์มากๆ โดนทางร้านจะเน้นเป็นเมนูสมูทตี้เป็นหลัก มีให้เลือกหลากหลายสูตร เครื่องดื่มสมูทตี้ที่แนะนำของทางร้านจะเป็น “Super Berry Smoothies” (140 บาท) ที่ใส่สตรอเบอร์รี่และกล้วยเป็นส่วนผสมหลัก หรือใครชอบแบบหวานอมเปรี้ยวหน่อยๆ จะเลือกเป็น “OS Garden” (140 บาท) ก็ได้ เมนูนี้จะใส่คะน้า กล้วย แอปเปิ้ลเขียวและน้ำมะนาว โรยด้วยเมล็ดเจีย ทานแล้วได้ความสดชื่นนิดๆ


หลังจากพาคุณแม่ทานอาหารกลางวัน หรือเดินเที่ยวเล่นเสร็จแล้ว แนะนำให้พาท่านมาทานขนมเพื่อสุขภาพอร่อยๆ ที่นี่เป็นการตบท้าย รับรองว่าไม่ผิดหวังแน่นอน




พิกัด : 148 ถนนนาคนิวาส แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร

การเดินทาง : ขับรถไปทางถ.นาคนิวาศ ย่านลาดพร้าว ร้านอยู่ตรงข้าม ซ.นาคนิวาส 7

เวลาเปิด-ปิด : ทุกวัน เวลา 10:00-20:00 น.

ราคา : 80-200 บาท

เบอร์โทร : 02-101-6410

Facebook : https://www.facebook.com/organicsupply.bkk



ร้าน The Hass Bistro



คาเฟ่คอนเซ็ปต์สุดเก๋ที่นำอะโวคาโดมาเป็นธีมหลักของร้าน เปิดต้อนรับให้ทั้งสายเฮลตี้และสายฟู้ดดี้ทั้งหลายได้มาลองทานเมนูใหม่ ๆ ที่ครีเอทจากอะโวคาโด ภายในร้านตกแต่งเน้นบรรยากาศสบายๆ สไตล์ Comfy เริ่มจากการเลือกใช้โทนสีขาวชวนให้คาเฟ่ดูสะอาดตาและโปร่งโล่ง เติมบรรยากาศอบอุ่นผ่านเฟอร์นิเจอร์ไม้สีน้ำตาลอ่อน เหมาะแก่การพาคุณแม่มารับประทาน


ที่ร้านจะมี 2 ชั้นด้วยกัน ชั้นล่างจะมีโต๊ะอาหาร 4 โต๊ะใหญ่ที่เหมาะสำหรับหลายคน รวมถึงมีบาร์ให้นั่งด้วย ส่วนใครที่อยากได้มุมนั่งสบาย ๆ ขึ้นมาหน่อย อาจจะเดินขึ้นมาที่ชั้น 2 เพราะมีทั้งมุมที่นั่งพื้น และมุมที่นั่งสำหรับใคนที่มากันเป็นกลุ่ม และที่สำคัญชั้นล่างจะมีบาร์ผลไม้สด มีหลากหลายชนิดให้เราเลือกสรร ซึ่งเราสามารถสั่งให้ทำเครื่องดื่มมาเสิร์ฟได้



ชื่อ The Hass มาจากชื่อพันธุ์ของอะโวคาโด โดยทางร้านจะใช้อะโวคาโดพันธุ์ Hass จากนิวซีแลนด์ นำมาประกอบอาหารหลากหลายเมนู เมนูขึ้นชื่อของทางร้านได้แก่ “DIY Guacamole” (195 บาท) เมนูทานเล่นจากอาหารเม็กซิกันที่ใช้อะโวคาโดเป็นหลัก ทางร้านจะเสิร์ฟส่วนผสมอย่างหัวหอม มะเขือเทศ มะนาว และอื่น ๆ มาพร้อมครก ให้ได้ตำส่วนผสมเข้าด้วยกัน โดยปรับจากสูตรเม็กซิกันเดิมด้วยการใส่ พริก กระเทียม และหอมแดง เพื่อให้ได้รสชาติแบบไทย ๆ ทานคู่กับ Tortilla Chips



ส่วนคุณแม่ท่านใดชอบรสชาติแซ่บๆ แบบอาหารไทย ทางร้านก็มีเมนู “Spicy Salmon Salad” (295 บาท) หรือสลัดยำแซลมอน ที่ด้านล่างสุดเป็นผักสดคลุกน้ำยำรสแซ่บ ท็อปด้วยแซลมอนหั่นเต๋าเบิร์นไฟนิด ๆ ล้อมด้วยอะโวคาโดหั่นสไลด์เป็นวงกลมสวย ทานแล้วเผ็ดเปรี้ยวแซ่บถึงใจ



และเมนูซิกเนเจอร์ที่มาแล้วไม่ลองไม่ได้อย่าง “Avoburger Served with French Fries” (335 บาท) เบอร์เกอร์ที่ใช้อะโวคาโดทั้งผลแทนบัน ซ้อนด้วยชีส เนื้อไก่ และผัก เสิร์ฟพร้อมเฟรนช์ฟรายส์และซอสศรีราชามาโย ถึงแม้ว่าจะเป็นเมนูแปลกใหม่ แต่รสชาติทุกอย่างเข้ากันได้ดี เหมาะแก่การสั่งมารับประทานสุดๆ



ส่วนเมนูของหวานของทางร้านก็ใช้อโวคาโดเป็นส่วนประกอบเหมือนกัน เมนูขนมหวานที่ขึ้นชื่อของทางร้านได้แก่ “Avocado Cheese Cake with Avocado Sauce” (250 บาท) ชีสเค้กอะโวคาโดเนื้อเนียน รสชาติเบา เสิร์ฟคู่กับซอสอะโวคาโดรสเปรี้ยวและผลไม้สด หรือจะทานคู่กับเครื่องดื่มอย่าง “Milky Avocado Smoothie” (155 บาท) อะโวคาโดปั่นกับนมสด ก็อร่อยไม่แพ้กัน


แม้จะมีอะโวคาโดทุกเมนู แต่บางเมนูที่มีอะโวคาโดเป็นส่วนผสม (แต่ไม่ใช่วัตถุดิบหลัก) เราสามารถเลือกที่จะใส่หรือไม่ใส่อะโวคาโดก็ได้ นอกจากนี้ The Hass Bistro ยังเสิร์ฟเมนูวีแกนเพื่อสุขภาพ เหมาะแก่การพาคุณแม่มารับประทานในวันแม่ปีนี้เหมือนกัน



พิกัด : ถนน สุขุมวิท ซอยสุขุมวิท 49 กรุงเทพมหานคร

การเดินทาง : สามารถเดินทางโดย BTS ทองหล่อ (500 ม.) และ BTS พร้อมพงษ์ (700 ม.) ร้านจะตั้งอยู่ที่ปากซอยสุขุมวิท 49 สังเกตได้ไม่ยาก

เวลาเปิด-ปิด : ทุกวัน เวลา 9:00-21:00 น.

ราคา : 100-400 บาท

เบอร์โทร : 099-192-9626

Facebook : https://www.facebook.com/thehassbistro



จบไปแล้วกับ “5 พิกัด ร้านอาหารที่เหมาะแก่การพาคุณแม่ไป” แต่ละร้านถือว่าเป็นร้านอาหารที่มีเมนูเพื่อสุขภาพ เหมาะแก่การพาคุณแม่ไปรับประทานมากๆ วันแม่ปีนี้ใครที่ยังไม่รู้ว่าจะพาคุณแม่ไปนั่งทานร้านอาหารที่ไหน อาจจะจดพิกัดร้านอาหารที่ทั้งอร่อย และดีต่อสุขภาพเหล่านี้ พาท่านไปลองรับประทานดูในวันแม่ปีนี้ก็ได้ รับรองว่าพวกท่านติดใจแน่นอน


บทความที่น่าสนใจ

รวมโปรโมชันประจำเดือนให้เราจูงมือแม่ ไปชอปอย่างสบายใจ

เซอร์ไพรส์แม่ง่าย ๆ แม้อยู่คอนโดก็ทำได้

หุ่นสวยแบบตัวแม่!! ด้วยสูตร 'ขนมคลีน' 7 วัน 7 สูตร ทำเองง่ายในคอนโด

3 ย่านคาเฟ่ดีต่อใจ ใกล้คอนโด บนทำเลตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนทำงาน

รวม 5 คาเฟ่ดังแถว BTS อารีย์ ที่ไม่ได้มีดีแค่พื้นที่นั่งอ่านหนังสือ