รูปบทความ 3 วิธีหาทางออก สำหรับคนอยากกู้คอนโด แต่ยังไม่มีเงิน!!

3 วิธีหาทางออก สำหรับคนอยากกู้คอนโด แต่ยังไม่มีเงิน!!

ถ้ายังมัวเดินงง ก็คงหาทางออกไม่เจอแน่ๆ สำหรับคนทรัพย์จางแต่อยากมีคอนโดเป็นของตัวเอง งั้นวันนี้ ESTO เลยขอเสนอ 3 วิธีง่าย ๆ ที่จะช่วยให้มีคอนโดได้เร็วยิ่งขึ้น เพราะสมัยนี้เราไม่จำเป็นต้องถือเงินสดล้านกว่าบาทไปซื้อคอนโดกันแล้ว แค่รู้จักสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย ก็สามารถสานฝันได้ดั่งใจ


3 ทางออก สำหรับคนอยากกู้คอนโด แต่ไม่มีเงิน (เก็บ)


1. ตรวจสอบและประเมินวงเงินของตัวเอง ก่อนจะกู้คอนโด

แรกเริ่มก่อนจะเดินเข้าไปขอสินเชื่อ เราต้องลองตรวจสอบสภาวะการเงินของตัวเองเสียก่อน ว่าพร้อมสำหรับการกู้คอนโดแค่ไหน เพราะถึงแม้จะสามารถขอสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยได้ แต่ถ้าหากเรายังมีภาระหนี้สินอื่น ๆ อยู่ในมือ ก็มีผลทำให้การขอสินเชื่อนั้นยากขึ้น และยังต้องแบกภาระต่อเดือนหนักขึ้นด้วย


  • ตรวจสอบความสามารถในการกู้

โดยปกติแล้ว ระยะที่ปลอดภัยในการผ่อนของต่าง ๆ รวมกัน ควรอยู่ที่ประมาณ 40% ของรายได้ต่อเดือน เพราะถ้าหากเกินไปจากนี้ จะทำให้สภาพคล่องในการจ่ายต่าง ๆ ลดน้อยลง เช่น ถ้ามีรายได้ 20,000 บาท/เดือน นั่นเท่ากับว่า...ความสามารถในกู้จะอยู่ที่ 20,000 x 40% = 8,000 บาท/เดือน และจะเหลือเงินให้ใช้จ่ายส่วนอื่นอีก 12,000 บาท สบายตัว...


  • ประเมินวงเงินที่สามารถกู้ได้

หลังจากตรวจสอบความสามารถในการกกู้ของตัวเองแล้ว ก็จะต้องนำมาประเมินวงเงินกู้ที่รับไหวกันต่อ โดยวิธีการจะคำนวณจากอัตราส่วนของเงินผ่อนชำระต่องวดของธนาคาร นั่นก็คือ เงินงวด 7,000 บาท/วงเงินกู้ 1 ล้านบาท 


สูตรคำนวณวงเงินกู้ : (ความสามารถในการกู้ x 1,000,000) / 7,000 = วงเงินที่เราจะกู้ได้

เช่น : หากมีรายได้ต่อเดือน 20,000 บาท ความสามารถในการกู้ จะเท่ากับ 8,000 บาท พอนำมาคำนวณจะได้ (8,000 x 1,000,000) / 7,000 = 1,142,857 บาทนั่นเอง


ดังนั้น...คอนโดหรือที่อยู่อาศัยที่เหมาะสมกับเรา จึงไม่ควรเกิน 1.5 - 2 ล้าน ถึงจะทำให้การวางแผนขอสินเชื่อกู้ราบเรียบที่สุด


  • เตรียมเงินสำหรับก้อนแรก

เมื่อมาตรการคุมเข้มสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยถูกบังคับใช้หลังวันที่ 1 เม.ย. 62 ธนาคารจะสามารถปล่อยสินเชื่อได้เพียง 80% ของราคาเต็ม ดังนั้นเราจึงควรเตรียมเงินส่วนต่างอีก 20% ไว้ให้พร้อมก่อนขอกู้กับธนาคารด้วย




2. เตรียมเอกสารให้เรียบร้อย พร้อมยื่นกู้คอนโด

ขั้นตอนถัดไป คือ พกความมั่นใจ จับเอกสารให้แน่น แล้วเดินตรงไปยื่นขอกู้สินเชื่อกับธนาคาร โดยสิ่งที่ต้องเตรียมไปนั้น จะมี....

  • เอกสารส่วนบุคคล : บัตรประชาชน/บัตรข้าราชการ/บัตรรัฐวิสาหกิจ, ทะเบียนบ้านฉบับเจ้าของบ้าน, ทะเบียนสมรส/ใบหย่า/ใบมรณะบัตร, สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล (ถ้ามี) และ สำเนาบัตรประชาชนคู่สมรส (ถ้ามี)
  • เอกสารทางการเงิน : จะแบ่งเป็น 2 แบบ ได้แก่

พนักงานประจำ : ใบรับรองเงินเดือน, สลิปเงินเดือน หรือหลักฐานการรับเงินเดือนย้อนหลัง 3 เดือน และสำเนาบัญชีเงินฝากย้อนหลัง 6 เดือน

ผู้ประกอบอาชีพอิสระ : สำเนาบัญชีเงินฝากย้อนหลัง 12 เดือน/หลักฐานแสดงฐานะการเงินอื่น ๆ (พร้อมเอกสารจริง), สำเนาทะเบียนการค้า/ทะเบียนบริษัท/ห้างหุ้นส่วน, หลักฐานการเสียภาษีเงินได้, รูปถ่ายกิจการ และสำเนาใบประกอบวิชาชีพ

  • เอกสารหลักประกัน : เช่น สำเนาการซื้อขาย/สัญญาวางมัดจำ/สัญญาเช่าซื้อ หรือหนังกรรมสิทธิ์ห้องชุด เป็นต้น




3. เลือกสถาบันทางเงินที่เหมาะกับตนเอง และวงเงินที่ต้องการ

ในไม่ช้า มาตรการคุมเข้มสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยจะถูกบังคับใช้ในวันที่ 1 เม.ย. 62 ซึ่งธนาคารจะปล่อยสินเชื่อได้ 80% ของราคาเต็ม ดังนั้น...การเลือกสถาบันการเงินในการกู้คอนโด จะต้องเปรียบเทียบทั้งธนาคารที่ให้วงเงินตามต้องการ, โครงการปล่อยสินเชื่อต่าง ๆ และอัตราดอกเบี้ยที่เหมาะกับสไตล์การใช้เงิน ซึ่งสามารถดูเพิ่มเติมได้ที่ 5 หลักเกณฑ์เลือกกู้คอนโดธนาคารไหนดี แล้วความฝันที่จะมีคอนโด ก็ดูไม่ไกลเกินเอื้อมอีกต่อไป :)





ที่มา : ธนาคารอาคารสงเคราะห์