รูปบทความ ดิ เอส อโศก พร้อมเข้าอยู่แล้ว เตรียมอัดโปรยูนิตล็อตสุดท้ายด้วยโปรพิเศษ!!

The ESSE Asoke งัดโปรเด็ดยูนิตล็อตสุดท้ายของโครงการ 9-10 มี.ค. พร้อมชมห้องจริงได้แล้ววันนี้

Peeraya Nudaeng

27-02-2019

บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) ตอกย้ำการเป็น Premier Lifestyle Developer เปิดตัว‘ดิ เอส อโศก’ ภายใต้คอนเซปต์ ‘Live Highest, Live Finest’ คอนโดมิเนียมระดับลักชัวรีโครงการแรกที่สร้างเสร็จและพร้อมส่งมอบให้กับลูกค้า ใส่ใจและพิถีพิถันทุกรายละเอียดในการดูแลลูกบ้านด้วย บริษัท เอส คลาส แมเนจเม้นท์ จำกัด บริษัทที่รับผิดชอบดูแลด้านพร็อพเพอร์ตี้แมเนจเม้นท์ของ สิงห์ เอสเตท เผยปัจจุบันมียอดโอนแล้วกว่า 1,550 ล้านบาท นอกจากนี้เตรียมจัดงาน Grand Opening เพื่อปิดยอดขายยูนิตล็อตสุดท้าย ในวันที่ 9-10 มีนาคม 2562 ด้วยโปรโมชั่นสุดพิเศษ แพคเกจเฟอร์นิเจอร์พร้อมสิทธิพิเศษอื่นๆ มากมายภายในงาน คาดปิดการขายทั้งหมดได้ภายในกลางปีนี้



นายณัฐวุฒิ มัธยมจันทร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการพัฒนาธุรกิจพักอาศัย บมจ. สิงห์ เอสเตท เผยว่า โครงการดิ เอส อโศก (The ESSE Asoke) นับเป็นคอนโดมิเนียมระดับลักชัวรีที่มีการสร้างเสร็จพร้อมส่งมอบและทำการเปิดตัวโครงการแรกของทาง สิงห์ เอสเตท ซึ่งจะเป็นโครงการที่สะท้อนให้เห็นถึงภาพลักษณ์ของการเป็น พรีเมียร์ ไลฟ์สไตล์ ดีเวลลอปเปอร์ (Premier Lifestyle Developer) โดยเรามุ่งมั่นที่จะส่งมอบประสบการณ์การใช้ชีวิตในระดับพรีเมียม และได้สัมผัสถึงความเป็นครอบครัวสิงห์ เอสเตท ซึ่งตอกย้ำความตั้งใจในการสร้างสรรค์สิ่งที่ดีให้กับลูกค้า



ดิ เอส อโศก ได้รับการออกแบบให้เป็นคอนโดมิเนียมที่ตอบโจทย์ความต้องการของคนเมือง ด้วยคอนเซปต์ ‘Live Highest, Live Finest’ หรือ ‘ที่สุด...ทุกการใช้ชีวิต’ โดยการออกแบบเน้นความเรียบหรู ผสานกับความเป็น Modern Contemporary ตัวอาคารมีทั้งหมด 55 ชั้น และเป็นอาคารที่อยู่อาศัยสูงที่สุดในย่านอโศก กับจำนวนห้องพัก 419 ยูนิต มูลค่าโครงการ 4,500 ล้านบาท


ห้องพักอาศัยของโครงการ ดิ เอส อโศก แบ่งเป็น 3 แบบ ประกอบด้วย 1Bedroom, 2Bedroom และห้อง Penthouse เน้นความเป็นส่วนตัว ด้วยการออกแบบจัดวางผังอาคารแบบไม่มีห้องตรงข้าม (Single Corridor) ทำให้มีจำนวนห้องพักต่อชั้นสูงสุดเพียง 12 ห้องเท่านั้น


นอกจากนั้นยังมีพื้นที่สีเขียวส่วนกลางรวมกว่า 1 ไร่ โดยเฉพาะ “ดิ เอส คอร์ท” สวนด้านหน้าโครงการมีพื้นที่ถึง 1,000 ตารางเมตร ทำให้ผู้อยู่อาศัยไม่เพียงแต่ได้รับความเป็นส่วนตัวแต่ยังได้ความสดชื่น ร่มรื่นและสบายตาในทุกจังหวะการใช้ชีวิตที่ “ดิ เอส อโศก” พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกที่ทางโครงการเตรียมไว้อย่างครบครัน อาทิ สระว่ายน้ำลอยฟ้าบนชั้น 33 ให้ทุกท่านชมวิวความสวยงามของกรุงเทพมหานคร และออกกำลังกายในฟิตเนสระดับพรีเมียม, สำหรับท่านที่ชื่นชอบกีฬากอล์ฟสามารถฝึกซ้อมวงสวิงที่ห้อง Golf Simulator, พร้อมพักผ่อนยามเย็นที่สวนชั้น 10 และสกาย เลาจ์ ที่ชั้น 43 ที่ประกอบไปด้วยมุมสังสรรค์ ห้องประชุม และห้องสมุด”



นายณัฐวุฒิ กล่าวด้วยว่า สำหรับโครงการนี้ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีมากตั้งแต่วันที่เริ่ม pre sales ในช่วงปลายปี 2559 ทำให้เรามียอดขายไปแล้วกว่า 90% โดยโครงการได้เริ่มทำการโอนให้กับลูกค้าตั้งแต่ปลายปี 2561 ที่ผ่านมา ซึ่งขณะนี้ทำการโอนไปแล้วกว่า 1,550 พันล้าน หรือ 38% โดยคาดว่าจะโอนแล้วเสร็จทั้งหมดภายในไตรมาส 2 ปีนี้ และทางโครงการได้เตรียมโปรโมชั่นสุดพิเศษไว้สำหรับห้องส่วนที่ยังไม่ได้ขายอีกประมาณ 10% ด้วยแพคเกจเฟอร์นิเจอร์มูลค่า 500,000 บาท และยังมี voucher มูลค่า 100,000 บาท ในงาน Grand Opening ในวันที่ 9-10 มีนาคม 2562 นี้อีกด้วย



สิงห์ เอสเตท มุ่งมั่นในการเป็น Premier Lifestyle Developer โดยพัฒนาโครงการที่พักอาศัยภายใต้แบรนด์ ดิ เอส (The ESSE) ให้เป็น Leading Premium Brand ซึ่งสะท้อนถึงการใช้ชีวิตที่ครบครันอย่างพิถีพิถันและ มุ่งมั่นที่จะส่งมอบประสบการณ์สุดพิเศษให้กับลูกบ้านครอบครัว สิงห์ เอสเตท อีกด้วย อีกทั้งได้จัดทำ แอพลิเคชั่น S Life ขึ้นมาเพื่ออำนวยความสะดวกต่างๆ โดยบริการ S Life เปรียบเหมือนศูนย์รวมกิจกรรมข้อมูลข่าวสาร โปรโมชั่น และ สิทธิพิเศษต่างๆ สำหรับลูกบ้านโดยเฉพาะ



นอกจากนี้อีกหนึ่งส่วนสำคัญ คือ สิงห์ เอสเตท ได้จัดตั้งบริษัท เอส คลาส แมเนจเม้นท์ จำกัด (S KLAS Management Company Limited) ขึ้นอย่างเป็นทางการ เพื่อทำหน้าที่บริหารจัดการ โครงการอสังหาริมทรัพย์ของ สิงห์ เอสเตท ที่พร้อมให้บริการลูกบ้านอย่างครบวงจร ทั้งเรื่อง การจัดการนิติบุคคล, การแจ้งซ่อม, การจองสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ และแนะนำข้อมูลสถานที่ใกล้เคียงที่สำคัญ รวมถึงบริการคอนเซียร์จ เซอร์วิส (Concierge Service) ที่มีทีมงานบริการลูกบ้าน ซึ่งมีประสบการณ์ระดับสากล ด้วยมาตรฐานการบริการเหนือระดับ ทำให้ S KLAS Management สามารถดูแลโครงการทั้งหมด ให้อยู่ในระดับ Best in Class อีกทั้งยังช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับโครงการในอนาคต



“วันนี้สิงห์ เอสเตท พร้อมแล้วที่จะส่งมอบประสบการณ์แบบ Best in class ที่พิถีพิถัน ใส่ใจในรายละเอียด ให้กับทุกท่าน ตอกย้ำภาพการเป็น Premier Lifestyle Developer ซึ่งมุ่งมั่นในการส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ และดีที่สุดสำหรับลูกบ้านครอบครัว สิงห์ เอสเตท” นายณัฐวุฒิ กล่าวทิ้งท้าย