รูปบทความ การเลือกเฟอร์นิเจอร์ในห้องสำหรับคอนโดขนาดเล็ก

การเลือกเฟอร์นิเจอร์ในห้องสำหรับคอนโดขนาดเล็ก

สำหรับคนรุ่นใหม่ที่พักอาศัยอยู่ในคอนโดคงปฏิเสธไม่ได้ว่ามีปัญหาในการจัดสรรพื้นที่ภายในห้องคอนโดของตัวเองให้ใช้งานคุ้มค่าที่สุด โดยเฉพาะกับคอนโดขนาดเล็กที่จำเป็นจะต้องประหยัดพื้นที่ใช้สอยในทุกตารางนิ้ว โดยเรามีวิธีจัดการกับการจัดสรรพื้นที่อย่างง่าย โดยเริ่มแรกอาจจะทำการคัดเลือก


เฟอร์นิเจอร์หรือเครื่องเรือนสำหรับห้องคอนโดขนาดเล็ก บางคนเลือกซื้อคอนโดที่มีเฟอร์นิเจอร์แถมมาให้พร้อมห้อง บางคนซื้อห้องเปล่า เพราะต้องการที่เลือกเฟอร์นิเจอร์เอง เพื่อเป็นการไม่เสียเวลาเราขอแนะนำหลักการเลือกซื้อ และเฟอร์นิเจอร์หลัก ๆ ที่คอนโดขนาดเล็กขาดไม่ได้ จำเป็นต้องมี ดังนี้


เตียงนอน (Bed)

1. เตียงนอน (Bed) และการเลือกซื้อ 

ที่นอนนับเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการนอนที่ทุกที่พักอาศัยจำเป็นต้องมี คอนโดก็เช่นกัน ถึงแม้จะเป็นคอนโดขนาดเล็กแต่อย่างไรก็จะต้องมีที่นอนสำหรับพักผ่อนอยู่ทุกห้องอย่างแน่นอน โดยทั่วไปเตียงนอนจะประกอบไปด้วยตัวที่นอนที่สามารถออกแบบด้านหัวเตียงให้เป็นรูปแบบต่าง ๆ ได้ตามความชอบในแต่ละสไตล์ ส่วนตัวที่นอนจะมีขนาดที่จำหน่ายตามท้องตลาดทั่วไป ถือเป็นขนาดมาตรฐาน การออกแบบเราสามารถนำมาประกอบกับเตียงนอนได้เลย ถ้าหากว่าไม่ชอบ เราก็สามารถสั่งออกแบบรูปแบบของที่นอนให้เป็นในรูปแบบที่เราต้องการได้ โดยผู้ใช้จำเป็นต้องกำหนดขนาดและรูปแบบสำหรับสั่งทำใหม่ได้ตามความต้องการ โดยที่นอนขนาดมาตรฐานที่มีจำหน่ายอยู่ทั่วไปจะวัดขนาดเป็นฟุต สามารถเลือกขนาดของที่นอนใช้ให้เหมาะกับการใช้งาน และเหมาะสมกับขนาดของห้องคอนโดของเราได้โดยขนาดมาตรฐานของเตียงนอนแต่ละแบบจะมีดังต่อไปนี้


1.1 ที่นอนขนาดใหญ่ (King Size) มีขนาดตั้งแต่ 6’x6’ 6” , 6’ 6” x 6’ 6”

เหมาะกับการนอนพักผ่อนสำหรับสองคนได้อย่างสบาย โดยเป็นที่นอนที่มีขนาดใหญ่มากสุด ไม่ว่าคุณจะมีน้ำหนักตัวมาก หรือสูงเท่าไหร่ ที่นอนขนาดใหญ่นี้ก็สามารถตอบโจทย์ของคุณได้ กว้างพอที่จะทำให้คุณนอนกลิ้งเล่นไปมาได้อย่างเพลิดเพลิน แต่เป็นที่นอนที่มีราคาสูงที่สุดเนื่องจากเป็นที่นอนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดนั่นเอง


1.2 ที่นอนขนาดกลาง (Queen Size) มีขนาดตั้งแต่ 5’ x 6’ 6” , 4’ x 6’ 6”

เหมาะสำหรับนอนคนเดียว หรือสองคนก็ได้ ขนาดกำลังพอดีไม่กว้างไป ไม่แคบไป โดยที่นอนขนาดกลางนี้เป็นที่นิยมสูงในตลาดเครื่องนอน โดยปกติแล้วคอนโดโดยทั่วไปจะมีชุดเฟอร์นิเจอร์ที่แถมมากับห้องของเรา โดยขนาดที่แถมมาให้ก็จะเป็นที่นอนขนาดกลางนี่ล่ะ เพราะนอกจากจะรองรับการนอนได้ถึงสองคนแล้ว ก็ยังประหยัดพื้นที่มากกว่าที่นอนขนาดใหญ่ได้เป็นอย่างมากเลยทีเดียว จึงถือว่าเป็นตัวเลือกที่ดีตัวหนึ่งสำหรับคอนโดขนาดเล็กที่พักอาศัยไม่เกินสองคน


1.3 ที่นอนขนาดเล็ก (Single Size) มีขนาดตั้งแต่ 3’ 6” x 6’ 6” , 3’ x 6”

เหมาะสำหรับนอนพักผ่อนแค่เพียงคนเดียว โดยเป็นที่นอนที่มีขนาดเล็กที่สุด ถ้าหากว่าคุณอยู่คอนโดเพียงคนเดียวล่ะก็ที่นอนขนาดเล็กนี้จะช่วยให้คุณประหยัดพื้นที่ภายในห้องของคุณลงไปได้มากเลยทีเดียว คุณอาจจะใช้ที่นอนขนาดเล็กนี้กับลูกสุดที่รักของคุณก็ได้


ส่วนการเลือกการออกแบบเตียงนอนนั้นมักจะเน้นความสำคัญที่ด้านหัวเตียงให้เด่น สวยงามตามความต้องการ หัวเตียงมีทั้งแบบบุฟองน้ำ ไปยังเครื่องหนังราคาแพงกันเลยทีเดียว เราควรจะเลือกที่นอนที่มีความสูงจากพื้นถึงตัวที่นอนโดยมีความสูงโดยประมาณ 0.45 เมตร หรือ 0.50 เมตร





สำหรับคอนโด พื้นที่จะมีจำกัด ดังนั้นเตียงอาจจะต้องสามารถเก็บของใต้เตียงได้ ซึ่งจะเป็นการใช้พื้นที่ในแนวดิ่งให้เกิดประโยชน์   อย่างในวิดิโอเป็นเตียงนอนที่ออกแบบโดย Index ที่ให้พื้นที่เก็บของใต้เตียงมาเยอะ และเหมาะกับคอนโดอย่างมาก 

ที่มา : https://shoponline.indexlivingmall.com/s110024372.html




2.ตู้ข้างเตียง (Night Table)

ตู้ข้างเตียงสไตล์โมเดิร์น สำหรับวางโคมไฟเก๋ ๆ และนาฬิกาปลุก

ตู้ข้างเตียงสไตล์โมเดิร์น สำหรับวางโคมไฟเก๋ ๆ และนาฬิกาปลุก


https://visualhunt.com/




เป็นตู้ใช้งานคู่กับเตียงนอน เหมาะสำหรับวางของใช้ประจำตัวชิ้นเล็ก ๆ เช่น นาฬิกาปลุก หนังสืออ่านก่อนนอน ยารักษาโรค แก้วน้ำดื่ม กระดาษเช็ดหน้า วิทยุ โคมไฟ ความจำเป็นของตู้ข้างเตียงนี้อาจมีการออกแบบเป็นตู้เก็บของเล็ก ๆ หรือเป็นตู้ลิ้นชักเล็ก ๆ สำหรับเก็บของใช้เล็ก ๆ น้อย ๆ และสามารถหยิบจับใช้งานได้สะดวกเวลากลางคืน ขนาดของโต๊ะข้างเตียง มีขนาดประมาณ 0.55 x 0.60 x 0.45 , 0.05 เมตร



โต๊ะแต่งตัวสำหรับผู้หญิงสไตล์วินเทจ ด้านล่างสามารถซ่อนกระเป๋าเดินทางได้ พร้อมเก้าอี้นั่งแบบขาโปร่ง

Photo credit: Helene Valvatne Andas via Visual Hunt / CC BY-SA


3. โต๊ะเครื่องแป้ง (Dressing Table)

ภายในห้องนอนของบ้านทั่วไปจะมีโต๊ะสำหรับแต่งตัวเสมอ แต่สำหรับห้องคอนโดขนาดเล็กโต๊ะเครื่องแป้งก็ออกจะถูกตัดออกไปเพื่อเพิ่มพื้นที่ใช้สอยภายในห้องก็ได้ โต๊ะเครื่องแป้งก็คือโต๊ะสำหรับวางข้าวของเครื่องใช้ โดยเฉพาะเครื่องสำอาง พร้อมกับมีกระจกเงาส่องหน้าเพื่อเช็คความเรียบร้อยสำหรับการแต่งหน้า และมีพื้นที่สำหรับเก็บเครื่องประดับเล็ก ๆ น้อย ๆ อีกด้วย การออกแบบโต๊ะเครื่องแป้งนี้แยกได้เป็นสองลักษณะคือ


3.1 โต๊ะเครื่องแป้งแบบนั่ง มีขนาดประมาณ 0.45 x 1.20 x 0.70 เมตร พร้อมทั้งมีที่นั่ง

รูปร่างของโต๊ะจะมีรูปทรงอ่อนหวาน มีชั้นหรือลิ้นชักเล็ก ๆ สำหรับวางของใช้ และเครื่องประดับต่าง ๆ เหมาะสำหรับคนที่แต่งหน้านาน ๆ  และหากคุณเลือกที่วางได้ เราแนะนำให้วางไว้ใกล้หน้าต่าง เพื่อให้คุณสามารถแต่งหน้าตัวเองได้อย่างถูกต้องแม่นยำ ไม่ออกมาเข้มจนเกินไป  นอกจากนี้ควรเลือกที่มีช่องว่างใต้โต๊ะที่สามารถผลักเก้าอี้สตูลเข้าไปเก็บได้เพื่อเป็นการประหยัดพื้นที่ในห้องของคุณ 


โต๊ะเครื่องแป้งแบบยืนhttps://www.sbdesignsquare.com/th/products/19113823/bente?menuId=295

3.2 โต๊ะเครื่องแป้งแบบยืน ขนาดประมาณ 80x45x165-200 ซม.

เป็นโต๊ะแต่งตัวประกอบด้วยลิ้นชัก และบานตู้สำหรับเก็บของใช้ เช่น เสื้อกล้าม กางเกงใน ถุงเท้า หรือเนคไท ขนาดของโต๊ะจะใช้ยืนแต่งตัวพร้อมมีกระจกเงา แต่เราไม่ค่อยแนะนำเท่าไร เนื่องจากความสูงของโต๊ะจะอยู่ที่ประมาณ 170 ซม. บางคนที่สูงมากอาจจะยืนแล้วไม่เห็นหัวตัวเอง แนะนำให้หารุ่นที่สูงสัก 2 เมตรขึ้นไป  โดยส่วนตัวผู้เขียนเองใช้โต๊ะเครื่องแป้งแบบยืนอยู่เหมือนกัน ปรากฏว่าต้องหาเก้าอี้มานั่งเพราะเป็นคนที่เซ็ตผมนาน ดังนั้นใครที่แต่งหน้าทำผมนานแนะนำเป็นแบบนั่งดีกว่าครับ ส่วนการส่องกระจกแบบเต็มตัวให้เลือกตู้เสื้อผ้าที่มีกระจกเงาแบบเต็มตัวมาใช้จะดีกว่า เพราะนอกจากจะได้ส่องกระจกแบบเต็มตัวแล้ว ยังช่วยให้ห้องดูกว้างขึ้นเพราะกระจกด้วย 



4. ที่นั่งแต่งตัว (Stool) 

ที่นั่งแต่งตัวสำหรับโต๊ะแต่งตัวของคุณสุภาพสตรีนั้นจะมีการออกแบบให้มีความอ่อน หวานสวยงาม เข้าคู่กับธีมหลักของโต๊ะแต่งตัว มีทั้งแบบขาทึบ และแบบขาโปร่ง ส่วนโต๊ะเครื่องแป้งแบบยืนจะไม่นิยมใช้ที่นั่งแต่งตัวกันสักเท่าไหร่ แต่ถึงจะมีไว้ก็ไม่ได้เสียหายแต่อย่างใด

ข้อแนะนำในการเลือกที่นั่งแต่งตัวหรือเก้าอี้สตูล(Stool)ควรมีขนาดเล็ก เก็บได้สะดวก ถ้าเป็นแบบล้อเลื่อนก็จะทำให้สะดวกในการผลักเข้าไปเก็บใต้โต๊ะได้สะดวก ไม่เปลืองพื้นที่



5. โต๊ะทำงาน (Study Table)

โต๊ะทำงานภายในคอนโดขนาดเล็ก เป็นโต๊ะสำหรับนั่งทำการบ้านสำหรับผู้ที่กำลังเรียนหนังสือ หรือโต๊ะนั่งทำงานเกี่ยวกับเอกสารเล็ก ๆ น้อย ๆ หรือจะเป็นที่นั่งอ่านหนังสือก็ได้ การจัดโต๊ะจึงไม่จำเป็นต้องมีขนาดใหญ่มาก การใช้พื้นที่ก็จะไม่มากถ้าหากว่าเทียบกับกับโต๊ะที่เน้นการใช้ทำงานจริงจัง ขนาดของโต๊ะที่แนะนำใช้ได้ตั้งแต่ขนาด 0.5. X 1.20 x 0.75 เมตร และขนาด 0.60 x 1.50 x 0.75 เมตร การจัดโต๊ะทำงานอาจจะออกแบบให้เป็นโต๊ะเดียว หรือโต๊ะที่ประกอบกันไปกับตู้เก็บหนังสือ หรือตู้เก็บของอย่างอื่นด้วย เพื่อประหยัดพื้นที่ แต่ส่วนใหญ่แล้วในปัจจุบันโต๊ะทำงานหลัก ๆ จะเป็นการทำงานผ่านคอมพิวเตอร์ หรือโน๊ตบุ๊คเสียมากกว่า แต่ถ้าหากว่าใช้โน๊ตบุ๊คเพียงอย่างเดียวก็ใช้พื้นที่เพียงเล็กน้อย แต่ถ้าเน้นการทำงาน หรือเล่นเกมผ่านคอมพิวเตอร์ ก็อาจจะต้องขยายพื้นที่โต๊ะกันสักหน่อย

ข้อแนะนำสำหรับการเลือกโต๊ะทำงานในคอนโด ควรเลือกที่มีการไล่ระดับของท็อป เพื่อเพิ่มพื้นที่การวางของ หรือจอมอนิเตอร์ 



6. เก้าอี้นั่งทำงาน (Study Chair)

เก้าอี้นั่งทำงานเป็นเก้าอี้ที่มีขนาดสัดส่วนใกล้เคียงกับเก้าอิ้สำหรับรับประทานอาหา รมากที่สุด เพราะเป็นการใช้งานที่ต้องประกอบกับตัวโต๊ะด้วยเสมอ เพื่อประหยัดพื้นที่ หากไม่ใช้งานก็สามารถหันเก้าอิ้ชิดเข้าไปด้านในกับโต๊ะทำงานได้ อีกทั้งยังมีความสะดวกสบายมากกว่า โดยสามารถเลือกรูปแบบของเก้าอี้ทำงานได้อย่างหลายหลาย เช่น มีเบาะนั่งนุ่ม มีเท้าแขนที่ใหญ่ หรือมีเบาะนั่งที่สามารถปรับเอนได้ เป็นต้น ขนาดของเก้าอี้ทำงานมาตรฐานจะอยู่ที่ประมาณ 0.50 x 0.60 x 0.45 เมตร


ตู้เสื้อผ้าแบบ D.I.Y ช่วยให้หยัดพื้นที่ และทำให้ห้องดูโปร่งขึ้น



7. ตู้เสื้อผ้า (Closet / wardrobe)

ตู้เสื้อผ้า นอกจากจะเป็นตู้สำหรับเก็บเสื้อผ้า และเครื่องแต่งกายเป็นส่วนใหญ่แล้ว บางส่วนยังทำเป็นที่เก็บเครื่องนอนของใช้ เช่น ผ้าห่ม ผ้านวม หมอน กระเป๋าเดินทาง การออกแบบภายในตู้เสื้อจึงมักนิยมแบ่งเป็น 2 ตอน ตอนบนไว้เก็บของใช้ชิ้นใหญ่ ๆ นาน ๆ ทีจะหยิบจับกลับมาใช้ ส่วนตอนล่างมีที่แขวนเสื้อผ้าทั้งชุดยาว หรือชุดสั้น และมีที่สำหรับพาดกางเกง นอกจากนั้นจะมีชั้นเก็บเสื้อผ้าที่พับได้ หรือทำเป็นลิ้นชัก สำหรับข้าวของเครื่องใช้ชิ้นเล็ก ๆ เช่น ชุดชั้นใน ผ้าเช็ดหน้า ถุงเท้า เป็นต้น


ขนาดของตู้เสื้อผ้าจะมีขาดใหญ่หรือเล็ก ก็ขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้ใช้และขนาดพื้นที่ในห้อง โดยปกติขนาดปานกลางสำหรับคนทั่วไป จะใช้ตู้เสื้อผ้าอยู่ที่ขนาดความสูงประมาณ 2.00 เมตร หรือถ้าทำตู้ 2 ตอนติดเพดานเลย ความสูงก็จะเท่ากับความสูงเพดานคือประมาณ 2.50 เมตร ในปัจจุบันคอนโดส่วนใหญ่มักจะทำตู้เสื้อผ้าแบบบิวท์อิน (Built in) มาให้ โดยจะเป็นตู้เสื้อผ้าแบบสูงติดเพดาน ทำให้สามารถกำหนดขนาดการจัดวางเฟอร์นิเจอร์ชนิดอื่น ๆ ได้ง่าย ส่วนความกว้างจะนิยมใช้ขนาดตั้งแต่ 0.60 เมตรถึง 0.65 เมตร การกำหนดความกว้างที่เหมาะสมสำหรับตู้เสื้อผ้าจะทำให้เก็บเสื้อผ้าได้เรียบร้อย แขนเสื้อและไหล่ของเสื้อไม่ยับเวลาที่ถูกประตูตู้เบียด แต่อย่างไรก็ตามเสื้อผ้าจะเป็นเครื่องเรือนชิ้นใหญ่มาก ถ้าห้องแคบหรือมีที่จำกัดขนาดของตู้ก็จำเป็นจะต้องลดขนาดความยาวลงเพื่อให้เหมาะสมกับขนาดของห้องด้วยเช่นกัน  


ตู้เสื้อผ้าที่แนะนำสำหรับคอนโดขนาดเล็กจะมีอยู่ 2 ประเภทคือ

1. ตู้เสื้อผ้าแบบ Closet

จะเป็นตู้แบบเปิดโล่ง อาจจะเรียกกว่าเป็นชั้นแขวนเสื้อผ้าก็ได้ ชั้นวางเสื้อผ้าแบบนี้จะทำให้ห้องดูโล่ง ไม่อึดอัด แต่จะต้องจัดเสื้อผ้าให้เป็นระเบียบ เสื้อผ้าไม่เยอะเกินไป เพราะอาจจะทำให้ห้องดูรกได้ 


2. ตู้เสื้อผ้าแบบ wardrobe 

คือตู้เสื้อผ้าแบบทั่วไป ที่มีบานประตูปิดเปิด ข้อเสียคืออาจจะทำให้ห้องดูอึดอัดได้ แต่สามารถเก็บเสื้อผ้าได้เยอะ และไม่ต้องกังวลเรื่องความเป็นระเบียบ ข้อแนะนำหากคุณเลือกที่จะให้ตู้เสื้อผ้าแบบนี้คือ เลือกแบบที่มีความสูงเยอะ ๆ หรือ Built - in ติดเพดานไปเลย เพื่อให้ใช้พื้นที่แนวตั้งได้คุ้มค่า และหากประตูติดเป็นกระจกเงาด้วยก็จะยิ่งดี เพราะนอกจากจะสามารถส่องได้แล้ว ยังช่วยให้ห้องดูกว้างขึ้นได้วย 


ถึงจะเป็นคอนโดขนาดเล็กแต่เราก็สามารถจัดสรรพื้นที่ใช้สอยสำหรับทำกิจกรรมต่าง ๆ ภายในห้องของตัวเองได้อย่างมีความสุข หากว่าเราเลือกเฟอร์นิเจอร์ที่ตอบโจทย์กับการใช้งานและขนาดพื้นที่ของคอนโดของเรา เราก็ไม่จำเป็นที่จะต้องกังวลกับเรื่องขนาดของพื้นที่อีกต่อไป ขอให้ท่านผู้อ่านมีความสุขกับการเลือกเฟอร์นิเจอร์สำหรับคอนโดของท่านนะครับ