รูปบทความ ขั้นตอนการสมัครบัตรเครดิตใบแรก สำหรับมนุษย์เงินเดือน สมัครอย่างไรให้ผ่านง่าย ๆ

ขั้นตอนการสมัครบัตรเครดิตใบแรก สำหรับมนุษย์เงินเดือน สมัครอย่างไรให้ผ่านง่าย ๆ

หลายคนเกรงกลัวกับการมีบัตรเครดิต กลัวใจตัวเอง กลัวว่าจะก่อหนี้จนไม่สามารถชำระไหว แต่จริง ๆ แล้วปัญหาเหล่านี้เป็นเรื่องของวินัยทางการเงิน ไม่ใช่ข้อเสียของบัตรเครดิต และถ้าหากคุณต้องการที่จะสร้างประวัติทางการเงิน เพื่อนำร่องไปยังการกู้สินเชื่ออื่น ๆ เช่น การกู้สินเชื่อบ้านและคอนโด   มีความจำเป็นที่จะต้องใช้บัตรเครดิตช่วยสร้างประวัติทางการเงินบนเครดิตบูโรให้คุณ ซึ่งจะช่วยให้ธนาคารพิจารณาการปล่อยกู้ได้ง่ายขึ้น 


ในการปล่อยกู้สินเชื่อบ้านและคอนโด หรือสินเชื่ออื่น ๆ ธนาคารจะเช็คประวัติการชำระหนี้ผ่านสำนักงานเครดิตแห่งชาติ (เครดิตบูโร) หากคุณไม่เคยมีการกู้ยืมในระบบ อย่างการใช้จ่ายบัตรเครดิต ธนาคารจะไม่สามารถจัดลำดับความน่าเชื่อถือด้านการชำระหนี้ของคุณได้ ในบางธนาคารจะมองว่าเป็นความเสียงในการปล่อยกู้ และอาจจะปล่อยกู้สินเชื่อบ้านและคอนโดได้ยาก


ดังนั้นในบทความนี้ Estopolis จะมาแชร์เคล็ดลับการสมัครบัตรเครดิตว่าทำอย่างไรจึงจะผ่านง่าย ๆ 


สมัครบัตรเครดิตใบไหนผ่านง่าย

1. ตรวจสอบสถานะของตัวเองก่อนสมัครบัตรเครดิต 

1.1 ฐานเงินเดือนขั้นต่ำต้องอยู่ที่ 15,000 บาท

แม้ว่าข้อตกลงของธนาคารจะเริ่มที่ 15,000 บาท แต่รายได้จำนวนนี้ควรเป็นรายได้ที่ผ่านการหักค่าใช้จ่ายประจำเดือนอื่น ๆ แล้ว เช่น เงินกู้ยืมเพื่อการศึกษา งวดรถ หรือรายจ่ายอื่น ๆ


1.2 ทำงานมาแล้วอย่างน้อย 6 เดือน

ข้อนี้หมายถึงการได้รับเงินเดือนมาแล้ว 6 เดือนมากกว่า เพราะเอกสารที่คุณต้องยื่นก็คือ สลิปเงินเดือน กับรายการเดินบัญชีธนาคารที่รับเงินเดือน (Statement)


1.3 สถานที่ทำงานต้องมีความน่าเชื่อถือ

สำหรับความน่าเชื่อถือของสถานที่ทำงานในการสมัครบัตรเครดิตสามารถดูได้ดังนี้

1.3.1 มีการจ่ายเงินเดือนตามวันเวลาที่กำหนดทุกเดือน ไม่มีเลื่อนหรือล่าช้า

1.3.2 ควรเป็นการจ่ายเงินเดือนเป็นระบบ Payroll ซึ่งเป็นการผูกบัญชีเงินเดือนกับธนาคาร

1.3.3 การจ่ายเงินเดือนแบบโอนเข้าบัญชีสามารถเป็นบัตรเครดิตผ่านได้เช่นกัน แต่ไม่ชัวร์เท่าแบบ Payroll

1.3.4 บริษัทมีการจดทะเบียนถูกต้องตามกฏหมาย

1.3.5 บริษัทมีการจ่ายภาษี หักภาษีพนักงาน และจ่ายเบี้ยประกันสังคมให้กับพนักงาน (แสดงในสลิปเงินเดือน)



สมัครบัตรเครดิตใบไหนดี ผ่านง่าย ๆ

2. เลือกบัตรเครดิตที่เหมาะสม

2.1 รู้จักประเภทของบัตรเครดิตกันก่อน

บัตรเครดิต หรือสินเชื่อส่วนบุคคลประเภทบัตรเครดิตมี 3 ประเภท ได้แก่


บัตรกดเงินสด

บัตรประเภทนี้จะไม่สามารถใช้รูดซื้อของได้โดยตรง เจ้าของบัตรจะต้องไปกดเงินสดออกมาเพื่อใช้ซื้อของ และแน่นอนว่าบัตรประเภทนี้จะใช้ผ่อนของไม่ได้เช่นกัน บัตรประเภทนี้อาจจะมีการคิดค่ากดเงินครั้งละ 3% จากยอดที่กด และอัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ 20 - 28 % ต่อปี ซึ่งถือว่าโหดเอาเรื่องอยู่


บัตรเครดิต

บัตรประเภทนี้จะไว้ใช้รูดซื้อสินค้า และใช้ในการผ่อนของได้ด้วย แต่จะกดเงินสดออกมาไม่ได้ ซึ่งปัจจุบันจะไม่ค่อยมีให้เห็นแล้ว


บัตรเครดิตที่สามารถกดเงินสดได้

เป็นบัตรที่สามารถทั้งรูดซื้อของ ผ่อน และกดเงินสดได้ในใบเดียว โดยจะคิดดอกเบี้ยต่อปีแบบบัตรเครดิต และหากกดเงินสดจะมีการคิดค่ากดอยู่ที่ 3% ของจำนวนเงินที่กดออกมา ในบางสถาบันการเงินยอดของการกดเงินสดและเครดิตจะรวมกัน แต่ในบางสถาบันก็มีการแยกยอดออกมาอย่างชัดเจน และนอกจากนี้ยังมีการแบ่งยอดแปลก ๆ อีก ตรงนี้อาจจะต้องศึกษากติกาของแต่ละบัตรเพิ่มเติมกันไป


2.2 VISA หรือ MasterCard

จริง ๆ แล้วในบ้านเรานิยมใช้ทั้ง VISA และ Mastercard แต่ในตอนที่คุณสมัครคุณจะต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ในบางธนาคารอาจจะมี JCB มาให้เลือกด้วย ซึ่งสำหรับคนที่เปิดบัตรเครดิตใบแรก และต้องการใช้งานที่หลากหลาย เลือกเป็น VISA จะค่อนข้างครอบคลุมทุกร้านค้ามากกว่า รองลงมาจะเป็น MasterCard ส่วน JCB ส่วนใหญ่จะเป็นร้านอาหาร หรือร้านค้าที่มีความเป็นญีปุ่นซึ่งค่อนข้างจะให้โปรโมชั่นที่ดีสำหรับบัตรใบนี้



สมัครบัตรเครดิตอย่างไรให้ผ่านฉลุย

3. ทริกการสมัครบัตรเครดิตอย่างไรให้ผ่านฉลุย

3.1 เตรียมเอกสารการสมัครให้พร้อม

เอกสารที่ต้องเตรียมสำหรับการสมัครบัตรเครดิตได้แก่

- สำเนาบัตรประชาชน พร้อมเซ็นรับรองสำเนาถูกต้อง

- สำเนาสลิปเงินเดือน 6 เดือน

- รายการเดินบัญชีธนาคาร(Statement)  6 เดือน

- ใบรับรองเงินเดือนที่ออกโดยบริษัทพร้อมตราประทับ (หากธนาคารจะขอ)

- สำเนาทะเบียนบ้าน (บางธนาคารจะขอ)


3.2 หากไม่เคยมีบัตรเครดิตมาก่อนให้เลือกเปิดบัตรเครดิตที่เปิดง่ายก่อน

การอนุมัติบัตรเครดิตของธนาคาร บางทีก็ขึ้นอยู่กับดวงเช่นกัน บางครั้งเรามองว่าน่าจะสมัครผ่านแน่นอน แต่กลับถูกปฏิเสธเสียอย่างงั้น ดังนั้นเรามาดูกันดีกว่าว่าบัตรไหนออกง่ายกันบ้าง

- สำหรับคนที่ทำงานมานานแล้วแต่ไม่เคยมีบัตรเครดิตมาก่อน และไม่เคยมีประวัติอะไรมาก่อน แนะนำให้เปิดบัตรในเครือกดเงินสดกันก่อน เช่น FirstChoice และ Aeon น่าจะเปิดได้ง่ายที่สุด

- สำหรับคนที่พึ่งเริ่มทำงาน อายุไม่มาก เลือกสมัครบัตรเครดิตกับธนาคารที่คุณใช้รับเงินเดือน โดยเฉพาะหากการรับเงินเดือนของคุณเป็นระบบ Payroll

- นอกจากนี้ KTC ก็เป็นอีกบัตรหนึ่งที่เปิดได้ง่าย ขอเพียงแค่คุณมีรายได้ผ่านเกณฑ์ และยิ่งถ้าไม่มีบัตรเครดิตมาก่อน หรือไม่มีบัตรเครดิตมากจนเกินไป 


3.3 เลือกบัตรตามฐานเงินเดือนหลังหักค่าใช้จ่าย

หากคุณมีรายได้อยู่ที่ 30,000 บาท และบัตร gold มีไว้สำหรับคนที่มีฐานเงินเดือนตั้งแต่ 30,000 บาทขึ้นไป เราแนะนำให้คุณลดลงมาสมัครบัตรปกติดีกว่า เพราะธนาคารจะมีการหักลบรายจ่ายต่อเดือนของคุณออก เช่น ค่าเช่าห้อง ค่าโทรศัพท์ ค่าใช้จ่ายจิปาถะ ทำให้ฐานรายได้ของคุณต่ำกว่า 30,000 บาท และอาจจะเปิดบัตรไม่สำเร็จ เราแนะนำให้คุณใช้บัตรธรรมดาไปก่อนหากธนาคารเห็นว่าคุณสามารถใช้บัตรระดับสูงกว่าได้ธนาคารจะยื่นข้อเสนอเปลี่ยนบัตรให้คุณเอง


3.4 ฝึกเซ็นชื่อให้เหมือนกัน

การเซ็นชื่อสำคัญมากในการเปิดบัตรเครดิต หลายคนงงว่าทำไมเปิดบัตรไม่ผ่าน คำตอบอาจจะอยุ่ที่การเซ็นชื่อนั่นเอง แม้แต่ในบัตรเครดิตที่เปิดง่ายก็ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้


3.5 กรอกข้อมูลอย่างมีสติ และห้ามผิด

การกรอกข้อมูลขอเปิดบัตรเครดิต ช่องที่กรอกของแต่ละธนาคารจะมีความซับซ้อน งงงวยมาก คุณควรถามเจ้าหน้าที่ให้เยอะ ๆ หรือตรวจดูรอบหนึ่งก่อนกรอก เพราะถ้าคุณกรอกผิดคุณจะต้องแก้ไขโดยการเซ็นชื่อกำกับทุกครั้ง และถ้าการกรอกข้อมูลของคุณผิดเยอะเกินไป รับรองว่าการสมัครบัตรของคุณไม่ผ่านอย่างแน่นอน


3.6 กรอกข้อมูลให้ครบถ้วน

การกรอกข้อมูลให้ครบถ้วนสำคัญมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งคุณต้องมี Email หากคุณกรอกข้อมูลไม่ครบถ้วน จะมีผลกับการพิจารณาได้ บางธนาคารอาจจะมีการโทรมาสอบถามเพิ่มเติม บางธนาคารอาจจะส่งเอกสารมาให้คุณกรอกเพิ่มเติม และในบางสถาบันการเงินอาจจะปฏิเสธการเปิดบัตรเครดิตของคุณไปเลย


3.7 บางข้อมูลไม่ต้องกรอกข้อมูลจริงก็ได้

โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายด้านที่อยู่อาศัย หากคุณเช่าคอนโดอยุ่เดือนละ 10,000 คุณอาจจะลงที่อยู่จริงไป แต่ให้เช็คที่ช่องอาศัยอยุ่กับญาติแทนเพราะข้อมูลตรงนี้ธนาคารตรวจสอบไม่ได้ การขอสินเชื่อของคุณจะง่ายขึ้นเพราะไม่เห็นรายจ่าย แต่ถ้าหากคุณเช่าอพาร์ทเม้นท์ซึ่งการกรอกที่อยู่มันจะขึ้นว่าอพาร์ทเม้น คุณอาจจะลดราคาค่าเช่าต่อเดือนลงครึ่งหนึ่ง และถ้าหากทางธนาคารโทรถามคุณอาจจะบอกไปว่าเช่าอยู่กับเพื่อนก็ได้เช่นกัน

ถ้าหากคุณมีบัตรเครดิตมาก่อน แต่ยังไม่ได้เปิดใช้ หรือใช้ได้ไม่ถึง 1 เดือน ไม่ต้องกรอกลงไปในใบสมัครก็ได้ เนื่องจากข้อมูลจะยังไม่ทันเข้าไปที่สำนักงานเครดิตแห่งชาติ(เครดิตบูโร) แต่ถ้าใช้มานานแล้วก็ให้เขียนไปตามปกติแต่แนะนำให้ปิดเขียนเลขบัตร 4 ตัวหลังเป็น xxxx แทน 


3.8 สมัครทีละหลาย ๆ ใบ

ทุกครั้งที่คุณสมัครบัตรเครดิต สถาบันการเงินจะขอเช็คเครดิตบูโรของคุณ หากคุณสมัครบัตรทีละใบ และไม่ผ่านสักที ธนาคารจะเห็นการยื่นเรื่องขอดูเครดิตบูโร และอาจจะสงสัยว่าคุณอาจจะมีบัตรเครดิตเยอะเกินไป ทำให้ไม่อนุมัติบัตรให้คุณได้  แต่ถ้าหากยื่นทีเดียวพร้อม ๆ กัน หลายธนาคาร ข้อมูลจะยังไม่ขึ้นในเครดิตบูโรตอนที่ธนาคารยื่นตรวจ  


3.9 ให้ตอบไปว่าสมัครบัตรเครดิตของที่นี่ที่เดียวเท่านั้น

การสมัครบัตรเครดิตจะมีขั้นตอนหนึ่งหลังจากส่งเอกสารการสมัครไปแล้ว นั่นคือการโทรสอบถามข้อมูล ซึ่งจะมีทั้งโทรเข้าที่ทำงานเพื่อเช็คว่าคุณเป็นพนักงานจริง ๆ และโทรหาคุณเพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หากธนาคารถามคุณว่าสมัครบัตรของธนาคารไหนบ้าง ให้คุณบอกว่าสมัครของธนาคารที่โทรมาเพียงทีเดียว เพราะถ้าคุณบอกว่าสมัครไปหลายใบ นั่นเท่ากับว่าธนาคารจะมองว่าคุณมีบัตรหลายใบ อาจจะทำให้การเงินคุณฝืดจนไม่สามารถชำระหนี้ได้ หรืออาจจะใช้ใบอื่นมากกว่าก็ได้


เพียงเท่านี้การสมัครบัตรเครดิตใบแรกของคุณก็น่าจะผ่านได้ไม่ยาก อย่าลืมว่าบัตรเครดิตคือสินเชื่อส่วนบุคคล หรือเงินกู้นั่นเอง ดังนั้นมันคือการดึงเงินในอนาคตมาใช้ ไม่ใช่เงินที่เขาให้คุณมาฟรี ๆ การใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตจึงควรวางแผน และจัดการให้ดี เพราะอย่าลืมว่าวงเงินในบัตรที่ธนาคารอนุมัติให้คุณมักจะอยู่ที่ 2 - 4 เท่าของเงินเดือน (ส่วนตัวผู้เขียนยังไม่เคยเจอวงเงิน 5 เท่า ตามที่โฆษณาเลย) เรียกได้ว่าเงินที่คุณใช้ได้เกินกว่าเงินที่คุณสามารถหาได้ในแต่ละเดือนไปเยอะ ซึ่งอาจจะทำให้คุณหมุนเงินไม่ทันอย่างที่คุณเคยกลัวก็ได้