รูปบทความ ครัวคอนโดสำหรับทำอาหารอย่างจริงจัง ควรดูอย่างไร

ครัวคอนโดสำหรับทำอาหารอย่างจริงจัง ควรดูอย่างไร

สำหรับคนที่รักการทำอาหารคงเชื่อว่าคอนโดอาจจะไม่ใช่ตัวเลือกที่ดี ด้วยข้อจำกัดต่าง ๆ แต่จริง ๆ แล้วครัวในคอนโด หาคุณดูเป็น เลือกให้ดี คุณก็สามารถใช้ประกอบอาหารแบบจริงจังได้เช่นกัน ส่วนเรื่องของการดูครัวคอนโดว่าแบบไหนดี เราจะมาดูกันในบทความนี้


1. อยากทำอาหารจริงจังในคอนโด เลือกครัวปิด

หากคุณอยากจะทำอาหารแบบจริงจังในคอนโด แบบครัวที่ดี ควรจะเป็นครัวปิด ที่มีการกั้นห้อง แยกออกจากห้องรับแขกอย่างชัดเจน เพื่อไม่ให้ควันจากการทำอาหารไปติดกับเฟอร์นิเจอร์ หรือผ้าม่านในห้องรับแขก


2. ตำแหน่งของครัวคอนโดที่สามารถทำอาหารแบบจริงจังได้ดีคืออยู่ติดระเบียง

การที่ครัวอยู่ใกล้ระเบียง จะช่วยให้การระบายกลิ่นและควันเป็นไปได้ดี เพราะสามารถเปิดประตูระเบียงเพื่อระบายควันได้เลย ซึ่งระบายได้ดีมากกว่าการระบายกลิ่นผ่านเครื่องดูดควันทุกแบบ หลายโครงการที่ทำครัวติดระเบียงจึงมักจะไม่ทำเครื่องดูดควันมาให้


หากคอนโดที่คุณจะซื้อครัวไม่ได้อยู่ติดระเบียง คุณควรเลือกเครื่องดูดควันเป็นแบบดูดไปปล่อยข้างนอก เพราะสามารถระบายควันได้ดีกว่าแบบใส้กรอง (filter) และถ้าหากครัวเป็นครัวปิดและอยู่ติดห้องน้ำ คุณก็ยังสามารถเปิดประตูห้องน้ำ และใช้พัดลมดูดความชื้นในห้องน้ำช่วยระบายควันอีกแรงได้


ครัวของโครงการ Supalai loft @ ตลาดพลู เป็นครัวปิด และติดระเบียง



3. เครื่องตรวจจับไฟไหม้ควรเป็นแบบ (heat detector)

เครื่องตรวจจับไฟไหม้ ที่เราเห็นติดอยู่ด้านบนของทั้งห้องนั่งเล่น ห้องนอน และห้องครัว จริง ๆ แล้วมันต่างกัน อย่างในห้องนั่งเล่น และห้องนอน จะติดเป็น Smoke sensor ตรวจจับควัน ซึ่งค่อนข้างเซ้นซิทีฟ ส่วนในครัวจะติดเป็นแบบ Heat sensor ตรวจจับความร้อน เพราะถ้าหากติดเป็น Smoke sensor สัญญาณเตือนภัยจะตังได้ง่าย ทำให้ห้องอื่น ๆ ในคอนโดต้องวิ่งหนีด้วยความหวาดกลัวระหว่างที่คุณทำอาหาร


ภาพจาก : https://www.busch-jaeger.de/fileadmin/de.buschjaeger/content_de/produkte/introseiten/rm-keyvisual-abb.jpg



4. พื้นและผนังที่ทำความสะอาดได้ง่าย

พื้นบริเวณครัว และผนังห้องครัว ควรปูกระเบื้อง หรือวัสดุใด ๆ ก็ตามที่สามารถเช็ดทำความสะอาดได้ง่าย เพราะถ้าหากคุณทำครัวอย่างจริงจัง มันเป็นไปไม่ได้เลยที่คุณจะควบคุมคราบ หรือเขม่าน้ำมันเหล่านั้นไม่ได้เลอะ


5. ท็อป ของ pantry ครัว

Pantry ครัวควรต้องมีความแข็งแรง และกันน้ำได้ในระดับที่ดีพอสำหรับคนที่รักการทำอาหารแบบจริงจัง และสำหรับท็อปที่เราแนะนำคือท็อปที่เป็น หินเทียม หินสังเคราะห์ หรือ แกรนิตโต้ เพราะมีความทนทานทั้งกับการกระแทก ความร้อนและความชื้นได้ดี รวมถึงสวยงามดูมีราคาด้วย สำหรับท็อปที่เป็นลามิเนตก็พอไหวแต่อย่างไรก็ตามสำหรับคนที่รักการทำอาหารแบบจริงจัง หินสังเคราะห์ ก็ย่อมดีกว่า


ท็อปครัวจากโครงการ the hudson sathorn 7 เป็นหินสังเคราะ และผนังเป็นกระจกนิรภัยทำความสะอาดได้ง่าย 


6. ปลั๊กไฟ

ปลั๊กไฟเป็นเรื่องสำคัญมาก ห้องครัวที่ดีควรมีปลั๊กไฟเพียงพอให้สามารถใช้ต่อกับอุปกรณ์ทำครัวต่าง ๆ ได้ การที่บริเวณท็อปครัวไม่มีปลั๊กไฟให้ ก็อาจจะทำให้เกิดความไม่สะดวกในการทำอาหารได้


7. ท็อปครัวไม่ควร Built - in เตาไฟฟ้ามาให้

ข้อนี้อาจจะงง ๆ แต่จริง ๆ แล้ว มันดีกว่าจริง ๆ หากโครงการไม่ทำเตาไฟฟ้า Built-in มาให้ เพราะมันไปกินพื้นที่การประกอบอาหารสำหรับครัวที่มีพื้นที่ไม่มาก  การเตรียมเครื่องปรุงก่อนที่จะเริ่มหุงต้มอาหาร อาจะต้องใช้พื้นที่เยอะ มันจะดีกว่าหากคุณซื้อเตาไฟฟ้าแบบแยกมาใช้ เพราะคุณสามารถเพิ่มลดพื้นที่ประกอบอาหารได้ตลอดเวลา และคุณจะได้เตาไฟฟ้าหรือเครื่องใช้ในครัวที่คุณต้องการจริง ๆ มาใช้


8. ตำแหน่งของ Top ครัว และบริเวณประกอบอาหาร

ตรงนี้เป็นเรื่องสำคัญมาก หากครัวของคุณเป็นครัวปิด และอยู่ติดระเบียง มันไม่ได้แปลว่าครัวของคุณเหมาะกับการประกอบอาหาร ในบางโครงการเอา pantry ครัวไว้ด้านใน และเอาที่วางตู้เย็นไปติดระเบียง ซึ่งตรงนี้นอกจากจะทำให้ตู้เย็นต้องทำงานหนักเพราะความร้อนจากระเบียงแล้ว การระบายควันให้ออกไปทางระเบียงยังทำได้ไม่ดีอีกด้วย ดังนั้นจุดที่มีการประกอบอาหารจึงควรอยู่ใกล้กับหน้าต่าง หรือระเบียงให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้


9. ช่องวางไมโครเวฟ อยู่ด้านล่าง

หลายโครงการทำช่องวางไมโครเวฟไว้ด้านบน ซึ่งสำหรับคนที่สูงไม่มาก เป็นตำแหน่งที่อันตรายมาก เนื่องจากอาหารที่อุ่นจากไมโครเวฟมีความร้อน และหากอาหารนั้นอยู่ในระดับความสูงที่คุณมองไม่เห็น การนำออกมาอาจจะหกรดตัวคุณ และเกิดอันตรายได้



โครงการชีวาทัย เรสซิเดนซ์ บางโพ มีข่องวางไมโครเวฟและเตาอบอยู่ด้านล่าง 


10. แสงสว่าง

ครัวเป็นบริเวณที่เต็มไปด้วยเครื่องใช้ที่อันตราย ของมีคมต่าง ๆ มากมาย ดังนั้นเรื่องแสงสว่าง และการมองเห็นจึงเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ครัวไม่ควรมีไฟแบบสลัว ๆ ซึ่งตรงนี้คุณสามารถจัดการได้ด้วยตัวเอง เช่น ติดตั้งไฟเพิ่มเป็นต้น



แม้ว่าทั้งหมดนี้จะทำให้คุณสามารถหาครัวเจ๋ง ๆ สำหรับประกอบอาหารแบบจริงจังได้ แต่คุณอาจจะต้องให้ความสำคัญกับการอยู่ร่วมกันในคอนโดสักหน่อย สิ่งที่คุณไม่ควรทำในการทำอาหารในคอนโดคือการประกอบอาหารที่มีกลิ่นแรง ๆ เช่น การทอดปลาเค็ม เพราะนอกจากจะรบกวนลูกบ้านห้องอื่น ๆ แล้ว กลิ่นของมันอาจจะไปติดเสื้อผ้าลูกบ้านคนอื่นอีกด้วย