รูปบทความ ตะลุยรัชดาพิเศษ ย่านออฟฟิศและไลฟ์สไตล์ชิคชิค ที่คึกคักแบบ all day all night

ตะลุย ‘รัชดาฯ พิเศษ’ ย่านออฟฟิศและไลฟ์สไตล์ชิคชิค ที่คึกคักแบบ all day all night

Yanisa Areif

03-05-2019


ทำไมรัชดาภิเษก ถึง ‘พิเศษ’ ? อันดับแรกต้องบอกก่อนว่า...‘ย่านรัชดาฯ’ หรือ ‘ถนนรัชดาภิเษก’ เป็นถนนสายสำคัญที่ทอดยาวตั้งแต่พื้นที่พระราม 9 ไปจนถึงลาดพร้าว อีกทั้งยังใช้เชื่อมต่อไปสู่ย่านใจกลางธุรกิจ CBD อย่าง ‘อโศก’ ได้อีกด้วย! เรียกได้ว่าเป็นถนนที่มีระยะทางยาวกว่า 10 กิโลเมตร แต่สามารถเชื่อมต่อได้ตั้งแต่ใจกลางเมืองย่านเศรษฐกิจ ไปจนถึงย่านชุมชนเลยทีเดียว


เรื่องการเดินทาง ก็ยังสะดวกสบายทั้งผู้ขับรถยนต์ส่วนตัว และผู้ที่โดยสารระบบขนส่งสาธารณะ เพราะในย่านรัชดาฯ แห่งนี้ มีทั้ง ‘ถนนสายหลัก’ ที่เชื่อมต่อไปกับถนนสายสำคัญอีกหลายสาย ไม่ว่าจะเป็นถนนลาดพร้าว, ถนนสุทธิสาร, และถนนพระราม 9 นอกจากนี้ยังมีเส้นทางลัดเลาะผ่านซอยต่างๆ ที่เชื่อมต่อถึงกันได้ โดยไม่จำเป็นต้องออกถนนใหญ่ให้วุ่นวาย และยิ่งสะดวกสบายมากขึ้น เพราะตลอดเส้นทางบนถนนรัชดาภิเษกแห่งนี้ จะขนานไปกับแนวรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT ให้เราเข้าถึงแหล่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ได้ง่ายและรวดเร็ว


สำหรับบรรยากาศตลอดสองข้างทางของถนนรัชดาภิเษกนั้น ก็รายล้อมไปด้วยออฟฟิศสำนักงาน, ห้างสรรพสินค้า และแหล่งชอปปิงกินเที่ยวต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็น Central Plaza Grand Rama 9, Fortune Town, Esplanade Ratchada, ตลาดนัดรถไฟรัชดา หรือ The Street Ratchada จึงทำให้การใช้ชีวิตในย่านนี้ดูคึกคัก และมีชีวิตชีวาตั้งแต่เช้าจรดค่ำแบบ all day all night จนอาจเรียกได้ว่า ‘รัชดาฯ’ เป็นย่านที่มีความครบครัน และน่าอยู่มากที่สุดแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ เลยก็ว่าได้


เจาะลึกรัชดาฯ กันอีกสักนิด แล้วจะพบกับความหลากหลายอันเป็นเสน่ห์ที่น่าหลงไหล


ซึ่งวันนี้ Esto จะพาทุกคนนั่งรถไฟใต้ดิน MRT ไปเจาะลึกย่านรัชดาฯ พิเศษ โดยจะขอเริ่มต้นการเดินทางครั้งนี้กันที่ย่าน New CBD อย่าง ‘พระราม 9’ ยาวไป 7 สถานี แล้วค่อยมาจรดกับ ‘พหลโยธิน’ ว่าจะมีสถานที่แฮงก์เอาท์น่า Check-in ที่ไหนบ้าง ถ้าพร้อมแล้วก็เริ่มเดินทางไปด้วยกันเลย



MRT พระราม 9: New CBD บนถนนรัชดาภิเษก


จากสถานีพระราม 9 โดยใช้ทางออกหมายเลข 3 เราก็จะสามารถตรงเข้าสู่อาคาร G TOWER GRAND RAMA 9 ได้ทันที ซึ่งอาคาร G Tower แห่งนี้จะเป็นอาคารสำนักงานเกรด A ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นมาแต่ไกล ด้วยการออกแบบรูปทรงอาคารเป็นรูปตัว G ภายในมีทั้งพื้นที่เช่าสำหรับออฟฟิศและร้านค้าต่างๆ มากมาย ทั้งร้านกาแฟ, ร้านอาหาร, ร้านสะดวกซื้อ, ร้านขายของแฟชัน รวมไปถึงบริการธุรกรรมทางการเงินต่างๆ อีกด้วย


  • สำหรับร้านเครื่องดื่มในอาคาร G Tower ที่ไม่อยากให้พลาด ต้องยกให้กับร้าน Peace Oriental Teahouse ร้านชาสไตล์มินิมอล เรียบง่าย ตามแบบฉบับญี่ปุ่น ที่คนรักชาจะต้องติดใจ เพราะทั้งรสชาติ, คุณภาพ และราคา คุ้มค่าลงตัวสุดๆ
  • ส่วนใครที่อยากฝากท้องมื้อเที่ยงแบบรวดเร็วทันด่วน ที่ Sure Express ก็มีข้าวราดแกงพร้อมเสิร์ฟ เอาใจเหล่าพนักงานออฟฟิศอยู่ด้วยเช่นกัน


นอกจากนี้ที่อาคาร G Tower ก็ยังมีร้านอาหารและคาเฟ่ให้เลือกอีกเพียบ ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหารญี่ปุ่น Sushi Keki, ร้านอาหารเกาหลี Dal Dal Korean Restaurant, ชาบูสไตล์ไต้หวัน Fufu Shabu, ร้านอาหารอีสานแซ่บๆ มาเด้อหล่า, คาเฟ่ของหวาน Hollys Coffee, ร้านกาแฟ DRIP & DROP COFFEE SUPPLY และอื่นๆ อีกมากมาย ครบทุกสไตล์ ทุกความต้องการสำหรับทุกคนแน่นอน


จากอาคาร G TOWER GRAND RAMA 9 เราสามารถเดินเชื่อมต่อเข้าไปยังศูนย์การค้า Central Plaza Grand Rama 9 ได้อีกด้วย สำหรับศูนย์การค้าแห่งนี้ ถือว่าเป็นแหล่งชอปปิงแลนด์มาร์กแห่งใหญ่ในย่านพระราม 9 บนเนื้อที่กว่า 214,000 ตารางเมตร ได้รวบรวมร้านค้าแบรนด์ดังสำหรับสายชอปไว้มากมาย อีกทั้งยังมีร้านอาหารนานาชาติหลากหลายประเภท รวมไปถึงกิจกรรมความบันเทิงแบบเต็มอิ่มครบวงจร ก็รวมไว้ที่นี่ที่เดียว


โดยศูนย์รวมกิจกรรมและความบันเทิง จะถูกจัดไว้ที่บริเวณชั้น 7 ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น...

  • ฟิตเนสสำหรับออกกำลังกาย Fitness First
  • โรงภาพยนตร์ระบบดิจิตัลมัลติเพล็กซ์ที่ SFX Cinema เต็มอิ่มทุกความบันเทิงกับ 11 โรงภาพยนตร์บนพื้นที่กว่า 8,900 ตร.ม. พร้อมตกแต่งแบบ Luxury Crystalline ครั้งแรกของวงการโรงภาพยนตร์
  • THE RINK ICE ARENA ลานไอซ์เก็ตมาตรฐานโอลิมปิค บนพื้นที่กว่า 2,500 ตร.ม. และ Ice Bar แห่งแรกในเมืองไทย
  • สนุกกับ FUN PLANET ศูนย์รวมของเครื่องเล่นและตู้เกม ที่สามารถเข้ามาเอ็นจอยกันได้ทุกเพศ ทุกวัย


ถ้าท้องร้องขึ้นมาเมื่อไหร่ ก็หาของอร่อยได้ทันที! เพราะตั้งแต่ชั้น 1 ไปจนถึงชั้น 7 ของห้างจะมีทั้งร้านอาหาร, คาเฟ่ขนมหวาน และร้านกาแฟชั้นนำให้เลือกมากมาย หลากหลายแนว ไม่ว่าจะฝากท้องช่วงเที่ยง หรือหาร้านดินเนอร์ช่วงเย็นหลังเลิกงาน ก็ไม่ต้องกลัวว่าจะหาร้านถูกใจไม่เจอ


ส่วนใครที่เป็นขาชอปก็เข้ามาเดินเล่นกันได้เพลินๆ เพราะที่นี่ได้รวบรวมสินค้าแบรนด์ชั้นนำมาไว้ให้ครบ ไม่ว่าจะเสื้อผ้า, กระเป๋า, รองเท้า หรือเครื่องประดับ ให้เราพบกับแฟชั่นแบรนด์ดังกว่า 90 ร้าน อาทิ GAP, Lyn around, FOX, CPS CHAPS, VNC และร้านค้า Fashion Plus อีกกว่า 42 ร้าน รับรองว่า จุใจขาชอปแน่นอน


จาก Central Plaza Grand Rama 9 เดินทะลุผ่านรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT พระราม 9 เพื่อออกไปโผล่ยังอีกฝั่งของถนน ซึ่งจะเป็นที่ตั้งของ Fortune Town ศูนย์การค้าที่รวบรวมสินค้าและบริการด้าน “ไอที” เอาไว้แบบครบวงจร


นอกจากจะโดดเด่นเรื่องของศูนย์การค้าที่รวบรวมสินค้าและบริการด้านไอทีแล้ว ภายในก็ยังรวบรวมร้านค้าประเภทอื่นๆ ที่ช่วยตอบสนองการใช้ชีวิตของคนในยุคปัจจุบัน ทั้งอาหาร, ดนตรี, กีฬา ตลอดจนสถาบันการเงินต่างๆ อีกด้วย

  • ถ้าใครกำลังมองหา IT Gadget อยู่ล่ะก็ ลองแวะมาที่นี่ที่เดียว รับรองว่าจะได้สิ่งที่ตามหาอยู่อย่างแน่นอน



MRT ศูนย์วัฒนธรรม : รวมแหล่ง Hang Out เอาใจวัยรุ่น


ต่อกันที่แหล่งไลฟ์สไตล์วัยรุ่นพิกัด ‘MRT ศูนย์วัฒนธรรม’ กับแหล่ง Entertainment ชั้นนำของย่านรัชดาฯ อย่างศูนย์การค้า Esplanade Ratchada ที่ภายในรวบรวมไว้ทั้งโรงภาพยนตร์, โรงละคร, ห้องคาราโอเกะ, ลานโบว์ลิง และพิพิธภัณฑ์ภาพจิตรกรรมสามมิติ รับรองว่ามาที่นี่ที่เดียว จะได้รับความสนุกจุใจกลับบ้านไปเต็มๆ 


เริ่มที่ Esplanade Cineplex Ratchadapisek โรงภาพยนตร์ระดับเมกาเพล็กซ์ 12 โรง ภายใต้คอนเซ็ปต์นวัตกรรมศิลป์สู่โรงภาพยนตร์ โดยโรงที่ 8 จะมีขนาดใหญ่สุดถึง 350 ที่ ประเภทเก้าอี้จะแบ่งเป็น 3 แบบ ได้แก่ Normal Seat, Honeymoon Seat และ Deco Opera ส่วนโรงดิจิตอลจะมีทั้งหมด 2 โรง คือ โรงที่ 6 แบบดิจิตอลธรรมดา และโรงที่ 9 แบบดิจิตอล 3 มิติ


ส่วนในวันพิเศษๆ ใครที่ต้องการความเป็นส่วนตัว ที่ Esplanade Cineplex Ratchadapisek ก็มีบริการโรง BSC Diamond Screen แบบ VIP เอาไว้รองรับความต้องการอยู่ถึง 2 โรง โดยความพิเศษของโรงนี้ จะอยู่ที่สิ่งอำนวยความสะดวกทั้งชุดโซฟาหรู, เก้าอี้นวด และบาร์เครื่องดื่ม พร้อมเสิร์ฟซอฟต์ดริงก์เย็นๆ ให้คุณได้ดื่มก่อนเข้าไปดูหนังอีกด้วย


ส่วนบริเวณชั้น 4 จะเป็น Blu-O Rhythm & Bowl ลานโบว์ลิ่ง 22 เลนและห้องคาราโอเกะกว่า 17 ห้องให้คุณได้แวะมาผ่อนคลายความเครียด พร้อมทำกิจกรรมสุดสนุกร่วมกับกลุ่มเพื่อนได้


นอกจากนี้ที่บริเวณชั้น 4 ของศูนย์การค้าจะมี โรงละครเมืองไทยรัชดาลัยเธียเตอร์ และ Art in Paradise Bangkok พิพิธภัณฑ์ภาพวาด 3 มิติแห่งแรกของกรุงเทพฯ ที่จัดแสดงรูปภาพ 3 มิติกว่า 150 รูป จากฝีมือของจิตรกร 15 ท่าน ซึ่งได้วาดและลงสีเองด้วยมืออย่างปราณีตและบรรจงในทุกรายละเอียด ให้ผู้เข้าชมได้ถ่ายรูปร่วมกับภาพ 3 มิติเสมือนจริงกันได้เต็มที่ เรียกว่าได้ทั้งสุนทรียภาพจากการเสพงานศิลป์ และยังได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของภาพวาดเหล่านั้นไปพร้อมๆ กันในคราเดียว


ส่วนเรื่องอาหารการกินก็ไม่ต้องห่วง เพราะที่ Esplanade Ratchada ก็มีร้านค้าร้านอาหารมากมายให้ฝากท้อง ไม่ว่าจะเป็น Tohkai, MK, Bar B.Q. Plaza, KFC, Jinoemon, สีฟ้า, Fuji, McDonald’s, Swensens, LeeCafe, Yayoi, เย็นตาโฟทรงเครื่อง, ฮะจิบัง ราเมน และอื่นๆ อีกมากมาย ถ้าสนุกกับกิจกรรมกันจนเต็มอิ่มแล้ว ก็อย่าลืมแวะมาทานอาหารอร่อยๆ เพิ่มพลังต่อได้


และเรายังสามารถเดินทะลุจาก Esplanade Ratchada ไปยังแหล่งชอป ชิม ชิลล์ อย่าง ตลาดนัดรถไฟรัชดา ได้อีกด้วย ซึ่งที่นี่ก็นับเป็นตลาดนัดยอดฮิตแห่งหนึ่งที่ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง เพราะแม้แต่ชาวต่างชาติ ก็ยังยกให้ตลาดนัดรถไฟรัชดาเป็นแลนด์มาร์กด้าน Street Food ของกรุงเทพฯ ที่ต้องมาลองสักครั้ง เหมาะสำหรับคนที่ชอบบรรยากาศสบายๆ ยามเย็น


ความสนุกของการเดินตลาดนัดรถไฟรัชดา คงต้องยกให้ Street Food พร้อมทาน ที่ไม่ว่าจะเป็นบาร์บีคิว, ทาโกะยากิ, ปลาหมึกย่าง, ซูชิ, ของทอดต่างๆ หรืออีกสารพัดเมนูก็ล้วนน่ากิน มีให้เลือกชิมมากมาย สามารถเดินทานไปพร้อมๆ กับการเลือกชอปปิงได้แบบเพลินๆ


สำหรับร้านค้าส่วนใหญ่ในตลาดจะเน้นไปที่เสื้อผ้าแฟชันเป็นส่วนใหญ่ มีให้เลือกหลากหลายแนว ในราคาไม่แพง แถมยังคอยอัปเดตเทรนด์แฟชันอยู่เสมอๆ ไม่ว่าจะมาเดินชอปเมื่อไหร่ ก็ต้องได้เสื้อผ้าสวยๆ ถูกใจติดไม้ติดมือกลับไปแน่นอน นอกจากเสื้อผ้าแล้ว ที่นี่ก็ยังมีไอเทมแฟชัน อย่างกระเป๋า, หมวก, รองเท้า และเครื่องประดับให้ได้เลือกชอปอีกเพียบ


เมื่อเดินชอปจนเหนื่อย ก็ขอหาร้านนั่งพักเติมพลังกันสักหน่อย ซึ่งด้านในตลาดจะมีร้านแบบนั่งทาน ทั้งเล้งแซ่บ, ส้มตำ, อาหารทะเลเผา, ก๋วยเตี๋ยว, ขนมจีน และเมนูยอดนิยมแบบฉบับไทยๆ อยู่หลายร้าน ส่วนใครที่อยากเปลี่ยนรสชาติจากอาหารไทย ที่นี่ก็มีทั้งกุ้งถัง, เบอร์เกอร์, พาสต้า และพิซซ่าหน้าต่างๆ ให้เป็นตัวเลือก รับรองว่ามีครบทุกสไตล์ ถูกปากทุกคนที่ได้ลิ้มลองอย่างแน่นอน


สำหรับคนอยากจิบเครื่องดื่มเย็นๆ พร้อมนั่งฟังเพลงสบายๆ ที่ตลาดก็มีร้านนั่งชิลล์เอาต์สไตล์วินเทจนับ 10 ร้านให้เช็กอิน ไม่ว่าจะชอบชมวิวแบบ Loft, ชอบดนตรีสดฟังสบาย หรือชอบฟังเพลงมันส์ๆ ก็มีตัวเลือกไว้คอยเอาใจสายดื่ม ยิ่งชวนเพื่อนมาสังสรรค์กันเป็นกลุ่มยิ่งสนุก นั่งไปชมบรรยากาศครึกครื้นของผู้คนไป รับรองว่า...คุณจะลืมความเครียดระหว่างวันไปได้เลย


บนถนนรัชดาฯ ยังมีอีกหนึ่ง Lifestyle Mall ที่เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมงอยู่ด้วย


ห่างจากตลาดนัดรถไฟรัชดาเพียง 600 เมตร จะเจอ The Street Ratchada Lifestyle Mall 24 ชั่วโมง ที่มีบริการทั้งร้านอาหาร, คาเฟ่, ซูเปอร์มาร์เก็ต, ฟิตเนส, ร้านค้าเสื้อผ้าแฟชัน, ร้านหนังสือ, Co-Working Space ซึ่งจะมีทั้งแบบเปิดบริการตามเวลาปกติ และร้านที่ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมงเลย

  • ใครที่ชอบหิวยามดึก ที่ The Street Ratchada ก็มีร้านอาหารให้เลือกเพียบ ทั้งร้านถูกและดี, Mr. Pizza, A Ramen, SO asean Cafe & Restaurant, S Pasta & Noodle Bar, Honda Singapore Chicken Rice, Burger King, KFC และ Wine I Love You ใครชอบแนวไหน ก็แวะมาทานได้ ‘ตลอดเวลา’
  • หรือถ้าอยากหาที่นั่งทานกาแฟ พร้อมเคลียร์งานยาวๆ 24 ชั่วโมง ก็มีคาเฟ่ขนมหวานและเครื่องดื่มอย่าง Hollys Coffee, Starbucks และ Wake Up ก็เป็นตัวเลือกที่ดี


สำหรับใครที่ชื่นชอบความน่ารักของเจ้าหมาสนูปี้และผองเพื่อน อย่าลืมแวะมาที่ Charlie Brown Cafe’, Thailand ตั้งอยู่บนชั้น 3 ที่พร้อมเสิร์ฟทั้งเมนูเครื่องดื่ม, ขนมหวาน และอาหารจานหลัก ทุกแก้ว ทุกจานล้วนตกแต่งเป็นคาแร็กเตอร์การ์ตูนจากเรื่อง Snoopy หน้าตาน่ารักน่าทาน แล้วอย่าลืมถ่ายรูปเก็บภาพความน่ารักไว้อวดเพื่อนๆ ก่อนทานด้วยล่ะ


ร้าน FRESH ME ก็เป็นอีกหนึ่งร้านเครื่องดื่ม ที่ช่วยเติมความสดชื่นในยามอากาศร้อนแบบนี้ได้เป็นอย่างดี มีให้เลือกทั้งแนวหอมหวานอย่างชาไข่มุก, โกโก้, ไวท์ช็อก, สตรอว์เบอร์รีปั่น ฯลฯ และเครื่องดื่มแนวฟรุ๊ตตี้ เฟรชๆ อย่าง ลิ้นจี่โซดา, เสาวรสสมูทตี้, ชาเขียวแอปเปิ้ล ฯลฯ พอเข้าช่วงบ่ายแบบนี้ ถ้าได้ดื่มเครื่องดื่มเพิ่มพลังสักแก้ว รับรองว่ามีแรงลุยงานต่อแน่นอน


นอกจากนี้ที่ชั้น 3 จะยังมีร้านนายอินทร์โฉมใหม่ สไตล์มินิมอล แต่ฟังก์ชันแน่นเหมือนเดิม คอยให้บริการสำหรับคนรักการอ่านอยู่ด้วย ซึ่งในร้านจะประกอบด้วยมุมคาเฟ่จำหน่ายเครื่องดื่มชา, กาแฟ, ไอศกรีม และมีมุมที่นั่งให้นั่งอ่านหนังสือ ทำงานกันได้เต็มที่ ส่วนใครอยากยืดขาสบายๆ ก็มีโซนนั่งเล่นพร้อมหมอนอิงให้เอนหลังกันได้

  • สำหรับคนที่กำลังตามหาพื้นที่ Co-Working แบบนั่งรวมกลุ่มกับเพื่อนได้ ตรงชั้น B, ชั้น 1 และชั้น 3 จะมีโต๊ะพร้อมปลั๊กไฟ สำหรับใช้อ่านหนังสือและทำงานเอาไว้ให้บริการด้วย


ส่วนขาชอปก็ไม่ต้องกลัวเหงา เพราะทาง The Street Ratchada เขาได้ขนกองทัพเสื้อผ้าแฟชันมาให้เลือกชอปเพียบ ทั้งเสื้อผ้านำเข้าจากต่างประเทศเกาหลี, ฮ่องกง, อเมริกา, ยุโรป ฯลฯ ใครชอบเสื้อผ้าสไตล์ใหม่ไม่ซ้ำใคร ก็ลองมาเดินชอปกันดูได้


แต่ถ้าอยากหาสถานที่ออกกำลังกายสนุกๆ ไม่จำเจ ให้รีบขึ้นมาที่ชั้น 5 แล้วมา ‘กระโดด’ ให้สุดเหวี่ยงไปพร้อมกันที่ Bounch Inc โลกไร้แรงโน้มถ่วง ที่จะให้คุณได้ลอยตัวขึ้นไปบนอากาศอย่างอิสระ มีกิจกรรมให้เลือกสนุกมากมาย เช่น ฟรีจัมพ์ปิ้ง, สแลมดั๊งค์, บิ๊กแบ็ก, ดอดจ์บอล, เอ็กซ์-พาร์ค, เดอะวอลล์, ซุปเปอร์แทรม เป็นต้น ถ้าสนใจก็ลองแวะเข้ามาสอบถาม มาลองเล่นดูก่อนได้ ยิ่งมาเป็นกลุ่มกับเพื่อน ก็ยิ่งช่วยเพิ่มความสนุกได้มากขึ้นไปอีก


ไม่ใช่แค่ศูนย์การค้าและตลาดรถไฟเท่านั้น แต่บริเวณโดยรอบของโซน MRT ศูนย์วัฒนธรรมจะยังมีตึกอาคารสำนักงานชั้นนำที่มีกิจกรรมดีๆ และร้านค้าอยู่ในตัวอาคารแบบ 2 in 1 ด้วย

  • เริ่มที่ตึก SET (ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย) ซึ่งจะมีพิพิธภัณฑ์เรียนรู้ด้านการลงทุน ที่นำเสนอความรู้โดยการเล่าเรื่องผ่านตัวละครให้เข้าใจง่าย และห้องสมุดมารวย ที่สามารถเข้าใช้บริการกันได้ฟรีอีกด้วย
  • ตึก AIA ที่อยู่ติดกันก็มีทั้งธนาคาร, ร้านอาหาร, ร้านกาแฟ, ร้านสะดวกซื้อ และศูนย์ออกกำลังกาย เปิดให้บริการอยู่ที่ด้านใน
  • ตึก CW Tower ที่อยู่ตรงข้ามกับ The Street Ratchada รัชดา จะมีบริการ Mind Space ห้องสมุดเฉพาะด้าน Start up แห่งแรกในไทย เปิดให้บริการยืมหนังสือ และเข้าถึงฐานข้อมูลแม็กกาซีนได้ทั่วโลก



MRT รัชดาภิเษก: พบมุมสงบ ‘น่าอยู่’ บนถนนรัชดาฯ


อยากพักหาความสงบ ต้อวแวะมาที่ MRT รัชดาภิเษก ย่านที่อยู่อาศัยที่ซ่อนร้านเค้กสไตล์โฮมเมดอย่าง Laliette Cake Cafe เอาไว้ด้านในซอยวิภาวดี 16 (ซอยโชคชัยร่วมมิตร) สามารถเดินทางมาง่ายดาย แค่ออกสถานีรถไฟฟ้า MRT รัชดาภิเษกทางออก 2 เดินตรงเข้ามาทางซอยรัชดา 19 พอเจอเซเว่นให้เลี้ยวซ้าย ก็จะเจอป้ายซอยวิภาวดี 16 แล้วตรงเข้ามาไม่ไกล จะเจอกับร้านเค้กเล็กๆ ที่ประดับต้นไม้สะดุดตา ดูสดชื่น อยู่ทางด้านขวามือ


บรรยากาศด้านในร้านก็สดชื่น อบอุ่น ไม่แพ้กัน ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้โทนสีเข้ม เข้ากันได้ดีกับสีเขียวของใบไม้ที่ตกแต่งไว้รอบร้าน ให้ความรู้สึกเย็นใจอย่างบอกไม่ถูก เหมาะสำหรับผู้ที่กำลังมองหาร้านน่านั่ง บรรยากาศดีกับขนมหวานรสชาติอร่อย แนะนำว่าต้องมาเยือนที่คาเฟ่ ‘ละเลียด’ แห่งนี้ดูสักครั้ง


  • เมนู Recommend ของร้านที่ขายดีติดอันดับ จะเป็นเค้กเนื้อแน่น รสชาติเข้มข้น หนึบหนับอย่าง Rocky Road (ราคา 95 บาท) ที่คนรักช็อกโกแลตจะต้องติดใจ
  • ส่วนใครชอบเค้กผลไม้รสเปรี้ยวอมหวาน Princess Mandarin (ราคา 95 บาท) ก็เป็นอีกหนึ่งเมนู Recommend ที่อยากให้ลอง ตัวเค้กสีส้มหอมหวาน แทรกด้วยครีมชีสตัดเลี่ยน รสออกเค็มนิดๆ ทานเพลินอร่อยลงตัวสุดๆ
  • Chocolate Volcano (ราคา 99 บาท) อีกหนึ่งเมนูรสเข้ม ที่สายช็อกโกแลตต้องไม่ลืมสั่ง
  • ปิดท้ายด้วยเครื่องดื่มสีสันสดใสอย่าง Strawberry Butterfly pea Soda (ราคา 65 บาท) ที่ให้ความสดชื่นไม่แพ้หน้าตา เมื่อทานคู่กับของหวาน จะช่วยตัดเลี่ยนได้ดีเชียวล่ะ


นอกจากจะมีเค้กและเครื่องดื่มให้เลือกทานแล้ว ทางร้านก็มีคุกกี้และขนมอบต่างๆ ในแพ็กเกจแบบ Take away ให้เลือกซื้อติดไม้ติดมือกลับไปด้วย


นอกจากนี้ที่ MRT รัชดาภิเษก ก็ยังมี The Bazaar หรือที่เราคุ้นหูกันในชื่อของ ‘สวนลุมไนท์บาซาร์’ ซึ่งจะให้บริการร้านอาหาร, ชอปขายของ และซุปเปอร์มาร์เก็ต 24 ชั่วโมงอยู่ด้วย


  • ร้านแรกที่ควรลอง นั่นก็คือ ชาละวันชาบู ร้านปิ้งย่างและชาบูที่มีทีเด็ดอยู่ที่เนื้อจระเข้
  • รวมอร่อย ร้านอาหารตามสั่งที่ได้รวมเมนูอาหารไทยจานเด็ด ที่ทุกคนชื่นชอบไว้ในร้านเดียว แถมเมนูซีฟู้ดเผาก็ยังสดมาก เพราะเขาจับกันจากในตู้ มาปรุงสุกให้ทานกันสดๆ ร้อนๆ
  • ร้าน Champions Sports Bar บริการอาหารและเครื่องดื่มหลากหลาย ทั้งอาหารยุโรป, ไทย และสิงคโปร์ พร้อมถ่ายทอดสดกีฬาชั้นนำระดับโลกให้เราได้ดูระหว่างมื้ออีกด้วย



MRT พหลโยธิน: ขยับออกไปอีกนิด จะมีแหล่งชอปยอดฮิตรออยู่


นอกจากถนนรัชดาภิเษกจะอยู่ใกล้กับโซน CBD อย่างอโศกแล้ว อีกฝั่งหนึ่งก็ยังเชื่อมต่อกับถนนลาดพร้าวและถนนพหลโยธิน ซึ่งทั้ง 2 เส้นนี้จะสามารถเชื่อมต่อออกไปนอกเมืองได้อย่างสะดวกง่ายดายอีกด้วย


MRT พหลโยธิน จะเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์กของเส้นลาดพร้าว-พหลโยธิน เนื่องจากเป็นที่ตั้งของ Union Mall และ CentralPlaza Lardprao แหล่งชอปปิงยอดนิยม ซึ่งเป็นจุดหมายอันดับต้นๆ ของเหล่าขาชอป


เริ่มที่แรกด้วยศูนย์การค้า Union Mall ศูนย์รวมแฟชั่นนำสมัยทุกแบบ ทุกสไตล์ มากกว่า 1,500 ร้านค้า ที่เปิดให้บริการมายาวนานกว่า 10 ปี โดยที่ความนิยมไม่มีตก และถ้าจะให้นึกถึงเสื้อผ้า เครื่องประดับ ก็คงไม่มีใครตัด Union Mall ออกจากลิสต์อย่างแน่นอน เพราะไม่ว่าคุณจะแต่งตัวสไตล์ไหน ที่นี่ก็มีทุกอย่างให้คุณเลือกสรร ในราคาที่สมเหตุสมผล


ถัดไปเป็น CentralPlaza Lardprao หรือ ‘เซ็นลาด’ ที่เราคุ้นเคยกันดี ซึ่งตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามของ Union Mall นี่เอง


สำหรับ CentralPlaza Lardprao จะเป็นห้างสรรพสินค้าที่ตั้งอยู่กึ่งกลางระหว่างชุมชนเมืองและใจเศรษฐกิจกรุงเทพฯ ทำให้ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก อีกทั้งยังเดินทางได้สะดวกสบาย

  • ร้านมัลติแบรนด์ยอดนิยมอย่าง SOS เหมาะกับสาวๆ ที่ชื่นชอบเสื้อผ้าเครื่องประดับสไตล์เรียบหรู นอกจากนี้ก็ยังมีแบรนด์เสื้อผ้ายอดนิยม และเครื่องสำอางชั้นนำอีกมากมาย เปิดให้บริการอยู่ที่นี่ด้วย


ถ้าอยากหาพื้นที่พบปะเพื่อนฝูงในวันหยุด ที่ CentralPlaza Lardprao ก็นับเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจเลยทีเดียว เพราะมีทั้งร้านอาหารหลากหลายเชื้อชาติ, ร้านของหวานหลากหลายแนว ให้นั่งคุยกันอย่างสบายใจ แล้วอย่าลืมเดินชอปตบท้ายเพื่อเป็นการย่อยอาหารกันด้วย 


เอาใจคนชอบของหวานสไตล์ญี่ปุ่นด้วย 2 ร้านดังอย่าง Tokyo Sweets ร้านขนมหวานสไตล์ญี่ปุ่นที่โด่งดังจากไดฟุกุแมวน้ำคุณอุ๋ง หน้าตาน่ารัก กับไดฟุกุสตรอว์เบอร์รีลูกโต และ ATM Tea Bar ร้านชานมไข่มุก ที่ขยายสาขามาจากสยามสแควร์ มีให้เลือกทั้งชาใส, ชานม, โซดาฟิส, ช็อกโกแลต, นมสด, น้ำมะพร้าว โดยวัตถุดิบได้นำเข้าจากญี่ปุ่น มั่นใจได้ทั้งคุณภาพและรสชาติ บอกเลยว่า...ไม่ควรพลาด


ตลอดเส้นทางของถนนรัชดาภิเษก ‘พิเศษ’ ไปด้วยแหล่งไลฟ์สไตล์รอบด้าน


ถ้าพูดถึงทำเลที่มีความคึกคัก ‘รัชดาภิเษก’ คงเป็นหนึ่งในเส้นถนนที่หลายคนนึกถึง เพราะไม่ว่าจะหันไปทางไหน ตลอดสองฝั่งทางของถนนเส้นนี้ก็เต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวาอยู่เสมอ ไม่ว่าจะยามเช้า บ่าย หรือหลังพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าไปแล้วก็ตาม ไม่ว่าจะเรื่องงานหรือเรื่องเที่ยว ‘รัชดาฯ’ ก็พร้อมเป็นทุกอย่างสำหรับเรา


“จะดีแค่ไหน...ถ้าเราสามารถหาที่พักอาศัย ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตและการทำงานได้แบบ all day all night” เตรียมพบประสบการณ์การอยู่อาศัยที่จะให้คุณได้ใกล้ทุกไลฟ์สไตล์ตลอด 24 ชั่วโมงที่ The Teak Ratchada 19




รายละเอียดโครงการ The Teak Ratchada 19 (เดอะ ทีค รัชดา 19)


ชื่อโครงการ : The Teak Ratchada 19 (เดอะ ทีค รัชดา 19)

เจ้าของโครงการ : บริษัท ทีค ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด

ที่ตั้งโครงการ : ถนนรัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง

พื้นที่โครงการ : 270 ตารางวา

ลักษณะอาคาร : อาคารชุดพักอาศัย 7 ชั้น จำนวน 1 อาคาร

จำนวนห้องพักอาศัย : 78 ยูนิต

ขนาดห้องพักอาศัย :

  • 1 ห้องนอน 30.40 - 35.89 ตารางเมตร
  • 1 ห้องนอน Plus 38.82 ตารางเมตร

สิ่งอำนวยความสะดวก : Swimming Pool, Co-working Space, Fitness, Double Volume Lobby, Smart Locker, Sky Garden

ค่าโอนกรรมสิทธิ์ : 1% ผู้ซื้อ

ค่าส่วนกลาง : 55 บาท / ตร.ม.

เงินกองทุน : 600 บาท / ตร.ม.

ราคาเริ่มต้น : 3.99 ล้านบาท (เริ่มตารางเมตรละ 125,000 บาท)

เริ่มก่อสร้าง : คาดว่าประมาณเดือนเมษายน 2562

คาดว่าจะแล้วเสร็จ : กันยายน 2563


นอกจากนี้ Facility ของทางโครงการก็ยังให้มาแบบ ‘พิเศษ’ ทั้งพื้นที่ทำงาน และพื้นที่พักผ่อน ไม่ว่าคุณจะมีไลฟ์สไตล์แบบไหน ที่ The Teak Ratchada 19 ก็พร้อมตอบสนองความต้องการของคุณได้ทุกเวลา


ภาพตัวอย่าง Co-working Space

ภาพตัวอย่าง Double Volume Lobby


                        สำหรับใครที่สนใจ สามารถลงทะเบียนจองสิทธิ์รอบ Exclusive

          รับราคาและของแถมพิเศษวันเปิดตัวเดือนพฤษภาคมได้ที่ www.theteakcondo.com

                                               หรือ โทร. 02-007-3568

  • อ่านพรีวิวโครงการ The Teak Ratchada 19 (เดอะ ทีค รัชดา 19) ได้ที่