รูปบทความ ผนังกันเสียง ตัวช่วยเสียงรบกวนของชาวคอนโด

ผนังกันเสียง ตัวช่วยเสียงรบกวนของชาวคอนโด

    ผนังกันเสียง หรือเรียกกันหลายชื่อว่า “ผนังกั้นเสียง” “ผนังอคูสติค” “ผนังเก็บเสียง” “อคูสติควอลล์” และ “ระบบผนังกันเสียง” นิยมใช้เพื่อแก้ปัญหาเสียงดัง แก้ปัญหาเสียงสะท้อน เป็นการแก้ปัญหามลภาวะทางเสียงโดยใช้หลักการ สะท้อนเสียง ออกไปไม่ให้ทะลุผ่านผนังนั้น (soundproof wall) หรือ ดูดซับเสียง (sound-absorption wall) จากด้านหนึ่งเข้าไปเพื่อเปลี่ยนเป็นพลังงานความร้อนก่อนส่งผ่านออกไปยังด้านตรงข้าม ในระดับเสียงที่ลดลง จนผู้ฟังไม่เกิดความรู้สึกรำคาญ หรือเกิดอันตรายต่อระบบประสาทหู ปัจจัยที่ทำให้ผนังกั้นเสียง มีราคาต่อหน่วยไม่เท่ากัน และลดระดับเสียงลงได้ไม่เท่ากัน ได้แก่ วัสดุที่นำมาใช้สำหรับผนังนั้นเสียงแวดล้อมและความคาดหวังหรือข้อกฎหมายที่เสียงจะต้องลดลง เป็นต้น โดยส่วนมากพบว่าผนังกั้นเสียงจะเป็นระบบผนังเบาที่ไม่สามารถถอดหรือแยกชิ้นได้ และเหมาะกับผนังห้องหรือผนังอาคาร สำหรับโครงการหรืออาคารที่ต้องการลดเสียงดัง






    ผนังกันเสียงส่วนใหญ่จะเป็นผนังที่มีฉนวนดูดซับเสียงเป็นส่วนประกอบอยู่ตรงกลางและมีฉนวนกันเสียงติดกับผนังด้านใดด้านหนึ่งหรือทั้งสองด้าน ในกรณีที่เป็นผนังคั่นกลางห้องหรือกลางพื้นที่วัสดุที่ใช้ทำระบบผนังกันเสียง นอกจากฉนวนกันเสียงแล้วได้แก่ ผนังยิปซั่ม ผนังสมาร์ทบอร์ด ผนังไฟเบอร์ซีเมนต์ ผนังอิฐมอญ ผนังอิฐมวลเบา ผนังก่ออิฐฉาบปูน ผนังคอนกรีต ผนังไม้กระดานอัด และผนังแบบอื่นๆ โดยต้องคำนึงถึงคุณสมบัติในการดูดซับเสียง NRC (Noise Reduction Coefficient) ก่อนการตัดสินใจออกแบบหรือเลือกใช้ด้วยค่ะ




    ปัญหาเรื่องเสียงดัง ปัญหาเสียงก้อง ปัญหาเสียงเบา ปัญหาเสียงดังรำคาญ จากอาคารส่วนใหญ่ จะเกิดขึ้นกับ ปัญหาเสียงดังในห้องประชุม ปัญหาเสียงดังในห้องสัมมนา ปัญหาเสียงดังในห้องแสดงสินค้า ปัญหาเสียงดังในห้องนั่งเล่น ปัญหาเสียงดังในห้องนอน ปัญหาเสียงดังในห้องทำงาน ปัญหาเสียงดังในห้องบันทึกเสียง ปัญหาเสียงดังในห้องคอนโทรล และ ปัญหาเสียงดังในห้องน้ำ เป็นต้น

ด้วยปัญหาเสียงที่คล้ายกันแต่ไม่เหมือนกันในรายละเอียด การแก้ปัญหาเสียงดังภายในอาคาร ส่วนมากจะใช้ฉนวนกันเสียงหรือแผ่นซับเสียง ที่มีความหนาไม่เกิน 50-100 mm และมีความหนาแน่น 48-96 K ก็อาจจะเพียงพอในการแก้ปัญหาเรื่องเสียงดังแล้ว แต่สำหรับห้องที่ต้องการเก็บเสียงจริงๆ เช่น เก็บเสียงดังในห้องซ้อมดนตรี หรือ เก็บเสียงดังในห้องอัด จำเป็นต้องใช้ วัสดุดูดกลืนเสียง คุณภาพสูงร่วมกับ แผ่นซับเสียง เพื่อให้เสียงภายในห้องนั้นออกมาข้างนอกให้น้อยที่สุด และให้เสียงภายนอกเข้าไปรบกวนได้น้อยที่สุดเช่นกัน (ในห้องจะอยู่ประมาณ 30-35 dBA)







    หลักการทำงานของฉนวนป้องกันเสียงรบกวนจะแตกต่างกับฉนวนดูดซับเสียง กล่าวคือ ฉนวนป้องกันเสียงจะมีผิวเรียบแข็งเพื่อป้องกันมิให้ คลื่นเสียง เดินทางผ่านจากด้านหนึ่งไปยังอีกด้านหนึ่งได้ แต่ฉนวนดูดซับเสียงจะมีรูพรุนของเส้นใยหรือไฟเบอร์ของฉนวนในการยอมให้เสียงเดินทางผ่านเข้าไปยังฉนวนในขณะเดียวกันก็จะดูดซับพลังงานเสียงเอาไว้ส่วนหนึ่งและเปลี่ยนเป็นพลังงานความร้อน ทำให้ เสียงที่ผ่านฉนวนออกมามีความแรงและคลื่นความถี่ที่ลดลงส่งผลให้เสียงนั้นเบาลงไป




    แผ่นซับเสียง (sound absorption) และแผ่นเก็บเสียง (acoustic board) จะใช้สำหรับแก้ปัญหาเสียงก้อง และ เสียงสะท้อนในห้องหรือในอาคารมีหลักการทำงานคือยอมให้เสียงผ่านเข้ามาในฉนวนและดูดซับพลังงานเสียงนั้นเอาไว้ส่วนหนึ่งเปรียบเสมือนกับเราเอาฟองน้ำซับน้ำที่หกลงบนโต๊ะ แต่สำหรับแผ่นกันเสียง (soundproof) จะมีความแตกต่างตรงที่จะไม่ยอมให้เสียงผ่านไปได้ คล้ายกับการสาดน้ำใส่แผ่นพลาสติคที่น้ำจะกระเด็นกลับมา เป็นต้น



    ทั้งนี้วิธีป้องกันเสียงรบกวนจากข้างห้องยังมีอีกหลายวิธีแต่วัสดุอุปกรณ์เหล่านี้อาจจะช่วยผ่อนจากหนักเป็นเบาสำหรับปัญหาที่ชาวคอนโดต้องประสบพบเจอ ผนังกันเสียงอาจช่วยสำหรับระดับเสียงในระดับที่ไม่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญของการใช้ชีวิตประจำวันของคนเรา แนะนำให้ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญหรือผู้มีความรู้ด้านผนังกันเสียง แผ่นซับเสียง หรืออื่นๆ เพื่อแก้ไขปัญหาให้ห้องเราได้อย่างตรงตามที่เราเดือดร้อนจะดีกว่าค่ะ