รูปบทความ ผ่อนคอนโดยังไง ให้เสียดอกเบี้ยน้อยที่สุด

ผ่อนคอนโดยังไง ให้เสียดอกเบี้ยน้อยที่สุด

สำหรับใครที่กำลังอยากจะซื้อคอนโด หรือลงทุนคอนโด เพื่อการเก็งกำไร แต่ทุนสำหรับการซื้อคอนโดอาจจะยังมีไม่มากพอ การใช้วิธีซื้อคอนโดแบบผ่อน ก็ถือเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ทำให้เราสามารถเป็นเจ้าของคอนโดมิเนียมได้รวดเร็วขึ้น แต่หลายคนอาจจะกำลังปวดหัวในเรื่องของดอกเบี้ยจากธนาคารที่กู้มาแล้วเหมือนจะงอกเงย ไม่มีวันจบสิ้น...แต่คุณรู้หรือไม่ว่า มีวิธีการผ่อนคอนโดที่ทำให้เราเสียดอกเบี้ยรวมน้อยที่สุด แถมยังทำให้หนี้สินจากการกู้คอนโดหมดไปได้เร็วขึ้นอีกด้วย 


รู้เรื่องดอกเบี้ยธนาคารก่อนเริ่มผ่อนคอนโด

ภาพจากอัตราดอกเบี้ยเงินให้สินเชื่อของธนาคารแห่งประเทศไทย

หมายเหตุ : การนำเสนอข้อมูลในตารางเป็นข้อมูลในวันที่ 8 มิถุนายน 2560 อาจมีการเปลี่ยนแปลงเมื่อระยะเวลาผ่านไป โปรดสอบถามกับธนาคารอีกครั้ง

แต่ก่อนจะเริ่มผ่อนคอนโด เรามาทำความรู้จักกับอัตราดอกเบี้ยในการกู้คอนโดกันก่อน สำหรับธนาคารจะมีอัตราของดอกเบี้ยแตกต่างกันไป แต่ละธนาคารจะมีตัวเลือกมาให้เลือก ซึ่งส่วนใหญ่ในช่วงปีแรกๆ ที่เริ่มกู้ซื้อคอนโด อัตราดอกเบี้ยมักจะเป็น อัตราดอกเบี้ยคงที่ (Fixed Rate) เป็นอัตราดอกเบี้ยที่เราจ่ายในจำนวนที่เท่าๆกัน ตลอดระยะเวลาที่กำหนดในสัญญา ข้อดีของอัตราดอกเบี้ยแบบคงที่ คือ การชำระดอกเบี้ยจะคงที่ตลอด ระบุชี้ชัดว่าต้องจ่ายกี่เปอร์เซ็นต่อปี โดยการประกาศดอกเบี้ยของสถาบันการเงิน (ดอกเบี้ยที่ใช้อ้างอิงคือ MLR หรือ MRR) ข้อเสียเป็นไปในทางตรงกันข้ามคือ จ่ายดอกเบี้ยแพงกว่าอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงในกรณีที่ต้นทุนทางการเงินลดลงมา

ส่วนในปีถัดไปอัตราดอกเบี้ยจะเปลี่ยนเป็น อัตราดอกเบี้ย ลอยตัว (Floating Rate) ซึ่งเป็นอัตราดอกเบี้ยที่เปลี่ยนไปตามสภาพเศรษฐกิจ การเมืองและการเงิน โดยสินเชื่อที่นิยมจะใช้อยู่ 2 ตัว ได้แก่ MLR และ MRR เพราะเป็นสินเชื่อที่มีกำหนดระยะเวลาที่แน่นอน การลดหรือขึ้น MLR และ MRR จะขึ้นอยู่กับการประกาศอัตราดอกเบี้ยนโยบายของแบงค์ชาติ ถ้ามีประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย MLR และ MRR ก็จะลดลงตาม 


วิธีการผ่อนคอนโด ให้เสียดอกเบี้ยรวมน้อยที่สุด

เมื่อรู้เรื่องดอกเบี้ยกันไปแบบคร่าวๆ แล้วต่อไปเข้าสู่วิธีการซื้อคอนโดแบบผ่อน ซึ่ง Estopolis ของเราได้รวบรวมวิธีการผ่อนคอนโดที่จะทำให้เสียดอกเบี้ยรวมน้อยที่สุดมาฝากกัน ซึ่งจะมีอะไรบ้างนั้น เชิญอ่านต่อด้านล่างได้เลย


ผ่อนคอนโดด้วยการโปะเงินดาวน์เยอะๆ

การผ่อนเงินกู้กับธนาคารจะต้องผ่อนเงินต้น + ดอกเบี้ย โดยเงินต้นจะนำไปหักออกจากยอดเงินกู้ ส่วนดอกเบี้ยจะเป็นส่วนกำไรของธนาคารไป เรียกว่า ผ่อนแบบลดต้นลดดอก ซึ่งเป็นวิธีการผ่อนคอนโดสำหรับคนมีเงินเก็บอยู่ในมือ เพราะการโปะเงินก้อนในการดาวน์แบบเยอะๆ เท่าที่จะทำได้ จะทำให้เงินต้นลดดลงได้มาก ส่งผลให้ผ่อนคอนโดกับธนาคารน้อยลง แต่การผ่อนคอนโดด้วยวิธีนี้ค่อนข้างหนักในช่วงแรก เพราะใช้เงินจำนวนมาก แนะนำให้บริหารการเงินให้ดีเสียก่อนจะนำมาโปะเพื่อลดต้น ลดดอกเบี้ยกับธนาคาร


ทุ่มเทผ่อนคอนโดในระยะสั้น ช่วยลดดอกเบี้ยได้

ผ่านจากด่านโปะเงินดาวน์มาแล้ว ก็เข้าสู่ระยะเวลาของการผ่อนคอนโด ซึ่งเราสามารถเลือกได้ว่า จะผ่อนเป็นระยะเวลา 10 ปี 15 ปี 20 ปี หรือ 30 ปี ตามแต่กำลังความสามารถของกำลังทรัพย์ที่มี แต่ถ้าหากคุณต้องการเสียดอกเบี้ยให้น้อยที่สุด แนะนำเทคนิคในการผ่อนคอนโดแบบระยะสั้น โดยการทุ่มเทผ่อนคอนโดในแต่ละเดือนให้มากที่สุด ในระยะเวลาที่สั้นที่สุด แต่การลงทุนทุ่มเทเงินผ่อนแบบนี้ก็ต้องแน่ใจนะว่า ในแต่ละเดือนจะสามารถบริหารจัดการเงินได้ ไม่อย่างนั้นอาจจะเกิดอาการชักหน้าไม่ถึงหลัง จนทำให้ต้องไปกู้หนี้ยืมสิน ติดเงินเพื่อนเพิ่มขึ้นมาอีก


จ่ายชำระหนี้ด้วยเงินก้อนใหญ่ ช่วยลดดอกเบี้ยในการผ่อนคอนโด

สำหรับใครที่ใกล้จะครบระยะเวลาที่ทางธนาคารกำหนดในการชำระเงินกู้คอนโดแล้วล่ะก็...เมื่อถึงจำนวนปีที่กำหนดแล้วทางธนาคารจะอนุญาตให้นำเงินก้อนมาจ่ายชำระหนี้ได้เลย ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งวิธีการลดต้น ลดดอก ด้วยเช่นกัน แต่ดูจะทำได้ลำบากไม่น้อย เพราะจะทำให้สภาพคล่องของเงินสดในมือมีน้อย หากเกิดเหตุฉุกเฉินที่จำเป็นต้องใช้เงินขึ้นมาจริงๆ อาจจะทำให้มีปัญหา แนะนำให้เก็บหอมรอมริบแยกส่วนไว้จะดีกว่า เพื่อสภาพทางการเงินที่ไม่ขาดมือ และมีเงินสำหรับโปะจ่ายเงินผ่อนคอนโดได้อย่างไม่เดือดร้อน


เป็นยังไงกันบ้างสำหรับวิธีการผ่อนคอนโด ที่ทำให้เสียดอกเบี้ยน้อย ปลดหนี้ไว อาจจะไม่ใช่วิธีใหม่มากนัก แต่อาจจะเป็นหนึ่งในวิธีที่นึกไม่ถึง แต่การใช้วิธีนี้ก็มีทั้งข้อดีและข้อเสีย ข้อดีคือ ลดต้น ลดดอก ส่วนข้อเสียทำให้สภาพการเงินสดในมือน้อย ถ้าหากขาดการวางแผนที่ดี ก็หวังว่า ทุกท่านจะระมัดระวังในการใช้จ่ายและออมเงินแยกไว้สำหรับการผ่อนคอนโดโดยเฉพาะ เพื่อลดปัญหาที่จะตามมาภายหลัง