รูปบทความ Match วิถีชีวิตร่วมสมัย พาสำรวจ ‘ตลาดพลู’ ย่านเก่าเคล้าใหม่จากฝั่งธนฯ

Match วิถีชีวิตร่วมสมัย พาสำรวจ ‘ตลาดพลู’ ย่านเก่าเคล้าใหม่จากฝั่งธนฯ

จากตำนานเล่าขานย่านฝั่งธนฯ ดึงดูดให้เราอยากทำความรู้จักกับตลาดชื่อดังบน Google และเมื่อลองพิมพ์คำว่า ‘ตลาดพลู’ ในช่อง Search ดู สิ่งที่ตามหลังชื่อตลาดมาก็คือ ‘ของกิน’ ซึ่งไม่ต้องบอกก็รู้ ว่าย่านนี้ขึ้นชื่อลือชาเรื่องของอร่อยแค่ไหน 

แต่นอกจากตำนานความอร่อยแล้ว อีกหนึ่งความเก๋ของตลาดพลู ก็คือ ความคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ของชุมชนเก่าแก่ ที่ยังคงสืบสานความดั้งเดิมไว้ท่ามกลางกาลเวลาที่แปรเปลี่ยน อย่างที่เห็น ณ ปัจจุบัน ที่บริเวณตลาดพลูแห่งนี้ก็มีสถานีรถไฟฟ้าเป็นของตัวเอง และในช่วงระยะเวลากว่า 6 ปีที่มีรถไฟฟ้ามานั้น ก็ได้นำพาความเจริญเข้าสู่ตลาดพลูอย่างรวดเร็ว จนนับได้ว่า


ตลาดพลู เป็นอีกหนึ่งทำเลเก่าแก่ ที่มีศักยภาพและน่าอยู่อาศัยไม่น้อย


แต่ความเจริญและวัฒนธรรมอันเก่าแก่ของชุมชน จะมาบรรจบกันได้อย่างไร วันนี้ Esto จะพาทุกคนไปสำรวจ “ตลาดพลู” ย่านชุมชนเก่าแก่แห่งนี้ไปพร้อมๆ กัน 


สำรวจทำเลย่าน “ตลาดพลู” คึกคักตั้งแต่เช้าจรดค่ำ


เริ่มต้นกันที่ห้างสรรพสินค้า เดอะมอลล์ ท่าพระ หนึ่งในห้างเจ้าถิ่นที่ยังคงผันเปลี่ยนตัวตนให้ทันสมัย ตามโลกยุคใหม่อยู่ตลอดเวลา และอยู่เคียงคู่กับชุมชนตลาดพลูมายาวนานกว่า 30 ปี

ห้างฯ นี้ถือเป็นศูนย์รวมไลฟ์สไตล์ขนาดใหญ่ของคนในย่านเลยก็ว่าได้ เพราะครบครันทั้งเรื่องชอปปิง, อาหารการกิน, ศูนย์บริการต่างๆ, สถานที่ออกกำลังกาย รวมไปถึงโรงภาพยนตร์ขนาดใหญ่ ที่ให้คุณใช้ชีวิตได้อย่างสะดวก ครบถ้วนทุกความต้องการ

จากเดอะมอลล์ ท่าพระไป จะมีแหล่งรวมร้านอาหารและสถานบันเทิงอย่าง ธนบุรี พลาซ่า ตั้งอยู่ไม่ไกลนัก โดย 2 ร้านอาหารเจ้าอร่อยที่ไม่ควรพลาดต้องยกให้ร้าน เวลาเวียด ร้านอาหารเวียดนามรสชาติดั้งเดิม และร้าน Sugar Tales Cafe & Bistro ร้านอาหารฟิวชันที่มีเมนูของหวานสีสันสดใส

ที่ขาดไม่ได้เลย ก็คือ แหล่งรวมอาหารการกินชื่อดัง ที่ได้เปิดตำนานความอร่อยมาหลายชั่วอายุคน ซึ่งเราคงไม่ต้องถามถึงเรื่องรสชาติ เพราะแต่ละร้านล้วนเป็นตำนานของย่านฝั่งธนฯ กันไปแล้ว ไม่ว่าจะอยู่ใกล้หรือไกล เหล่านักชิมจากทั่วทุกมุมเมืองก็ไม่พลาด ที่จะแวะมาพิสูจน์ความอร่อยของอาหารสารพัดอย่างในตลาดพลูกันตลอด

ประเดิมร้านแรกด้วยเมนูข้าวหมูแดงอันเลื่องชื่อ จากร้าน สุณี ข้าวหมูแดง ร้านเด็ดขายดีที่แถวยาว (ว. สามตัว) ตลอดทั้งวัน แถมราคาต่อจานก็ไม่แพง ถ้าสั่งแบบธรรมดาจ่ายแค่ 30 บาทเท่านั้น!

ต่อด้วยเมนูเส้นซดคล่องคอกับร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อเจ้าเก่า ที่ตั้งอยู่บริเวณชานชาลา “สถานีรถไฟตลาดพลู” บอกเลยว่า...คุณภาพคับชาม ทั้งเนื้อสด, เนื้อตุ๋น, ลูกชิ้นและตับ ราคาอยู่ที่ชามละ 50 บาท


ระหว่างทานเราจะสังเกตเห็นร้านน้ำเล็กๆ ตั้งอยู่ด้านข้าง ใครผ่านไปผ่านมาแถวนี้เป็นอันต้องแวะซื้อ ถือถุงน้ำสีเขียวกันทั้งนั้น จนเราอยากลองดื่มน้ำสมุนไพรเย็นชื่นใจ เลยลุกไปสั่งน้ำใบบัวบกกับคุณป้าดูบ้าง ถือเป็นเครื่องดื่มอินเทรนด์ประจำตลาดพลูที่ทุกคนต้องลอง

และปิดท้ายด้วย เจ๊อ้อย หมี่ผัดกระเฉดตลาดพลู อีกหนึ่งร้านที่มีคนเข้าคิวต่อแถวรอทานกันเยอะมาก จนเราแทบจะไม่ได้เห็นเจ๊อ้อยพักมือเลยแม้แต่เสี้ยววิ และดูจากจำนวนกระดาษที่จดเมนูติดไว้อยู่เต็มเสา ก็พอรู้ว่า ออเดอร์แต่ละวันเยอะขนาดไหน ถึงร้านอาจจะดูเล็กๆ บ้านๆ แต่วัตถุดิบทุกอย่างนั้นสดอร่อย ผักกรอบ กุ้งเด้ง รสชาติเผ็ดนิดๆ หอมกลิ่นกระทะหน่อยๆ ทานเพลินหมดจานโดยไม่รู้ตัว 

ทานคาวแล้วก็ต้องตบหวาน...เราจึงเริ่มลุยกันต่อด้วยร้านสุดฮอตคิวยาว อย่าง ร้านขนมหวานตลาดพลู ที่มีขนมไทยโบราณให้เลือกทานสารพัด ทั้งฟักทองสังขยา, เม็ดขนุน, ทองหยิบ, ทองหยอด, ขนมชั้น, หม้อแกง และอื่นๆ อีกมากมาย ไม่ว่าจะซื้อทาน หรือซื้อฝาก ก็ถูกปากถูกใจทุกคนที่ได้ลิ้มลอง


ส่วนอีกหนึ่งร้านในตำนาน ที่เปิดขายมายาวนานกว่า 110 ปี อย่างร้าน ขนมเบื้องสรินทร์ทิพย์ เจ้าเก่าดั้งเดิม แม้แต่คนเฒ่าคนแก่ก็ยังซื้อทานกันอยู่ ได้รับการการันตีด้วยเจ้าถิ่นขนาดนี้ ต้องบอกว่า...ไม่ลองไม่ได้แล้ว!!

อากาศร้อนๆ แบบนี้ ลองหาของสดชื่นทานกันก็คงคลายร้อนได้ดี งั้นเราขอแวะร้าน หมวยหลี น้ำแข็งใส ไอติมไข่แข็ง ร้านเด็ดอีกร้านในย่านตลาดพลูที่อยากให้ลอง หากสั่งไอติมไข่ธรรมดา ราคาจะอยู่ที่ 25 บาท รสชาติออกหวานมัน ทานได้เรื่อยๆ 


สุดท้ายอย่าลืมปิดท้ายความหวานด้วย มันเชื่อม กล้วยเชื่อม กิมเอ็ง เจ้าเก่า 40 ปี มีทั้งกล้วยเชื่อม, มันเชื่อม, เผือกเชื่อม และฟักทองเชื่อมขาย ใครชอบแบบไหนก็สั่งทานกันได้เลย 

และนอกจากร้านที่เราแนะนำมานั้น ที่ตลาดพลูก็ยังมีพ่อค้าแม่ค้าที่มีฝีมือในการทำอาหาร และขนมอีกมากมายหลายร้าน ทั้งน่ารักและใจดี ซึ่งแต่ละร้านล้วนเปิดขายกันมายาวนานนับสิบ นับร้อยปี ถ้าวันไหนท้องเริ่มร้อง ก็อยากให้ลองมาสัมผัสประสบการณ์ความอร่อยที่ตลาดพลูกันบ้าง บอกเลยว่า เดินทางสะดวกกว่าที่คิด


เข้าถึงตลาดพลูสะดวก ไม่ใช่เฉพาะแค่รถไฟฟ้า


การเดินทางมา “ตลาดพลู” ที่ง่ายที่สุด เห็นจะเป็นการเดินทางด้วยรถไฟฟ้า BTS เพียงนั่งมาลงที่สถานีตลาดพลู ต่อวินอีกเล็กน้อย เราก็จะถึงที่หมายกันแล้ว แต่นอกเหนือจากรถไฟฟ้า BTS ก็ยังมีรูปแบบการเดินทางให้เลือกใช้บริการกันอีกหลากหลายรูปแบบ 

สำหรับใครที่มาจากฝั่งสาทร-สีลม สามารถใช้บริการ BRT กันได้ สะดวกง่ายดายและรวดเร็วเช่นเดียวกับรถไฟฟ้า โดยรถโดยสารด่วนพิเศษ BRT จะจอดที่สถานีราชพฤกษ์ จากนั้นให้นั่งวินมาลงที่ตลาดพลูอีกเล็กน้อย ส่วนเวลาเปิดให้บริการจะเริ่มตั้งแต่เช้ามืด 4.00 - 22.00 น. นั่นเอง

ส่วนรถเมล์เองก็มีบริการเช่นกัน โดยสายที่ผ่านบริเวณหน้าตลาดพลูจะมี 4, 9, 43, 103 และ 111 สะดวกง่ายดายสำหรับสายชิลล์ดีเหมือนกัน

นอกจากนี้ที่ตลาดพลูยังมีรถกะป้อ 3 สาย 3 สีให้บริการ 3 เส้นทาง โดยคันสีน้ำเงินจะวิ่งไปทางบางยี่เรือ- BTS วงเวียนใหญ่ สุดที่ไอคอนสยาม ส่วนคันสีแดงจะวิ่งไปทางศิริราช-วังหลัง และคันสุดท้ายกะป้อสีเขียวจะวิ่งเส้น BTS วุฒากาศไปจนถึง Big C บางบอน


ส่วนรถสองแถวคันสีแดงจะวิ่งเส้นเดอะมอลล์ ท่าพระ-ตลาดพลู ยาวไปจนถึงวัดปากน้ำ ซึ่งแต่ละคันก็เทียวมาจอดหน้าตลาดพลูอยู่เรื่อยๆ ไม่ต้องกลัวว่าจะรอนาน 

และหากจะพูดว่า “ย่านตลาดพลูเป็น Hub Transportation” ก็ดูไม่เกินจริงนัก เพราะแม้จะเป็นย่านชุมชนเก่าแก่เล็กๆ แต่ความสมบูรณ์ของถนนหนทางและการใช้ชีวิตของผู้คนที่นี่ เรียกได้ว่าครึกครื้นแทบตลอดเวลา เริ่มตั้งแต่ตลาดสดยามเช้าตรู่ เรื่อยไปถึงช่วงฝากท้องสำหรับมื้อกลางวัน และตบท้ายด้วยมื้อเย็นของคนในพื้นที่

หรือแม้กระทั่งนักท่องเที่ยวและผู้คนจากต่างท้องที่ก็ล้วนคอยแวะเวียนมาลิ้มลองความอร่อยกันอยู่เรื่อยๆ เพราะไม่แม้แต่รสชาติของอาหารที่อร่อยถูกใจเพียงเท่านั้น แต่ความมีไมตรี ยิ้มแย้มแจ่มใสของผู้คนที่นี่ ดึงดูดให้ใครหลายๆ คน วนกลับมาเยี่ยมเยียนที่นี่อีกครั้งจนนับครั้งไม่ถ้วน 



ทำเลที่เหมาะกับการอยู่อาศัย ครบเครื่องทั้งอาหารการกินและการเดินทาง


บรรยากาศของแหล่งชุมชนโบราณ คึกคัก อบอุ่น และเป็นส่วนตัว เสน่ห์ที่หาได้ยากจากทำเลอื่น


ด้วยทำเลที่อุดมสมบูรณ์ทั้งด้านอาหารการกินและการเดินทาง ทำให้ “ย่านตลาดพลู” เป็นอีกหนึ่งทำเลน่าอยู่อาศัย มีเอกลักษณ์และตัวตนชัดเจน ถึงแม้จะเจริญขึ้นจากแต่ก่อนมาก แต่ตลาดพลูก็ยังคงไว้ซึ่งความดั้งเดิม ทั้งเรื่องของรสชาติอาหารและวัฒนธรรมของผู้คน จากเดิมที่เคยมีเพียงบ้านเรือนหลังเล็กหลังน้อย ก็เริ่มพัฒนาจนมีโครงการคอนโดมิเนียมมากขึ้น

การจะหาที่อยู่อาศัยใจกลางเมือง ที่ครบครันทั้งเรื่องระบบการขนส่ง, แหล่งอาหารการกิน, ไลฟ์สไตล์ และความสงบเป็นส่วนตัวในยุคสมัยที่เมืองเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วนั้น เรียกว่า หาได้ยากมาก แต่ก็ใช่ว่าจะหาโครงการที่ครบถ้วนทุกความต้องการ ในราคาที่คุ้มค่าแบบนี้ไม่ได้เลย


แม้ดีเวลลอปเปอร์อย่าง VIP Groups จะเพิ่งหันมาจับตลาดคอนโดเป็นครั้งแรก แต่ก็ได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดี สำหรับ The Matt Sathorn-Thapra (เดอะ แมทท์ สาทร-ท่าพระ) เฟสแรก ที่ขายหมดทันทีภายในเวลาเพียงหนึ่งเดือน จนต้องตอบรับความนิยมนี้อีกครั้งด้วยเฟส 2 ที่กำลังจะเริ่มก่อสร้างในเร็วๆ นี้


รายละเอียดโครงการ The Matt Sathorn-Thapra 2 (เดอะ แมทท์ สาทร-ท่าพระ 2)


ชื่อโครงการ : The Matt Sathorn-Thapra 2 (เดอะ แมทท์ สาทร-ท่าพระ 2)

ผู้พัฒนา : บริษัท วีไอพี คอนโดมิเนียม จำกัด

ที่ตั้ง : ซอยเทอดไท 33 ใกล้รถไฟฟ้า BTS สถานีตลาดพลู

ลักษณะอาคาร : คอนโดมิเนียมแบบ Economy Class อาคาร Low Rise สูง 8 ชั้น 1 อาคาร

พื้นที่ : 1-2-55.1 ไร่

จำนวนยูนิต : 190 ยูนิต

แบบห้อง :

  • 1 ห้องนอน ขนาด 30 ตารางเมตร
  • 1 ห้องนอน Plus ขนาด 31 ตารางเมตร
  • 2 ห้องนอน ขนาด 58 ตารางเมตร

สิ่งอำนวยความสะดวก :

  • Sky Pool
  • Sky Fitness with Boxing Corner
  • Double-Volume Lobby
  • High Speed Wi-Fi Bar
  • Co-Creative Space & Co-Working Space
  • Co-Living Lounge
  • Meeting Room
  • Washer & Dryer Zone
  • Serenity Courtyard
  • Bicycle Parking Rack

จำนวนที่จอดรถ : 44%

ราคาเริ่มต้น : 1.74 ล้านบาท

เริ่มสร้าง : กันยายน 2562

คาดว่าจะสร้างเสร็จ : มกราคม 2564


ทำไมต้องเป็น Low Rise


ในแง่ของการอยู่อาศัย คอนโด Low rise อาจจะมีข้อจำกัดในหลายๆ เรื่อง เช่น คอนโด Low rise ส่วนใหญ่มักตั้งอยู่ในซอยลึก ทำให้ต้องเดินออกมาไกล แต่ The Matt Sathorn thaphra ห่างจาก BTS ตลาดพลูเพียง 250 เมตร ทำให้ระยะการเดินถึง BTS ไม่ใช่เรื่องยาก ใช้เวลาไม่นานเพียงแค่ 4-5 นาทีเท่านั้น ทำให้การเดินทางในช่วงเวลาเร่งด่วนก็ไม่ใช่ปัญหา ไม่ต้องคอยพึ่งพี่วิน 

นอกจากนี้ ในเรื่องของ facility ก็จะค่อนข้างมีให้เลือกจำกัด แต่โครงการ The Matt Sathorn-Thapra กลับเป็นโครงการ Low rise ที่ให้ facility ครบครันจุใจไม่แตกต่างจากโครงการ High rise แถมยังอยู่ในย่าน Hub transportation และแหล่งอาหารการกินที่เดินถึงรถไฟฟ้าได้ใกล้ๆ เพียง 250 เมตรเท่านั้น

สำหรับใครที่อยากซื้อไว้ลงทุนก็ถือว่าเป็นทำเลที่น่าสนใจ มีโอกาสเติบโตในอนาคตได้อย่างแน่นอน เพราะเร็วๆ นี้ รถไฟฟ้าสายสีทอง กำลังเตรียมจะเข้ามาเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายสีลม สถานีกรุงธนบุรี ซึ่งอยู่ห่างจากสถานีรถไฟฟ้าตลาดพลูเพียง 2 สถานี


ส่วนราคาก็ถือได้ว่าค่อนข้างคุ้มค่ามาก เพราะเมื่อเทียบกับคอนโด Low rise อื่นๆ The Matt ถือว่าเป็นตัวเลือกที่มีทุกอย่างใกล้เคียงกับคอนโด High rise เลยก็ว่าได้ จะขายต่อหรือปล่อยเช่าให้นักศึกษา-คนทำงานก็ตอบโจทย์ เพราะดีมานด์ของตลาดในย่านนี้กำลังเริ่มได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ


ถ้าใครไม่อยากพลาดที่อยู่อาศัยดีๆ ในทำเลโดนใจ รีบลงทะเบียนเพื่อรับส่วนลดกันได้เลย


ลงทะเบียนเลยตอนนี้ รับส่วนลดเพิ่ม 120,000 บาท*


เพียงจองในวันงาน VIP DAY 9 ก.พ. 62

www.vip-groups.com/themattcondo2