รูปบทความ พิจารณาตัวเองสักนิด ก่อนคิดจะ 'เลือกซื้อคอนโด'

พิจารณาตัวเองสักนิด ก่อนคิดจะ 'เลือกซื้อคอนโด'

ปีนี้ฉันจะซื้อคอนโด! ประกาศกร้าวไว้ในใจ แล้วก็นั่งเลือกคอนโดไปเรื่อยๆ อุ๊ย! อันนั้นก็ดี อันนี้ก็ถูก รีบกดเงินมามัดจำ ทำสัญญาเสียจนเสร็จสรรพเรียบร้อย แต่พอมานั่งนึกดีๆ คอนโดที่เราเลือกไป มันใช่คอนโดในฝันที่เราตามหาหรือเปล่า? คอนโดที่ซื้อไปนี้มันตอบโจทย์เราแล้วหรือยัง? ถ้าใครไม่อยากประสบกับปัญหาเหล่านี้ ต้องลองมาสำรวจกันสักนิดกับ พิจารณาตัวเองสักนิด ก่อนคิดจะ เลือกซื้อคอนโด วิธีไตร่ตรองแบบง่ายๆ ที่ใครๆ ก็ทำได้ 

คุณจำเป็นต้องตอบตัวเองให้ได้ก่อนว่า คุณจะ เลือกซื้อคอนโด เพื่อจุดประสงค์อะไร การกำหนดจุดประสงค์ของการเลือกซื้อจะทำให้เราเลือกคอนโดได้ง่ายขึ้น ก่อให้เกิดความคุ้มค่าสำหรับเรามากที่สุด


จะ ‘เลือกซื้อคอนโด’ เพื่ออะไร ?

เริ่มต้นจากการที่คุณจำเป็นต้องตอบตัวเองให้ได้ก่อนว่า คุณจะ เลือกซื้อคอนโด เพื่อจุดประสงค์อะไร จะเลือกเพื่ออยู่อาศัยเอง ซื้อเพื่อปล่อยเช่า หรือซื้อเพื่อเก็งกำไรในอนาคต การกำหนดจุดประสงค์ของการเลือกซื้อจะทำให้เราเลือกคอนโดได้ง่ายขึ้น เพราะจุดประสงค์จะกำหนดทำเลที่ตั้ง ราคา สภาพแวดล้อมว่า คอนโดแบบไหนจะก่อให้เกิดความคุ้มค่าสำหรับเรามากที่สุด ยกตัวอย่างเช่น การเลือกคอนโด เพื่ออยู่เอง บางคนอาจจะชอบคอนโดที่ไม่พลุกพล่าน ต้องการความเงียบสงบ การจะไป ซื้อคอนโดติดรถไฟฟ้า ก็อาจจะไม่ตอบโจทย์มากนัก ส่วนถ้าใครจะเน้นการเกร็งกำไร หรือปล่อยเช่าก็ต้องดูคอนโดติดรถไฟฟ้าเข้าไว้ถึงจะทำกำไรได้ดี เป็นต้น


วางแผนการเงินให้ดี มีชัยใน ‘การเลือกซื้อคอนโด’ ไปกว่าครึ่ง

เมื่อรู้แล้วว่า เราจะ ‘เลือกซื้อคอนโด’ เพื่ออะไร ต่อมาก็มาเหลือบดูเงินในบัญชีกันสักนิด

บางคนนี่มียอดแค่ไม่กี่หมื่นบาทแต่อยากกจะลงทุนด้วยการซื้ออสังหาริมทรัพย์ไว้ ก็ต้องแก้ปัญหาเงินไม่พอด้วยวิธีการกู้เงินกับธนาคารกันไป (ขั้นตอนการกู้ซื้อผ่อนคอนโด ฉบับมนุษย์เงินเดือน) แต่ทางที่ดีที่สุดควรรู้จักประมาณตนเองก่อนว่า มีกำลังในการซื้ออยู่เท่าไร แล้วค่อยๆ วางแผนการใช้เงินกันไป ยิ่งถ้าจะ เลือกซื้อคอนโดเพื่อปล่อยเช่า-เก็งกำไร ด้วยแล้ว คุณยิ่งต้องวางแผนการเงินให้รัดกุมที่สุด ไม่อย่างนั้นจะเกิดการลงทุนแบบที่เข้าเนื้อตัวเองได้  


การเลือกซื้อคอนโด ความมั่นคงถือเป็นสิ่งสำคัญ

นอกจากการวางแผนการใช้เงินแล้ว ความมั่นคงทางอาชีพ หน้าที่การงาน หรือความมั่นคงของรายได้ก็เป็นสิ่งสำคัญ ต่อให้คุณวางแผนการเงินมาดีแค่ไหน ถ้าตกงาน ทุกอย่างก็คงจบ งบประมาณมีไม่พอ ต้องรองานใหม่ก่อนถึงจะได้ เลือกซื้อคอนโดในฝัน เพราะฉะนั้นคุณต้องดูตัวเองก่อนว่า ในปีนี้มีแนวโน้มจะเปลี่ยนงานใหม่ ย้ายที่ทำงาน โดนไล่ออก หรือทำอะไรที่เสี่ยงต่อความมั่นคงทางอาชีพและทางการเงินหรือไม่ ถ้าคำตอบคือ ใช่ คุณก็ควรจะชะลอ การตัดสินใจเลือกและซื้อคอนโด ไว้ก่อนจะดีที่สุด เพื่อลดความเสี่ยงด้านการลงทุน  


มีหนี้อยู่แล้วเท่าไร ก่อนจะเลือกซื้อคอนโด 

นกน้อยทำรังแต่พอตัว สุภาษิตไทยเขาก็ว่าไว้แบบนี้ แต่ก็ยังมีคนที่อยากจะกัดก้อนเกลือกินพร้อมหนี้สินมากมาย หนี้กยศ. หนี้บัตรเครดิต หนี้เพื่อนก็ยังไม่จ่าย เยอะแยะมากมายจนเริ่มจะใช้คืนไม่ไหว โดยหลักการแล้ว คุณไม่ควรปล่อยให้ตัวเองมีหนี้สินติดค้างการชำระเกิน 40% ของเงินเดือน ถ้ามีหนี้เกินนี้อาจจะทำให้คุณทำเรื่องกู้กับธนาคารเพื่อซื้อคอนโดได้ยากขึ้น เพราะคุณต้องเจียดเงินส่วนใหญ่ไว้เพื่อผ่อนหนี้ส่วนตัวที่มีอยู่ ยกตัวอย่างเช่น

นาย A มีเงินเดือน 20,000 บาท เป็นหนี้บัตรเครดิตอยู่ 40%

เท่ากับ นาย A ต้องขำระหนี้ถึง 8,000 บาท ยังไม่รวมค่าใช้จ่ายประเภทอื่นๆ อีกนะที่คุณต้องเสีย

แล้วแบบนี้ธนาคารที่ไหนจะยินยอมให้คุณกู้กันล่ะ

ส่วนใครมีหนี้อยู่แล้วและมีกำลังในการผ่อนชำระเต็มวงเงินในทุกๆ เดือน ก็ทำให้การกู้เงินจากธนาคารเป็นไปได้ง่ายด้วย เพราะถือว่าเรามีวินัยในการผ่อนชำระหนี้


ประเมินกำลังในการผ่อนก่อนคิดจะเลือกซื้อคอนโด 

เช็คหนี้กันเรียบร้อยแล้ว มาดูกันซิว่า คุณมีกำลังในการผ่อนคอนโดหรือไม่ ?

ในปัจจุบันการผ่อนคอนโดจะตกอยู่ที่ 7,000 บาทต่อ 1,000,000 บาท ของระยะการผ่อนคอนโดประมาณ 30 ปี ยกตัวอย่างเช่น คุณอยากจะซื้อคอนโด ในราคา 3 ล้านบาท เท่ากับคุณต้องมีกำลังในการผ่อนคอนโดเดือนละ 21,000 บาท เป็นต้น ก็ต้องลองคำนวณหักลบหนี้แและฐานเงินเดือนของคุณว่า มีกำลังมากพอในการผ่อนคอนโดมากน้อยแค่ไหน แต่โดยส่วนมากคนจะนิยมเก็บ 1 ใน 3 ของเงินเดือนไว้ใช้ในการผ่อนคอนโด

แล้วเราจะผ่อนคอนโดไหวจริงๆ เหรอ ?

ก็ลองคิดแบบเล่นๆ ดูก็ได้ว่า ทุกวันนี้เรามีกำลังในการใช้จ่ายอยู่เท่าไร ถ้าในแต่ละเดือนเราจะต้องจ่ายค่าห้องพักรายเดือน เกินเงินที่ใช้สำหรับในการผ่อนอยู่แล้วก็ไม่มีปัญหา แต่ถ้าทุกวันนี้ยังชักหน้าไม่ถึงหลัง ใช้เงินเกินตัวแบบเดือนชนเดือน แสดงว่า คุณยังไม่พร้อมที่จะผ่อนคอนโด


เก็บเงินสำรองไว้บ้าง การเลือกซื้อคอนโดจะได้ง่ายขึ้น 

นอกจาก ค่าใช้จ่ายในการผ่อนหรือการเลือกซื้อคอนโด แล้ว คุณจะต้องมีค่าใช้จ่ายอื่นๆ อีกมากมายก่อนที่จะได้เข้าไปอยู่อาศัยจริง ไม่ว่าจะเป็นค่าทำสัญญา ค่ากองทุน ค่าส่วนกลาง ค่าทำเนียมในการโอนสิทธิ์ และค่ามิเตอร์ไฟฟ้า (ค่าใช้จ่ายเหล่านี้คุณจะได้จ่ายครั้งสุดท้ายก่อนจะได้เข้าอยู่) แต่ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ สิ่งที่เป็นของคู่กันสำหรับคนซื้อคอนโดใหม่จะเป็นการตกแต่งห้อง ที่จะต้องเสียค่าเฟอร์นิเจอร์ ค่าตกแต่งจิปาถะ เดี๋ยวจัดนั่น ทำนี่ เยอะแยะมากมาย ซึ่งถ้าคุณไม่มีเงินสำรองในส่วนนี้ก็คงจะลำบากไม่น้อย

แล้วควรมีค่าใช้จ่ายสำรองสำหรับซื้อคอนโด เท่าไรดี

อันนี้ก็แล้วแต่คน เพราะแต่ละคอนโดก็มีค่าใช้จ่ายที่แตกต่างกันไป ค่าตกแต่ง หรือเฟอร์นิเจอร์นี่ก็ตามสไตล์แต่ละบุคคลอีก เสียมากเสียน้อยก็ขึ้นอยู่กับว่า เลือกซื้อห้องที่จัดเฟอร์นิเจอร์มาให้อย่าง Full Furnished หรือซื้อมาแบบห้องเปล่าอย่าง Fully Fitted (เห็นไหมว่า แค่การเลือกห้องก็ทำให้ค่าใช้จ่ายในการตกก็แต่งต่างแล้ว) แต่ถ้าถามความเห็นส่วนตัวก็คิดว่า ควรมีอย่างต่ำประมาณแสนกว่าๆ เผื่อไว้ใช้อะไรในยามฉุกเฉิน ส่วนเรื่องตกแต่งอื่นๆ ค่อยๆ เก็บไปก่อนก็ได้ ไม่ต้องรีบร้อน


มีที่ปรึกษาในการเลือกซื้อคอนโดช่วยให้อุ่นใจ 

สำหรับใครที่มีชีวิตวุ่นวาย ไม่มีความรู้ในด้าน การซื้อคอนโดไว้สำหรับให้เช่า หรืออยู่อาศัยเอง

การหาที่ปรึกษาก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ เพราะการที่คุณจะเสียเงินเพื่อลงทุนในหลักแสน หรือหลักล้านขนาดนี้ แต่ถ้าคุณไม่มีเวลาหรือองค์ความรู้ที่มากพอ อาจจะทำให้คุณก้าวพลาดและเสียทรัพย์สินไปโดยใช่เหตุ โดยที่ปรึกษาอาจจะไม่ใช่แค่คนในครอบครัว เพื่อนที่รู้จัก แต่คุณควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นผู้รู้กฎหมาย ผู้มีประสบการณ์ในการซื้อ-ขายคอนโด หรือที่ปรึกษาทางการเงินของธนาคารก็ได้


ตามหาคอนโด และเลือกซื้อในแบบที่ใช่ 

สำรวจความพร้อมจากตัวเองกันไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ต่อไปก็ถึงเวลา เลือกซื้อคอนโด ที่ตรงกับความต้องการของเราแล้ว แต่คุณจะต้องทราบข้อมูลเกี่ยวกับคอนโดในหลายๆ เรื่อง รวมถึงรู้จักวิเคราะห์ทำเลที่ตั้งของคอนโด สภาพแวดล้อม รวมถึงการเลือกแบบห้องที่คุณต้องการ ซึ่งก็มีรายละเอียดอยู่หลายอย่างเหมือนกัน เอาไว้ในโอกาสหน้าเราจะนำเทคนิคดีๆ ในการ เลือกซื้อคอนโด มาฝากกันอีกรอบหนึ่ง เพื่อเป็นประโยชน์ต่อใครก็ตามที่กำลังมองหาคอนโดอยู่ หรือกำลังจะตัดสินใจซื้อในอนาคต


ตรวจสอบความพร้อมและความต้องการของตัวเองกันไปแล้ว หลายคนอาจจะเริ่มเข้าใจถึงขั้นตอนการเตรียมตัว เพื่อเป็นเจ้าของคอนโดมิเนียมหรูกันบ้างไม่มากก็น้อย หลังจากนี้การวางแผนชีวิตของคุณก็จะเริ่มง่ายขึ้น แต่อย่าลืมนะว่า ความยุ่งยากและความซับซ้อนในการเลือกซื้อคอนโดนั้น ยังมีอีกมากมาย ถ้าคุณพอจะมีเวลาว่างก็ลองศึกษาเพิ่มเติมดูเองก็ได้ หรือไม่ก็รอติดตามได้ที่ Estopolis ของเรา รับรองว่า เราจะนำความรู้และเคล็ดลับดีๆ เกี่ยวกับคอนโดมาฝากกันอย่างแน่นอน