รูปบทความ ถ้ายังยื่นสินเชื่อไม่ผ่าน แต่ต้องโอนแล้วควรทำอย่างไรดี?

ถ้ายังยื่นสินเชื่อไม่ผ่าน แต่ต้องโอนแล้วควรทำอย่างไรดี?

ปัญหาข้องใจคนอยากซื้อบ้านและคอนโด ระหว่างที่ยังยื่นขอสินเชื่อไม่ผ่าน แต่จะต้องโอนกับโครงการแล้ว ทำยังไงดี


สำหรับคนที่กำลังวางแผนในการซื้อคอนโด หรืออสังหาริมทรัพย์สักอย่างหนึ่ง และต้องการซื้อแบบกู้สินเชื่อจากธนาคาร สิ่งที่ต้องคำนึงถึงอย่างแน่นอนเลยก็คือความสามารถและสถานภาพทางการเงินของตนเอง เพื่อให้การตัดสินใจซื้อคอนโดของเราในแต่ละครั้งผ่านพ้นไปได้ด้วยดี ยิ่งกับคนที่ซื้อคอนโดเพื่อการลงทุนด้วยแล้ว ยิ่งต้องเตรียมตัวให้พร้อมเพราะอาจจะต้องยื่นสินเชื่อในการตัดสินใจลงทุนในหลายๆครั้ง



อยากโอนไว ได้ผลการยื่นเร็ว ก็ต้องเตรียมตัวและเอกสารให้ดี


ขั้นตอนสำคัญในการจะซื้อคอนโดสักห้อง ก็คงหนีไม่พ้นขั้นตอนการยื่นขอสินเชื่อ และทุกครั้งลำดับขั้นตอนการซื้อก็จะต้องผ่านการจอง ทำสัญญา และขั้นตอนการโอนโดยที่จะต้องได้รับการอนุมัติสินเชื่อแล้ว แล้วถ้าคนที่จอง ทำสัญญา และยื่นเอกสารสินเชื่อกับธนาคารอยู่ แล้วพอถึงเวลาจะต้องโอนยังไม่ได้คำตอบอนุมัติสินเชื่อจากธนาคารล่ะ ควรจะทำยังไง? วันนี้ESTOPOLISมีคำตอบมาให้คุณ

ยังยื่นสินเชื่อไม่ผ่าน : รอเวลาเคลียร์บัตรเครดิต

สำหรับในข้อนี้อาจจะต้องเป็นคนที่กำลังอยู่ในช่วงตัดสินใจจะซื้คอนโด หรือซื้อคอนโดแบบที่มีระยะเวลาการผ่อนดาวน์ เพราะพอเรายื่นขอสินเชื่อกับธนาคาร ให้เอกสารไปครบถ้วนแล้ว ธนาคารก็จะพิจารณาดูประวัติทางการเงินของเราและความสามารถในการชำระเงิน ดังนั้นสำหรับคนที่มีการเคลียร์บัตรเครดิตเตรียมไว้ก่อนล่วงหน้าแล้ว ก็อาจจะพอดีเวลาหรือเคลื่อนกันกับเวลาที่จะต้องโอนไปนิดหน่อย สามารถที่จะแจ้งกับทางโครงการไว้ล่วงหน้าว่าเรากำลังอยู่ในระหว่างยื่นขอสินเชื่อ แต่คนที่พึ่งจะปิดยอดบัตรเครดิตไปหมาดๆก็อาจจะต้องรอเวลาในการเคลียร์บัญชีหนี้บัตรเครดิตอย่างน้อย 2-3 เดือน ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วโครงการคอนโดใหญ่ๆก็มักจะมีธนาคารที่มีการติดต่อเอาไว้สำหรับให้ลูกค้ายื่นสินเชื่ออยู่แล้ว ทางโครงการกับธนาคารก็มักจะติดต่อเพื่อดูความคืบหน้าของการอนุมัติสินเชื่อเป็นระยะๆ ดังนั้นในช่วงที่เรากำลังยื่นขอสินเชื่อจากธนาคารอยู่ ควรจะเคลียร์หนี้บัตรเครดิตที่มีให้หมดไปซะ ดังนั้นพอถึงตอนที่จะต้องโอนคอนโดแล้วยังไม่ได้รับอนุมัติสินเชื่อ ก็ควรจะต้องรีบติดต่อกับธนาคารว่าเรามีการปิดบัตรเครดิตใบนั้นใบนี้ วันที่เท่าไหร่ เพื่อให้ธนาคารเข็คและพิจารณาได้เร็วขึ้น และโครงการก็จะได้ทราบระยะเวลาที่จะนัดวันโอนให้เราด้วย

ยังยื่นสินเชื่อไม่ผ่าน : ยื่นขอกู้สินเชื่อจากหลายๆธนาคาร

ในระหว่างที่เรายังอยู่ในช่วงขออนุมัติสินเชื่อจากธนาคารนั้น บางคนก็ยื่นกับธนาคารที่ทางโครงการคอนโดเตรียมไว้ให้ แต่เราไม่จำเป็นต้องยื่นเฉพาะธนาคารของโครงการเสมอไป ในระหว่างที่เรารออนุมัติสินเชื่ออยู่ ยิ่งถ้าเป็นช่วงเวลาที่กำลังจะต้องโอนกับโครงการแล้ว ทางธนาคารที่เรายื่นไปก็ยังไม่คอนเฟิร์มกลับมา เราก็สามารถยื่นเอกสารเพิ่มเติมกับธนาคารอื่นๆได้อีก เพราะบางทีแต่ละธนาคารหรือแต่ละสาชาก็มีจำนวนลูกค้ายื่นขอสินเชื่อมากน้อยไม่เท่ากัน การยื่นสินเชื่อกับธนาคารหลายๆธนาคารก็อาจจะช่วยให้ได้รับอนุมัติสินเชื่อได้ทันระยะเวลาที่ต้องโอนคอนโดกับโครงการได้ แต่ในกรณีนี้ก็อย่าลืมดูอัตราดอกเบี้ยที่ธนาคารอนุมัติด้วย อย่าหน้ามืดตามัวที่ไหนให้ก่อนก็คว้าไว้เลยล่ะ


ยังยื่นสินเชื่อไม่ผ่าน : ลองยื่น Pre-Approve ดูก่อน

อีกหนึ่งข้อเสนอสำหรับคนที่คิดจะซื้อคอนโด กรณีนี้เป็นข้อแนะนำก่อนที่จะมีการตัดสินใจจอง ก็คือการ Pre-Approve หรือการยื่นขอสินเชื่อกับธนาคารดูก่อนที่จะตัดสินใจซื้อจริง โดยเราสามารถยื่นเอกสารและติดต่อกับธนาคารก่อนได้ โดยประเมินจากรายได้ของเรา และราคาคอนโดที่เราจะซื้อ พอผลการอนุมัติสินเชื่อของธนาคารออกมาแล้ว เราจะได้รู้วงเงินสินเชื่อที่เรากู้ได้แล้วก็ค่อยไปจองห้องกับโครงการ จะได้มั่นใจได้ว่าเราสามารถซื้อได้จริงๆ และไม่ต้องกังวลว่าจะได้สินเชื่อไม่ทันวัรที่นัดโอนกับโครงการ


ยังยื่นสินเชื่อไม่ผ่าน : เผื่อเวลาให้อายุงานผ่านเกณฑ์

บางคนอาจจะยังไม่ทราบว่าการที่ธนาคารจะอนุมัติสินเชื่อนั้น อายุงานของผู้กู้ก็เป็นอีกปัจจัยที่สำคัญ ดังนั้นตอนที่เราตัดสินใจซื้อคอนโด ก็ต้องเช็คดูอายุงานของตัวเองด้วย โดยที่อย่างน้อยต้องมีการทำงานต่อเนื่อง 2 ปี และควรจะทำงานในที่ทำงานปัจจุบันที่เรากำลังยื่นสินเชื่ออย่างน้อย 6 เดือนเพื่อความมั่นใจของธนาคารว่าเรามีที่ทำงานเป็นหลักแหล่งแน่นอน ดังนั้นถ้าเกิดเราพึ่งจะเริ่มทำงานในที่ใหม่ และไม่ได้ทำงานต่อเนื่องมาจากที่เก่า หรืออายุงานรวมกับที่แรกไม่ถึงเกณฑ์ที่ธนาคารจะพิจารณา ก็อาจจะต้องรอเวลาให้อายุงานของเราดูมั่นคงเสียก่อนจนถึงวันที่โอนคอนโดกับโครงการ หรือให้พอดีกับตอนที่อนุมัติสินเชื่อ


แล้วถ้ายังยื่นไม่ผ่าน แต่ต้องโอนแล้วล่ะ?


ยังยื่นสินเชื่อไม่ผ่าน : ขอเจรจาเลื่อนการโอนกับโครงการออกไปก่อน

ข้อสุดท้ายที่จะแนะนำสำหรับคนซื้อคอนโดแล้วยังรอการอนุมัติสินเชื่ออยู่ นั่นก็คือการเจรจากับโครงการว่าเรากำลังอยู่ในระหว่างรอสินเชื่อ ซึ่งโครงการคอนโดส่วนใหญ่ก็อยากขายให้ลูกค้าที่มาจองอยู่แล้ว เพราะถ้าปล่อยเป็นห้องหลุดดาวน์หรือรอขาย Re-sale ก็อาจจะปล่อยห้องได้ยากขึ้น เว้นเสียแต่ว่าเราจะเป็นลูกค้าที่ไม่มีpotentialจริงๆ โดยโครงการจะติดต่อถามเรื่องสินเชื่อกับธนาคารเองอยู่แล้ว ดังนั้นแจ้งขอเลื่อนระยะเวลาการโอนกับโครงการเสียก่อน โครงการส่วนใหญ่ก็มักจะใจดีรอลูกค้ากันอยู่แล้ว เลื่อนวันนิดหน่อยแต่ปล่อยห้องได้ชัวร์ๆ ยังไงโครงการก็ยอม