รูปบทความ ย้อนเรื่องราวของชาวแฟลตดินแดง ก่อนเริ่มต้นฤดูใหม่ที่สดใสกว่า

ย้อนเรื่องราวของชาวแฟลตดินแดง ก่อนเริ่มต้นฤดูใหม่ที่สดใสกว่า

Yanisa Areif

20-02-2019


เสร็จสิ้นไปเป็นที่เรียบร้อย สำหรับการย้ายที่อยู่อาศัยใหม่ของชาวแฟลตดินแดงอาคาร 18-22 ไปที่คอนโดมิเนียมแปลง G ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของโครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนดินแดงระยะที่ 1 โดยตึกแปลง G นี้จะมีทั้งหมด 28 ชั้น รวมทั้งหมด 334 ยูนิต และในอนาคตก็ยังจะเริ่มดำเนินโครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนดินแดงระยะที่ 2, 3 และ 4 ให้แล้วเสร็จตามลำดับ โดยคาดว่าน่าจะไม่เกินปี 2567 นี้อย่างแน่นอน


จากจุดพักขยะมูลฝอย สู่ที่พักผู้มีรายได้น้อยใกล้เมือง


หากย้อนกลับไปยังจุดเริ่มต้น เดิมพื้นที่บริเวณนี้เคยเป็นที่พักขยะมูลฝอยของเทศบาลนครกรุงเทพฯ กับที่โล่งทุ่งนาของเอกชน ซึ่งทางราชการได้เวนคืนมาเมื่อปี พ.ศ. 2485 หลังจากนั้น 10 ปี ช่วงพ.ศ. 2494 กรมประชาสงเคราะห์จึงได้เริ่ม “โครงการจัดสร้างอาคารสงเคราะห์บริเวณถนนดินแดง” ขึ้น เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่มีรายได้น้อย โดยสร้างเป็นบ้านไม้จํานวนหนึ่ง


และถัดไปอีก 10 ปี ประมาณพ.ศ. 2504 กรมประชาสงเคราะห์ก็คาดการณ์ว่า...ในอนาคตอาจเกิดปัญหาการขาดแคลนที่ดินสําหรับสร้างที่พักอาศัยให้กับประชาชน บวกกับบ้านไม้ที่สร้างไว้เริ่มมีการชำรุดทรุดโทรมอย่างรวดเร็ว และมีสภาพไม่ระเบียบเร็วกว่าที่ได้ประเมินการณ์ไว้


อีกทั้งที่ดินบริเวณถนนดินแดง ณ ขณะนั้น ก็เริ่มกลายสภาพเป็นแหล่งเสื่อมโทรม เหมาะเจาะดีกับช่วงที่กำลังจะมีโครงการทางหลวงแผ่นดิน กรุงเทพ-ดอนเมือง (ถนนวิภาวดีรังสิต) ตัดเข้าผ่านถนนดินแดงแห่งนี้ด้วย ทำให้กรมประชาสงเคราะห์คิดว่า...หากปล่อยเวลาทิ้งไว้ก็จะยิ่งดูไม่เรียบร้อยน่ามองนัก


ด้วยเหตุนี้จึงมีการวางแผนใหม่ และเริ่มก่อสร้างอาคารที่อยู่อาศัยเป็นตึกสูง กั้นห้องเรียบร้อยให้คนจำนวนมากสามารถอยู่อาศัยร่วมกันได้ภายในพื้นที่ขนาดเล็ก หรือที่นิยมเรียกกันว่า แฟลต (Flat) โดยใช้ต้นแบบจากหน่วยพักอาศัยประเทศสิงคโปร์ พร้อมคาดการณ์ว่า สิ่งก่อสร้างนี้จะอยู่คงทนได้นานกว่า 100 ปี และมีค่าซ่อมบํารุงรักษาสภาพอาคารตํ่ากว่าอาคารเคหะสงเคราะห์แบบเก่า


จนในที่สุด คณะรัฐมนตรีก็พิจารณาเห็นชอบ อนุมัติให้ดำเนินการก่อสร้างอาคารสงเคราะห์แบบแฟลตนี้ บนที่ดินแดงใน พ.ศ. 2504 โดยกระทรวงมหาดไทยได้ดำเนินการจัดสร้าง รื้ออาคารสงเคราะห์แบบไม้ที่ชำรุดทรุดโทรมออก ก่อนจะย้ายผู้คนจากอาคารสงเคราะห์แห่งเดิมเข้าไปอยู่แทน รวมทั้งได้เพิ่มส่วนของครอบครัวผู้มีรายได้น้อยให้เข้ามาอยู่ในแฟลตดินแดงแห่งนี้ด้วย


ขั้นของการก่อสร้างอาคารแฟลตแห่งนี้กินระยะเวลานานหลายปี จนกระทั่งวันที่ 12 กุมภาพันธ์ ปี พ.ศ. 2516 การเคหะแห่งชาติก็ได้ถูกก่อตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการ และเข้ามารับช่วงต่อในการดำเนินการก่อสร้างอาคารแฟลตดินแดงแห่งนี้ จนกลายเป็น “เคหะชุมชนดินแดง” อย่างที่เห็นกันอในปัจจุบันนั่นเอง



เมื่อถึงอายุขัย ก็ถึงเวลาต้องเปลี่ยนแปลง


นับตั้งแต่มีการอนุมัติจัดสร้างในปี พ.ศ. 2504 จนถึงขั้นตอนการดำเนินการก่อสร้างในปี พ.ศ. 2506 และมีผู้เข้าอยู่อาศัยครั้งแรกในปี พ.ศ. 2508 นับจากวันนั้นจนถึงวันนี้ อาคารแฟลตดินแดง ก็มีอายุขัยยาวนานกว่า 53 ปีแล้ว ถ้าเทียบกับอายุขัยของมนุษย์ ตึกแห่งนี้ก็เรียกได้ว่า...อยู่ในช่วงวัยที่ร่างกายใกล้ทรุดโทรมเต็มที โดนโรคภัยไข้เจ็บรุมล้อม


ซึ่งสภาพแฟลตดินแดงในปัจจุบัน ก็ไม่ต่างจากร่างกายของมนุษย์วัย 50 ปีเท่าไรนัก ระบบภายในของตึกค่อนข้างมีความทรุดโทรมเป็นอย่างมาก แม้จะหมั่นทาสีอาคารภายนอกให้ดูใหม่อยู่เสมอ แต่งานระบบ อย่างระบบน้ำทิ้ง, ปล่องขยะ กลับชำรุดถึงขั้นที่ไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติ อีกทั้งสภาพแวดล้อมและสภาพอากาศก็ไม่ได้เอื้ออำนวยต่อการอยู่อาศัยที่ถูกสุขลักษณะ


ที่จริงแล้ว ประมาณปี พ.ศ. 2530 การเคหะแห่งชาติได้ริเริ่มโครงการ “ฟื้นนครดินแดง” ขึ้นมา โดยมีนโยบายจะรื้อถอนแฟลตดินแดง เพื่อพัฒนาใหม่ให้ทันสมัยและใช้ที่ดินได้คุ้มค่ายิ่งขึ้น แต่สุดท้ายโครงการนี้ก็ได้หยุดไป และกลับมารื้อฟื้นอีกครั้งในปี 2549 เนื่องจากสภาพของอาคารเริ่มเข้าสู่ภาวะที่เป็นอันตรายต่อการอยู่อาศัยแล้ว



พลิกโฉมจากแฟลตธรรมดา สู่คอนโดมิเนียมทันสมันขึ้น



ในที่สุด 10 ปีต่อมา โครงการดินแดง แปลง G ก็ได้เริ่มการก่อสร้างขึ้น ในวันที่ 19 ธันวาคม 2559 และมีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 9 กรกฏาคม 2561 ที่ผ่านมานี้เอง โดยโครงการดินแดง แปลง G แห่งนี้ เป็นโครงการคอนโดมิเนียมที่สร้างขึ้นเพื่อรองรับผู้อยู่อาศัยเดิมจากอาคารแฟลตดินแดงที่ 18-22 และจะดำเนินการก่อสร้างแปลงอื่นๆ ต่อไป จนครบทั้ง 10 แปลง เพื่อรองรับทั้งผู้อยู่อาศัยดั้งเดิมและผู้อยู่อาศัยใหม่


จากแฟลตดินแดงเก่าที่มีจำนวนอาคารอยู่ทั้งหมด 11 อาคาร รวมผู้อยู่อาศัยทั้งหมด 6,546 หน่วย หากโครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนดินแดงแล้วเสร็จลง ก็จะมีจำนวนยูนิตที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้นเป็น 20,292 หน่วย นั่นเท่ากับว่า โครงการนี้จะสามารถรองรับผู้อยู่อาศัยใหม่ได้มากขึ้นกว่า 13,746 หน่วยเลยทีเดียว


เมื่อรูปแบบการใช้ชีวิตถูกเปลี่ยนแปลงไป จากแฟลตสู่คอนโดมิเนียม การเตรียมพร้อมให้ชาวชุมชนปรับตัวอยู่ร่วมกันในสภาพแวดล้อมใหม่ได้อย่างมีความสุขจึงเป็นสิ่งสำคัญ การเคหะแห่งชาติจึงเตรียมความพร้อมให้ผู้อยู่อาศัยด้วยการแจ้งให้ทุกคนทราบถึงกฎระเบียบข้อบังคับ สำหรับการเริ่มต้นชีวิตใหม่ในอาคารคอนโดแปลง G แห่งนี้


จากเดิมที่ แฟลตดินแดงเคยขาดระบบรักษาความปลอดภัย และระเบียบวินัยของผู้อาศัยบางกลุ่ม นับต่อแต่นี้ คอนโดมิเนียมอาคารแปลง G จะมีการตั้งคณะกรรมการชุมชน และจัดตั้งนิติบุคคลคอยดูแลอำนวยความสะดวกให้กับลูกบ้านทุกคน ทำให้ความเป็นอยู่ของชาวชุมชนแฟลตดินแดงเปลี่ยนไปในทิศทางที่ดี มีทั้งความปลอดภัย และสามารถอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขแบบยั่งยืน



เริ่มใหม่กับชีวิตเดิม เพิ่มเติมคุณภาพให้ดีกว่า


แฟลตเดิมที่มีขนาดห้องอยู่ 42 ตารางเมตร จะถูกย่อให้เล็กลงเหลือเพียง 33 ตารางเมตรในห้องใหม่ของคอนโดแปลง G ซึ่งถึงแม้จะดูคับแคบลงไปมาก แต่ก็อย่าเพิ่งรีบตัดสินกันจากขนาด เพราะห้องใหม่นั้นแตกต่างจากห้องเก่ามากพอสมควร


ห้องเดิมที่เคยมีขนาด 42 ตารางเมตร ออกแบบเป็น Studio Type ที่ไม่ได้มีการจัดสรรปันส่วนห้องไว้ให้ ผู้อยู่อาศัยจึงต้องหาโต๊ะและตู้ต่างๆ มาจัดวางเพื่อแบ่งสัดส่วนห้องกันเอง ทำให้เหลือพื้นที่ใช้สอยได้จริงเพียง 35-38 ตารางเมตรเท่านั้น


แต่สำหรับห้องขนาด 33 ตารางเมตรของคอนโดแปลง G นั้น ภายในห้องได้กั้นสัดส่วนแยกห้องนอน, ห้องน้ำ, ห้องอเนกประสงค์, ห้องครัว และระเบียงไว้อย่างเหมาะสม ทำให้ผู้อยู่อาศัยสามารถใช้พื้นที่ในห้องได้อย่างเต็มที่และเกิดประโยชน์สูงสุดในทุกตารางเมตร อีกทั้งยังเพิ่มความเป็นส่วนตัว ง่ายต่อการดูแลทำความสะอาด มีความเป็นระเบียบเรียบร้อยมากขึ้นอีกหลายเท่าตัว



ที่อยู่ใหม่ สิ่งแวดล้อมใหม่ ที่ชาวแฟลตดินแดงได้รับ จะส่งผลให้วิถีชีวิต และความเป็นอยู่ของพวกเขาดีขึ้น


นี่ก็เป็นเพียงโครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนดินแดงระยะที่ 1 จากทั้งหมด 4 ระยะเท่านั้น ซึ่งเราก็คงต้องรอลุ้นและคอยติดตามกันต่อไปว่า ในปี 2567 ที่จะถึงในอีก 5 ปีข้างหน้านี้ การฟื้นฟูชุมชนดินแดงจะแล้วเสร็จอย่างเป็นรูปธรรมมากน้อยแค่ไหน แต่แน่นอนว่า...คอนโดแปลง G ที่มีผู้อาศัยเก่า ย้ายจากชุมชนเดิมเข้าไปอยู่อาศัยเป็นที่เรียบร้อยแล้วนั้น นับเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของชาวแฟลตดินแดง โดยเราหวังว่าจะได้เห็นคุณภาพชีวิตใหม่ที่ดีขึ้นของกลุ่มคนเหล่าต่อไปในอนาคต....