รูปบทความ ราคาที่ดิน"รถไฟฟ้าสายสีเหลือง-ชมพู"ปรับตัวขึ้น 30-50%

ราคาที่ดิน"รถไฟฟ้าสายสีเหลือง-ชมพู"ปรับตัวขึ้น 30-50%

หลังจากราคาที่ดินตามแนวรถไฟฟ้าหลายสายขยับตัวสูงขึ้น ตามความเจริญของพื้นที่ๆ กำลังมีการพัฒนา ครานี้ก็มาถึงคราวของที่ดินแนวรถไฟฟ้าสายเหลืองและสายสีชมพูบ้าง ที่พอมีการเซ็นสัญญาแล้ว ก็มีแนวโน้มขยับตัวสูงขึ้นทันที สร้างความพึงพอใจให้กับผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์หลายราย

ล่าสุด นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีได้เข้าร่วมเป็นประธานในพิธีเซ็นสัญญารถไฟฟ้าโมโนเรลสายสีเหลืองช่วงลาดพร้าว-สำโรงและสายสีชมพูช่วงแคราย-มีนบุรี ที่มีมูลค่าการลงทุนกว่า 1 แสนล้านบาท ทั้งยังสร้างความมั่นใจให้กับผู้ประกอบการหลายเจ้า ให้กล้าลงทุนในพื้นที่ตามแนวรถไฟฟ้ามากขึ้น มีผลต่อเนื่องไปถึงโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ รวมทั้งการขยับขึ้นของราคาที่ดิน

เนื่องจากรถไฟฟ้าสายสีเหลืองและสายสีชมพูเป็นรถไฟฟ้าโมโนแรล 2 สายแรกของประเทศไทย และหลังจากทำการเซ็นสํญญาไปเมื่อวันที่ 16 มิถุนายน ที่ผ่านมา ทางการรถไฟแห่งประเทศไทยก็จะส่งมอบพื้นที่ให้กับ บริษัท บีทีเอสโฮลดิ้งส์ กรุ๊ป และกลุ่มกิจการร่วมค้า บีเอสอาร์ ทำการก่อสร้าง ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จพร้อมเปิดให้บริการในปี 2563

นอกจากนี้ได้เสนอ รถไฟฟ้าส่วนต่อขยายสายสีชมพู ช่วงสถานีศรีรัช เพื่อเชื่อมเข้าสู่ "อิมแพค เมืองทองธานี" รวมระยะทาง 2.8 กิโลเมตร เพื่อรองรับผู้ใช้งานที่เข้าใช้พื้นที่เมืองทองปีละกว่า 10ล้านคน/ปี ตลอดจนรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายสายสีเขียว บริเวณถนนพหลโยธินใกล้สี่แยกรัชโยธินอีก 2.6 กิโลเมตร ซึ่งจะใช้เงินของกลุ่มบีเอสอาร์ทั้งหมด

และสิ่งที่ตามมาคงหนีไม่พ้นการปรับตัวของราคาที่ดินที่ขยับพุ่งสุงขึ้นอย่างแน่นอน เฉลี่ย 30-50 % โดยเฉพาะ "มีนบุรี" ที่ปัจจุบันมีราคาที่ดินอยู่ที่ประมาณ 20,000-30,000 บาท หากเป็นที่ดินติดถนนจะอยู่ที่ 50,000 บาท/ตารางวา หากรถไฟฟ้าสร้างเสร็จพร้อมให้บริการอาจขยับขึ้นมาที่ 100,000 -150,000 บาท/ตารางวา ในอีก 3 ปีข้างหน้า

ส่วนทำเลน่าจับตามอง คือ บริเวณแจ้งวัฒนะและแยกติวานนท์ ซึ่งมีราคาอยู่ที่ 2-3 แสนบาทต่อตารางวา ซึ่งค่อนข้างมีราคาสูงมากใกล้ชนเพดานอยู่แล้ว แนวโน้มราคาที่ดินจึงอาจไม่ขยับขึ้นมากนัก แต่ราคาคอนโดมิเนียมย่านชานเมืองระแวกนี้จะต้องอยู่ที่ 2 ล้านกว่าบาทขึ้นไปอย่างแน่นอน 



ในขณะที่ทำเลจุดตัด อย่าง บริเวณจุดตัดสายสีเหลืองตัดกับสีน้ำเงินบริเวณ รัชดา-ลาดพร้าว มีราคาอยู่ประมาณ 800,000-1,000,000 บาท/ตารางวาในปัจจุบัน นอกจากนี้ สถานีสำโรง ซึ่งเป็นจุดตัดของรถไฟฟ้าสายสีเหลืองกับรถไฟฟ้าสายสีเขียว , สถานีพหลโยธิน 34 , บริเวณหลักสี่ ที่เป็นจุดตัดของรถไฟฟ้าสายสีชมพูกับสายสีเขียว และ อโศก มีรถไฟฟ้า BTS ตัดกับ รถไฟฟ้าใต้ดิน MRT ก็คาดว่าจะมีราคาขยับขึ้น 30-50% เช่นกัน

โดยเหตุที่ทำให้ผู้ประกอบการและนักพัฒนาที่ดิน คาดการณ์ว่าที่ดินบริเวณรถไฟฟ้า 2 สายนี้จะต้องมีราคาขยับไปไกลมาก เพราะมีการเซ็นสัญญาเรียบร้อย สร้างความมั่นใจให้กับทุกฝ่ายว่าจะไม่ใช่โครงการในฝันอีกต่อไป สำหรับความเคลื่อนไหวของราคาที่ดินของรถไฟฟ้าสายสีเหลืองช่วงทำเลลาดพร้าว –รัชดา ล่าสุดอยู่ที่ประมาณ 6-7แสนบาทต่อตารางวา และมีกระแสว่าอาจพุ่งสูงถึง 1,000,000 บาทต่อตารางวา หากวิ่งยาวต่อเนื่องไปตามถนนลาดพร้าว

ส่วน ที่ดินเลียบทางด่วนและบางกะปิ ก็น่าสนใสไม่ใช่น้อย ขณะนี้มีราคาอยู่ที่ 2-3 แสนบาทต่อตารางวา ซึ่งแนวโน้มจะคล้ายกับโซนอ่อนนุช ที่หากรถไฟฟ้าสายสีเหลืองเปิดใช้บริการเมื่อใด อาจมีราคาสูงขึ้นอยู่ที่ 6-7 แสนบาทต่อตารางวา อีกที่หนึ่งคือ สำโรง ซึ่งเป็นสถานีอินเตอร์เชนจ์ มีแนวโน้มราคาที่ดินไม่เกิน 5-6 แสนบาท

แต่หากพูดถึง รถไฟฟ้าสายสีชมพู ทำเลที่น่าสนใจจะเป็นย่านปากเกร็ด แจ้งวัฒนะ ที่ขณะนี้มีระดับราคาอยู่ที่ 200,000 บาท/ตารางวา ก็จะขยับมาเป็น 4 -5 แสนบาท/ตารางวา ได้เช่นกัน ส่วนตลาดมีนบุรีก็มีโอกาสขยับขึ้นเป็น 100,000 - 200,000 บาทต่อตารางวา

ที่มา

http://www.thansettakij.com