รูปบทความ 5 หลักเกณฑ์เลือกกู้คอนโด ธนาคารไหนดี มาหาคำตอบกัน

ESTOPOLIS กับ 5 หลักเกณฑ์เลือกกู้คอนโดธนาคารไหนดี มาหาคำตอบกัน

Pong Saladpak

02-03-2019

การจะเลือกคอนโดที่ถูกใจสักห้องไม่ใช่เรื่องยาก แต่การจะเลือกกู้ธนาคารไหนดีนี่สิยากยิ่งกว่า เพราะแต่ละสถาบันการเงิน แต่ละสินเชื่อมักมีรายละเอียดที่เราต้องศึกษาอย่างรอบคอบ ไหนจะต้องวางแผนเพื่อให้ได้วงเงินสูงสุดและดอกเบี้ยที่ต่ำอีก บอกเลยว่า...ไม่ใช่เรื่องง่าย ฉะนั้นก่อนจะตัดสินใจทำอะไรลงไป จึงต้องพิจารณาให้ดีด้วย 5 หลักการทั่วไปในการขอสินเชื่อ...


1. ทำความรู้จักสินเชื่อ ก่อนยื่นกู้คอนโด

อย่างแรกเราต้องทำความเข้าใจกับ "ประเภทสินเชื่อ" เสียก่อน ว่าแต่ละตัวมีเงื่อนไข หรือสิทธิประโยชน์อย่างไรบ้าง  ถึงเลือกกู้เพื่อให้ได้ที่คำตอบคุ้มค่าที่สุด ซึ่งโดยหลัก ๆ แล้วจะแบ่งออกได้ 2 ประเภทสินเชื่อด้วยกัน คือ


สินเชื่อซื้อที่พักอาศัย

ซึ่งจะมีจุดประสงค์เพื่อให้เรานำเงินที่ได้ไปซื้อบ้านและคอนโดนั่นเอง โดยทั่วไปจะให้วงเงินตั้งแต่ 80 -  90% หรือบางกรณีอาจให้วงเงินสูงถึง 100% ของราคาประเมินเลยก็ได้ แถมหลายธนาคารยังเลือกที่จะจัดประเภทสินเชื่อออกเป็นหลายๆ สินเชื่อ ให้มีเงื่อนไขและสิทธิประโยชน์แตกต่างกันไป เพื่อให้ตรงกับความต้องการของผู้กู้ เช่น โครงการสินเชื่อที่อยู่อาศัยเพื่อสวัสิการแห่ง หรือโครงการบ้านกตัญญูเลี้ยงดูบุพการี เป็นต้น


สินเชื่อสร้าง ซ่อม ต่อเติม

แน่นอนว่า สินเชื่อประเภทนี้จะมีเงื่อนไขต่างไปจากสินเชื่อแรกโดยสิ้นเชิง เช่น เราต้องก่อสร้างที่พักอาศัยไปก่อน 20% ถึงยื่นกู้ได้ แถมวงเงินที่ธนาคารจะปล่อยให้ก็ยังอยู่ในอัตราที่ต่ำกว่าเป็น 70 - 90% 


แม้แต่เรื่องเอกสารก็ยังต้องยื่นขอเพิ่มเติม ไม่ว่าจะเป็นแปลนบ้าน, สัญญาจ้างผู้รับเหมา หรือรายการราคาประเมินค่าใช้จ่ายต่างๆ แต่ทั้งนี้ บางธนาคารก็ได้มีการทำสัญญา MOU จับมือกับองค์กรมหาชนบางแห่ง เพื่อให้สามารถปล่อยสินเชื่อได้เต็มจำนวน 100% ของราคาประเมิน หรือสำหรับใครที่อยากตกแต่งบ้านโดยเฉพาะ บางสถาบันการเงินก็ยังมีสินเชื่อเพื่อซื้ออุปกรณ์และสิ่งอำนวยความสะดวก แยกออกมาให้อีกด้วย




2. อย่าลืมดู วงเงินและระยะเวลาผ่อนชำระ ที่ธนาคารนำเสนอ

สิ่งที่ควรทำหลังจากรู้จักสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยแล้ว ก็คือ รวบรวมข้อมูลของสถาบันการเงิน ที่มีสินเชื่อและโครงการกู้ประเภทต่างๆ ก่อนจะนำมาเปรียบเทียบว่า โครงการและสถาบันฯ ไหน สามารถให้วงเงินเราได้มากที่สุด!


เช่น ถ้าเราประกอบอาชีพข้าราชการ ก็ยังมีสินเชื่อซื้อบ้านข้าราชการที่ให้วงเงินเต็ม 100% ของราคาประเมิน หรือใครที่แต่งงานแล้วก็อาจเลือกสินเชื่อซื้อบ้านเพื่อคู่รัก ที่ให้วงเงินกู้ 90% ของราคาประเมินแทน โดยแต่ละธนาคาร แต่ละโครงการจะมีประเภทสินเชื่อแตกต่างกัน


และถ้าหากไม่อยากแบกภาระหนี้สินหนักเกินไป ก็ควรเลือกธนาคารที่ให้ระยะเวลาผ่อนชำระหนี้ที่ยาวนานกว่า 30 - 40 ปี เพราะยิ่งจำนวนงวดมากเท่าไร จำนวนหนี้ก็ยิ่งถูกแบ่งจ่ายน้อยลงเท่านั้น




3. จะกู้คอนโดต้องคำนึงถึง อัตราดอกเบี้ย เป็นสำคัญ

ไม่ว่าใครก็ไม่อยากเสียดอกเบี้ยเพิ่มเป็นจำนวนมากๆ เพราะแค่ผ่อนชำรำสินเชื่อที่อยู่อาสัยก็มูลค่ามาก และใช้ระยะเวลาผ่อนนานอยู่แล้ว หากเลือกผิดเจอธนาคารที่ดอกเบี้ยสูงอีกคงสู้ไม่ไหวแน่ ๆ ดังนั้นเมื่อจะขอกู้กับธนาคารใด ควรศึกษาประเภทอัตราดอกเบี้ยเสียก่อน ว่าตัวไหนที่เหมาะสมกับเรามากที่สุด


ที่มา: pixabay.com


อัตราดอกเบี้ยคงที่ (Fixed Rate Loan)

ซึ่งอัตราดอกเบี้ยตัวนี้จะมีสภาพคงที่ ไม่มีการปรับขึ้นหรือลงตามสภาวะตลาดเงิน ทำให้เรามั่นใจได้ว่า จะจัดสรรเงินในการผ่อนชำระเดือนละเท่าไร และต่อให้อนาคต อัตราดอกเบี้ยในตลาดเงินจะมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นเท่าไร อัตราดอกเบี้ยประเภทนี้ก็ยังคิดอัตราเท่าเดิม


อัตราดอกเบี้ยลอยตัว (Floating Rate Loan)

หรือพูดง่ายๆ ก็คือ อัตราดอกเบี้ยตัวนี้จะผันผวนตามสภาวะตลาดเงิน ซึ่งถ้าช่วงไหนที่อัตราดอกเบี้ยปรับตัวลดลง เราก็จะประโยขน์ตามไปด้วย แต่สิ่งหนึ่งที่ควรระวังก็คือ เราต้องยอมรับความเสี่ยงจะอาจเกิดขึ้นให้ได้ เพราะในแต่ละเดือนอาจมีภาระการผ่อนไม่เท่ากันนั่นเอง


แน่นอนว่า เมื่อมีการเลือกก็ต้องมีการเปรียบเทียบประเภทอัตราดอกเบี้ยของแต่ละธนาคาร โดยแนะนำให้คำนวณอัตราดอกเบี้ยเป็นค่าเฉลี่ย 3 ปี ซึ่งเป็นระยะเวลาที่ธนาคารอนุญาตให้รีไฟแนนซ์ได้ ว่าความจริงแล้ว อัตราดอกเบี้ยใดที่ให้เราเสียดอกเบี้ยน้อยที่สุด




4. ดูความยาก-ง่ายในการอนุมัติ


ที่มา: pixabay.com


ผ่านมา 3 ข้อ ถึงจะมีโครงการหรือธนาคารเข้าตา แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะผ่านอนุมัติได้เลย โดยปัจจัยที่ส่งผลต่อการอนุมัติของธนาคารจะขึ้นอยู่กับผู้กู้ ซึ่งเกณฑ์ในการพิจารณาทั่วไปก็จะดูเรื่องอาชีพ, ฐานเงินเดือน, หลักประกันต่างๆ ที่แสดงถึงความน่าเชื่อถือของเรา


ซึ่งปกติแล้ว ธนาคารเจ้าใหญ่ที่มีความมั่นคง เงินทุนหนา และมีความเชี่ยวชาญด้านสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยอยู่แล้ว จะค่อนข้างปล่อยสินเชื่อให้ง่ายกว่า แต่อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่ทำให้ผ่านการอนุมัติได้เร็วขึ้น ก็คือ ตัวกู้เอง เพราะหากเราเตรียมเอกสารครบถ้วน และยืื่นในเวลาที่ตกลงกันไว้ ก็จะช่วยให้ลดระยะเวลาลงได้




5. แม้แต่ ข้อเสนอและสิทธิผลประโยชน์ ก็เป็นสิ่งที่มองข้ามไม่ได้


ที่มา: pixabay.com


เพราะต่อให้ธนาคารมีสินเชื่อที่เหมาะสม หรือให้วงเงินได้ตรงตามที่ต้อง มีอัตราดอกเบี้ยต่ำ แต่พวกผลประโยชน์เล็ก ๆ น้อย ๆ ก็มีผลต่อการตัดสินใจ แถมช่วยทำให้ชีวิตเราง่ายขึ้นด้วย เช่น ถ้ามีบัญชีเดียวกับธนาคารที่อยากกู้ก็จะทำให้ดำเนินการต่าง ๆ ได้คล่องตัวกว่าต่างธนาคาร หรือช่วยลดขั้นตอนในการยื่นหลักฐาน และบางธนาคารอาจมีโครงการรีไฟแนนซ์อยู่แล้ว เวลาจะย้ายที่ผ่อนก็สะดวกมากขึ้นด้วย




สรุป

ความจริงแล้ว การจะเลือกธนาคารไหนดี ต้องดูให้ครอบคลุมหลายองค์ประกอบ เพราะปัจจุบันหลายธนาคารต่างยกข้อเสนอ โปรโมชันออกมาแข่งขันกันมากมาย โดย 5 หลักเกณฑ์ในการพิจารณาที่เรายกมาในวันนี้ คงจะช่วยหาคำตอบให้คุณได้บ้าง ว่าอยากตัดสินใจเลือกธนาคารถึงจะตอบโจทย์ และคุ้มค่ามากที่สุด



แหล่งที่มา : ธนาคารอาคารสงเคราะห์