รูปบทความ 'ประตู' กับหลักฮวงจุ้ย เรื่องควรรู้สำหรับคนอยากมีโชคดี

'ประตู' กับหลักฮวงจุ้ย เรื่องควรรู้สำหรับคนอยากมีโชคดี

อยากมีเงินทองโชคลาภไหลเข้าบ้านและคอนโดไม่ขาดสาย ก็ต้องใส่ใจกับฮวงจุ้ยประตูด้วยนะ


    สวัสดีชาว ESTOLIAN ทุกคน ห่างหายกันไปสักพักกับบทความเรื่องวัสดุการใช้งานและเกร็ดความรู้ที่น่าสนใจ วันนี้ ESTOPOLIS จะขอเสนอข้อมูลเกี่ยวกับฮวงจุ้ยภายในที่พักอาศัย ที่ใครๆหลายคนอาจจะเคยได้ยินแต่มองเข้ามันไป นั่นก็คือเรื่องของฮวงจุ้ยกับประตูนั่นเอง เพราะประตูตามหลักฮวงจุ้ยนั้นก็เปรียบเสมือนกับช่องทางในการเปิดรับโชคลาภ โชคดีเข้ามาสู่ที่พักอาศัยของเราและตัวเจ้าของ แต่แน่นอนว่าประตูหากอยู่ในทิศ หรือตำแหน่งการติดตั้งที่ไม่ดีแล้วละก็ จะกลายเป็นทางเปิดรับพลังงานที่ไม่ดีให้เข้ามาได้เช่นเดียวกัน


ดังนั้นในบทความนี้เราจะมาดูเรื่องของประตู ว่ามีกฎฮวงจุ้ยที่ควรจะนำไปให้ เพื่อใช้นำพาแต่สิ่งดีๆเข้ามา และมีข้อห้ามในเรื่องอะไรบ้าง


ฮวงจุ้ยประตูที่ดีสำหรับบ้านและคอนโด

1. เปิดประตูเข้าไปต้องโปร่ง โล่ง ไม่รก 

อย่างที่บอกไปว่าประตูนั้นเปรียบได้กับทางเข้าออกของพลังงาน ดังนั้นเพื่อเปิดทางให้พลังงานจากด้านนอกสามารถไหลเวียนเข้ามาภายในบ้านและคอนโดของเราได้ตามหลักฮวงจุ้ยแล้ว บริเวณที่ตรงกับประตู ไม่ควรจะมีสิ่งของหรือวางเกะกะขวางทาง หรือเอาอะไรมาตั้งบังเอาไว้ เพราะจะเป็นการปิดกั้นพลังงานที่ดี หรือถ้าคนที่อยู่คอนโดต้องการจะจัดการพื้นที่ใช้สอยภายในห้องให้เป็นสัดส่วน และไม่อยากขัดหลักฮวงจุ้ย ก็สามารถมีตู้หรือฉากกั้นพื้นที่ได้ แต่ไม่ควรจะอยู่ประชิดหน้าประเวณประตูทางเข้ามากนัก ควรจะต้องเปิดพื้นที่ให้มีโถงรับพลังงานด้วย



ฮวงจุ้ยประตูที่ดีสำหรับบ้านและคอนโด

2. ประตูหน้าและประตูหลังไม่ควรตรงกัน

ข้อนี้ใครหลายๆคนที่พอจะเคยได้ยินเรื่องฮวงจุ้ยของประตูมาก่อนก็คงจะคุ้นๆกันบ้าง โดยส่วนใหญ่ต่มหลักฮวงจุ้ยจะเชื่อว่า การที่ประตูอยู่ตรงกันนั้นจะทำให้เมื่อมีพลังงาน หรือโชคลาภที่ไหลเวียนเข้ามาภายในที่อยู่อาศัยของเรา พลังงานนั้นก็จะออกไปทางประตูหลังที่อยู่ตรงกันอย่างรวดเร็ว หรือบางคนอาจเรียกว่าทางผีผ่าน ส่วนอีกเรื่องที่หลายคนให้ความสำคัญก็คือเรื่องของเงินทองและการใช้จ่าย ตามหลักฮวงจุ้ยก็เชื่อว่าการที่ประตูตรงกันก็จะทำให้เงินทองหรือรายได้ที่มีเข้ามานั้นหมดไป หรือมีเหตุให้ต้องมีรายจ่ายไปอย่างรวดเร็วด้วยเช่นกัน


แต่สำหรับคนที่อยู่คอนโดก็ไม่ต้องกังวลใจในเรื่องนี้ เพราะโดยส่วนใหญ่แล้วประตูหลังของห้องคอนโดก็คือประตูระเบียง จะไม่ค่อยอยู่ตรงกับประตูทางเข้าห้อง เพราะมักจะไปอยู่ฝั่งครัวหรือห้องน้ำเสียมากกว่า และถ้าพูดถึงเรื่องของสุขอนามัย การที่ทางเข้าและทางออกของอากาศหรือลมอยู่ตรงกันนั้นจะทำให้กระแสลมที่พัดเข้ามาไหลออกไปในทันที ทำให้ไม่เกิดการไหลเวียนของอากาศภายในห้องครบทุกจุด


ฮวงจุ้ยประตูที่ดีสำหรับบ้านและคอนโด

3. ประตูห้องไม่ควรตรงกับเตียงนอน

สำหรับข้อนี้ในบางตำราฮวงจุ้ยอาจจะระบุว่าเป็นประตูห้องนอนที่ไม่ควรอยู่ตรงกับเตียงนอน แต่สำหรับคนซื้อคอนโดหลายๆคนที่เป็นห้องแบบStudio หรือ1 ห้องนอนแบบเป็นบานเลื่อนกั้นส่วนของพื้นที่ห้องนอนกับห้องนั่งเล่น ก็ไม่ต้องตกใจไปว่าเราไม่มีประตูห้องนอนแล้วจะทำอย่างไร เปิดประตูห้องเข้ามาก็มักจะตรงกับส่วนที่เป็นเตียงอยู่แล้ว
ที่ตามหลักฮวงจุ้ยบอกว่าประตูห้องหรือห้องนอนไม่ควรอยู่ตรงกับเตียงนอนนั้น เป็นเพราะว่าเวลาที่เปิดประตูจะเป็นการเปิดรับพลังงานเข้ามาในห้อง ทำให้พลังงานนั้นปะทะกับเตียงและคนที่นอนอยู่ได้โดยตรง จะทำให้คนที่นอนมีอาการนอนไม่หลับ ขวัญอ่อน รู้สึกไม่สบายใจ สุขภาพย่ำแย่ หรือถ้าพูดในเชิงของพฤติกรรมก็คือเรื่องของเสียง หรือแสง ที่อาจจะส่องเข้ามาถึงที่นอน หรือถ้าเรานอนอยู่แล้วมีคนเปิดเข้าเปิดออก มุมที่นอนไม่หลับให้เป็นส่วนตัว ก็อาจจะทำให้นอนหลับไม่สนิท ร่างกายอ่อนเพลียได้นั่นเอง

โดยหากเป็นห้องคอนโดที่มีฉากกั้นบานเลื่อนก็ไม่เป็นไร เพราะถือว่ามีส่วนที่มากั้นพื้นที่ที่เรานอนกับด้านนอกออกจากกันเป็นสัดส่วน หรือถ้าคอนโดที่เป็นห้องโล่ง ก็ลองกั้นประตู หรืออาจจะหาชั้นวางของหรือPartitionกั้นห้องสวยๆมาตั้งดูก็ได้ จะทำให้ห้องดูไม่ทึบและแก้ฮวงจุ้ยได้ด้วย ลองเข้าไปดูไอเดียการกั้นห้องแบบสตูดิโอในบทความแต่งคอนโดให้เป็นสัดส่วน ด้วยไอเดียการกั้นห้องสำหรับคอนโดแบบStudioได้เลย


ฮวงจุ้ยประตูที่ดีสำหรับบ้านและคอนโด

4. ประตูทางเข้าไม่ควรอยู่ตรงกับห้องน้ำ

ตามหลักฮวงจุ้ยแล้วห้องน้ำถือเป็นบริเวณที่กะกเก็บพลังงานที่ไม่ดี เป็นที่ปลดทุกข์ ดังนั้นจึงไม่ควรให้ตำแหน่งของประตูทางเข้าตรงกันกับห้องน้ำหรือประตูห้องน้ำ เพราะจะทำให้เวลาที่เปิดประตูเข้ามาแล้วมีพลังงานที่ดี ก็จะถูกพัดไปรวมอยู่กับพลังงานไม่ดีที่อยู่ในห้องน้ำ เพราะห้องน้ำส่วนใหญ่ก็ไม่มีหน้าต่างหรือประตูอีกด้าน ทำให้อับโชค และส่งผลเสียในด้านการเงินนั่นเอง
หรือในทางวิทยศาสตร์ห้องน้ำเป็นพื้นที่ที่มีความชื้น และอาจมีกลิ่นไม่พึงประสงค์สะสม จึงควรที่จะอยู่ใกล้กับจุดระบายอากาศ เช่น ระเบียง หรือจุดที่มีหน้าต่างอยู่ เพราะหากห้องน้ำไม่ได้รับการระบายอากาศที่ดีแล้วเกิดกลิ่นอับ เวลาเปิดประตูเข้ามาก็ทำให้ได้กลิ่นไม่พึงประสงค์ และอาจจะมีกลิ่นรบกวนบริเวณพื้นที่Living Areaหรือห้องรับแขกด้วย


ฮวงจุ้ยประตูที่ดีสำหรับบ้านและคอนโด

5. ขนาดของประตูก็เป็นสิ่งสำคัญ ประตูใหญ่ ได้โชคเยอะ

สำหรับเรื่องของฮวงจุ้ยประตูนั้น แน่นอนว่าเมื่อเป็นจุดที่เปิดรับพลังงานที่ดีเข้ามาในบ้านและคอนโดของเราแล้ว ดังนั้นยิ่งช่องทางในการรับกระแสพลังงานใหญ่เท่าไหร่ก็ยิ่งดี ขนาดของประตูที่ใหญ่ก็จะข่วยให้ได้รับโชคลาภที่เยอะขึ้นด้วยตามกลักฮวงจุ้ย และสัมพันธ์กันกับในข้อที่ 2 ว่าแระตูไม่ควรอยู่ตรงกัน ก็แก้เคล็ดด้วยการทำให้ประตูอื่นๆที่อยู่ในบริเวณใกล้ๆกันมีขนาดเล็กกว่า ก็จะทำให้ได้ลักษณะของโถงรับโชคที่มีทางเข้าใหญ่ทางเดียว

หรือสำหรับคนที่อยู่คอนโดอาจจะไม่สามารถแก้ไขขนาดของประตูห้องได้ แต่โดยส่วนใหญ่แล้วขนาดของประตูห้องด้านหน้าของคอนโด กับประตูด้านหลังที่ระเบียงจะไม่เท่ากันอยู่แล้ว หรือหน้าต่างคอนโดก็มักไม่ใหญ่เท่ากับประตูหน้า ก็จะไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องนี้


ฮวงจุ้ยประตูที่ดีสำหรับบ้านและคอนโด

6. ไม่มีคานอยู่ด้านหน้าประตู

ตามหลักฮวงจุ้ยที่หลายคนรู้กันว่า คาน นั้นเป็นสิ่งที่ไม่ดีสำหรับการจัดบ้านและคอนโดตามหลักการของฮวงจุ้ย เพราะจะทำให้เกิดการกดทับ กีดขวางพลังงานที่จะเข้ามา ทำให้พลังงาน ซึ่งเกี่ยวข้องกับด้านการเงินไหลเวียนได้ไม่สะดวก เหมือนกับจะได้อะไรก็ติดขัด สำหรับคนที่อยู่บ้านก็ต้องลองดูกันต้ังแต่ขั้นโครงสร้าง หรือการทำฝ้าเพดานปิดบังเอาไว้ แต่แม้ว่าจะทำฝ้าบังคานไว้แล้ว ความสูงของฝ้าก็ไม่ควรจะน้อยเกินไป เพราะจะทำให้เปิดรับพลังได้นั้นและอึดอัด ส่วนคนที่อยู่คอนโดส่วนใหญ่ก็ไม่มีคานอยู่แล้ว ดังนั้นก็ไม่ควรจะหาอะไรมาติดหรือห้องขวางบนเพดานไว้บริเวณใกล้ๆประตู เพราะจะเป็นการกดทับและขัดขวางทางเข้าของกระแสพลังงานเช่นเดียวกัน


ฮวงจุ้ยประตูที่ดีสำหรับบ้านและคอนโด

7. มีโถงรับโชค รองรับพลังงาน 

ในกรณีนี้สามารถแบ่งได้ทั้งฮวงจุ้ยของห้องพักอาศัยหรือจะเป็นตัวอาคารก็ได้ อย่างถ้าคนที่อยู่ในคอนโดก็อาจจะต้องวางแผนในการแต่งห้องให้มีพื้นที่รองรับพลังงาน จะโถงเล็กโถงใหญ่ก็ตามแต่ขนาดห้อง ส่วนตำแหน่งของห้องภายในอาคารนั้น จริงๆแล้วตำแหน่งของลิฟท์ในอาคารเป็นสิ่งที่ดี เพราะลิ่งเป็นตัวสร้างความเคลื่อนไหวแบะการไหลเวียนของพลังงานให้ไปได้ทั่วถึงทุกชั้นของอาคาร ดังนั้นห้องที่อยู่ใกล้ลิฟท์ก็จะใกล้กับจุดไหลเวียนของพลังงาน แต่ในทางวิทยาศาสตร์ก็จะเป็นห้องที่รับรู้ความเคลื่อนไหว ใครไปมาขึ้นลงลิฟท์ แบะอาจจะมีเรื่องของเสียงรบกวนด้วยเช่นกัน