รูปบทความ เคล็ดลับดีๆในการออมเงินให้ได้ผล

เคล็ดลับดีๆในการออมเงินให้ได้ผล

ออมเงินอย่างไรให้ได้ผล เส้นทางเล็กๆสู่อิสรภาพทางการเงิน


หลายๆคนที่เริ่มก้าวเข้าสู่วัยทำงาน หรือใช้ชีวิตหลังจากเรียนจบจากมหาวิทยาลัยแล้ว คงจะมีบ้างที่มองหาลู่ทาง และวางแผนการใช้ชีวิตในอนาคตของตัวเอง หลายคนอาจจะเริ่มต้นวางแผนด้านการเงินจากการทำงานที่ตัวเองชอบ เพื่อจะได้มีกำลังใจและสร้างรายได้จากสิ่งที่รักให้มีเงินทองงอกเงยขึ้นมา หรือบางคนอาจจะเริ่มสนใจในการลงทุน ซึ่งเดี๋ยวนี้คนรุ่นใหม่ก็เริ่มหันหน้ามาเป็นนักลงทุนรุ่นเยาว์กันเยอะมากขึ้น ทั้งการลงทุนในหุ้น การลงทุนในกองทุนรวมและกองทุนประเภทอื่นๆ ที่เป็นเครื่องมือสร้างเสถียรภาพทางการเงินได้เช่นกัน จากแต่ก่อนมักจะเป็นเรื่องของผู้ใหญ่ วัยทำงานหรือนักธุรกิจที่ต้องการสร้างรากฐานที่มั่นคงให้กับชีวิต แต่กลับกัน เดี๋ยวนี้พออายุถึงเกณฑ์เปิดพอร์ทได้ เด็กรุ่นใหม่ก็เริ่มแปลงร่างมาเป็นแมงเม่ากันแล้ว


ก่อนหน้านี้เราก็เคยมีบทความเกี่ยวกับเคล็ดลับดีๆ ในการเตรียมความพร้อมทางการเงิน แต่นอกจากเรื่องการลงทุน การวางแผนการเงินและด้านการทำงานแล้ว อย่าลืมว่าวิธีการที่จะทำให้เราเข้าใกล้อิสรภาพทางการเงินได้อย่างง่ายๆที่ถูกสอนกันมาตั้งแต่เด็กๆก็คือ การออมเงิน นั่นเอง ซึ่งการออมเงินนี้ แม้จะดูเป็นวิธีการเก็บเงินแบบเบสิคที่สุด แต่รู้หรือเปล่าว่าเป็นวิธีการที่ยาก เพราะไม่เพียงแต่จะมีเงินแล้วแบ่งเก็บเอาไว้เท่านั้น ต้องอาศัยปัจจัยอื่นๆร่วมด้วย

มีสลึง พึงบรรจบ ให้ครบบาท...
แต่อย่าพลาด ขนาดวินัย เพราะจะทำให้ไปไม่ถึงฝัน

ในปัจจุบันคนไทยโดยส่วนใหญ่มีอัตราเงินฝากในบัญชีธนาคารไม่เกิน 50,000 บาท และมีเพียงประมาณ 1% เท่านั้นที่มีเงินฝากเกิน 1 ล้านบาท เห็นหรือไม่ว่าเรื่องของเงินออมนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เพียงแค่ขาดวินัยหรือขาดการยับยั้งชั่งใจในบางครั้งบางคราว ก็อาจจะทำให้เงินที่เก็บหอมรอมริบมาทั้งหมดหายไปเลยก็ได้ ในวันนี้ ESTOPOLIS จึงจะมาเสนอแนวทางในการออมเงินให้ได้ผล ค่อยเป็นค่อยไป ไม่วู่วาม แต่สามารถสร้างเงินเก็บที่เป็นกอบเป็นกำได้ในระยะยาวมาฝากกัน


วางแผนและกำหนดเป้าหมายในการออมเงิน

    สำหรับเคล็ดลับการออมเงินให้ได้ผลในข้อแรกนี้ อยากให้ทุกคนตั้งสติ พิจารณาตนเอง ฟังดูคล้ายๆจะให้ไปปฏิบัติธรรม แต่เปล่าเลย ที่ให้พิจารณาตนเองก็เพื่อเป็นส่วนประกอบในการวางแผนและคิดว่าตัวเราชอบอะไร เราอยากทำอะไร และลงวิเคราะห์ดูว่าสิ่งที่เราสนใจจะทำนั้นมันสามารถทำอะไรให้กับชีวิตเราได้บ้าง มันอาจจะดูไม่เกี่ยวกับวิถีทางในการออมเงินสักเท่าไหร่ แต่การตั้งเป้าหมายและวางแผนด้านการเงินนี่แหละ จะทำให้การออมเงินของเราประสบความสำเร็จได้เร็วขึ้น เช่น เราคิดและเลือกแล้วว่าชอบการทำงานด้านการตลาด จะเพราะเรียนมาหรือมีpassionก็ตามแต่ ดังนั้นเราก็ต้องดูว่าลู่ทางในการทำอาชีพในสายงานนี้เป็นอย่างไร งานการตลาดมีลักษณะใดบ้าง และเราจะมีวิธีสร้างความมั่นคงจากการเป็นนักการตลาดได้อย่างไร Career Path และรายได้ของคนที่อยู่ในสายงานนี้เป็นอย่างไร และเราจะมีวิธีการพัฒนาตัวเองอย่างไรเพื่อให้สามารถทำงานนี้ได้อย่างจริงจัง หรืออาจจะมองหาลู่ทางในการหารายได้จากส่วนอื่นมากเพิ่มเติม เพื่อเป็นเงินออม


    เมื่อเรามีจุดมุ่งหมายในการทำงานแล้ว ก็มาถึงการตั้งเป้าหมายด้านการเงินกันบ้าง เช่น เราอยากจะเก็บเงินให้ได้เท่าไหร่ ภายในระยะเวลากี่ปี และเราจะมีขั้นตอนในการเก็บเงินก้อนนี้ให้ได้ครบได้อย่างไร โดยอาจจะตั้งเป้าหมายเป็นระยะสั้น หรือระยะยาวก็ได้ เช่น เราตั้งเป้าหมายว่าหลังจากการเริ่มทำงานเป็นระยะเวลา 3 ปี เราจะมีเงินเก็บ 100,000 บาท ดังนั้นเราจะต้องเก็บเงินเดือนละ 3,000 บาท พอครบ 3 ปีเราก็จะมีเงินเก็บถึง 100,000 บาทพอดี เป็นต้น


สร้างวินัยในการออมเงิน

    หลังจากที่เราตั้งเป้าหมายและแนวทางในการออมเงินของตัวเองได้แล้ว ขั้นต่อไปก็คือการเริ่มต้นการออมเงิน โดยสิ่งที่สำคัญที่สุดในการออมเงินให้ได้ผลนั่นก็คือ วินัยในการออมเงิน เพราะสิ่งนี้แหละที่จะเป็นตัวส่งเสริมการเก็บออมของเราให้มีประสิทธิภาพ จะเก็บได้มากหรือน้อย ก็ขึ้นอยู่กับวินัยในการออมเงินของเราเอง ดังนั้นจึงควรเริ่มต้นสร้างวินัยในการออมตั้งแต่วันแรกที่เราเริ่มตั้งเป้าหมายว่าจะเก็บเงินเลย เช่น เมื่อเราตั้งเป้าหมายแล้วว่าจะเก็บเงินให้ได้เท่าไหร่ สมมุติเราตั้งใจว่าจะเก็บเงินให้ได้เดือนละ 3,000 บาท โดยจะเอาไปฝากไว้ในธนาคาร ซึ่งควรจะแยกกันกับบัญชีเงินเดือนเพื่อป้องกันการหักห้ามใจไม่ไหวเอาออกมาใช้เสียก่อน เราก็จะต้องทำตามนี้ให้ได้ในทุกๆเดือน โดยเคล็ดลับคือการเก็บก่อนค่อยใช้ ห้ามใช้เงินก่อนแล้วเหลือเท่าไหร่ค่อยเก็บเป็นอันขาด ถ้าบางคนที่คิดว่าตัวเองบังคับการใช้เงินไม่ค่อยได้ ก็อาจจะหักดิบตัวเองโดยการไปเปิดบัญชีฝากประจำไว้เลย เพื่อเป็นการบังคับว่าเราจะต้องมีเงินฝากทุกเดือน หากเราเริ่มฝึกสร้างวินัยในการออมเงินให้กับตัวเองไปเรื่อยๆแบบนี้ วันหนึ่งที่เราเห็นเงินเก็บของเราเป็นกอบเป็นกำ เราจะเกิดความภูมิใจในตัวเองมากทีเดียว


พิจารณาพฤติกรรมการใช้เงิน

    เมื่อเราแบ่งเงินเก็บเอาไว้ในบัญชีธนาคารอย่างปลอดภัยแล้ว เงินส่วนที่เหลือก้ไม่ใช่ว่าจะเอามาใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่ายตามใจฉัน หากเรามีเป้าหมายที่จะสร้างเสถียรภาพทางการเงินให้กับตัวเองแล้วล่ะก็ เราต้องพยายามทำให้เป้าหมายของเราอยู่ใกล้ให้มากที่สุด ดังนั้นในแต่ละเดือนควรจะมีการจดบันทึกรายรับ-รายจ่าย และไม่ใช่แค่จดอย่างเดียว เราต้องควบคุมพฤติกรรมการใช้เงินของเราด้วย เช่น จดเอาไว้ว่าเดือนนี้มีค่ากิน 6,000 บาท ค่ารถ 3,000 บาท ค่าใช้จ่ายช้อปปิ้ง 5,000 บาท ไปเที่ยวสังสรรค์อีก 5,000 บาท พอเดือนต่อไปเราก็ต้องมาดูว่ามันควรจะต้องลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นส่วนไหนลงหรือเปล่า หากเราลดการใช้เงินที่ไม่จำเป็นลงได้ ในแต่ละเดือนเราก็อาจจะสามารถออมเงินได้มากขึ้น เป้าหมายในการออมเงินของเราก็จะสำเร็จเร็วขึ้นด้วย

สร้างรายได้ให้มากกว่ารายจ่าย

    หนทางสุดท้ายที่จะทำให้การออมเงินของเราได้ผลและบรรลุเป้าหมายได้เร็วขึ้น นั่นก็คือการทำให้รายรับมีมากกว่ารายจ่าย นอกจากเราจะมีวินัยเก็บเงินเข้าบัญชีทุกเดิน ตัดการใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นออกไป มีสิติในการใช้เงินตลอดเวลาแล้ว แต่บางคนก็บอกว่าก็มันจำเป็นต้องกินต้องใช้ จะให้กินข้าวไข่เจียวทุกวันทั้งเดือนเพื่อเหลือเงินเก็บมากขึ้นอีกเหรอ มันก็ไม่ใช่อย่างนั้นเสียทีเดียว หากเราสามารถหารายได้เพิ่มเติม หรือทำอะไรให้มีกำไรงอกเงยจากเงินก้อนเดิมที่มีอยู่ได้ ก็จะทำให้การออมเงินของเราสำเร็จได้ และอาจจะได้พบลู่ทางในการสร้างความมั่นคงทางการเงินใหม่ๆให้กับชีวิตด้วยก็ได้


บทความที่เกี่ยวข้องกับการออมเงิน

เทคนิคในการลงทุนแบบ DCA ก้าวเล็กๆสู่ความมั่นคงทางการเงิน

แนวทางการออมเงินสำหรับคนยุคใหม่ เก็บยังไงให้มีใช้ ไม่เดือดร้อน

เคล็ดลับดีๆ ในการเตรียมความพร้อมทางการเงิน