รูปบทความ 'เจริญกรุง' พาตะลุยเที่ยวรอบเจริญกรุง ถ่ายรูปเล่นแบบสายชิลล์

'เจริญกรุง' พาตะลุยเที่ยวรอบเจริญกรุง ถ่ายรูปเล่นแบบสายชิลล์

ถนนเจริญกรุง มีอายุยืนยาวมาตั้งแต่รัชกาลที่ 4 จนถึงปัจจุบัน


เสนห์ของกลิ่นอายด้านทำเลแบบดั้งเดิม และวิถีการใช้ชีวิตแบบผสมผสานต่างวัฒธรรมทั้งไทย จีน ฝรั่ง ที่กลมกลืนกันได้เป็นอย่างดี จึงไม่แปลกใจที่ใครๆ ก็อยากจะเข้ามาสัมผัสความเป็นไทยจาก 'ถนนเจริญกรุง' ถนนสายแรกในประวัติศาสตร์ที่สร้างมาตั้งแต่ในสมัยรัชกาลที่ 4 และยังเป็นถนนที่ออกแบบการก่อสร้างตามแบบฉบับตะวันตกสายแรกของประเทศไทย แต่ก็ไม่ใช่แค่ความเก่าแก่เท่านั้นที่น่าสนใจ เจริญกรุงยังมีอะไรมากมายที่แอบแฝงอยู่มากมายเกินกว่าที่จะจินตนาการถึง 


เจริญกรุง : เสน่ห์การเล่าเรื่องของวิถีชีวิตแบบดั้งเดิม

ชมความงามตามแบบฉบับสถาปัตยกรรมดั้งเดิมที่มีการผสมผสานกันของหลายเชื้อชาติได้ที่ ถนนเจริญกรุง

จุดเด่นของถนนเจริญกรุงนี้ อยู่ที่ความเก่าแก่ที่น่าหลงใหล ก็ใครจะไปคิดล่ะว่า ตึกหรืออาคารเก่าๆ แบบดั้งเดิมจะสร้างเสน่ห์ให้กับพื้นที่ในย่านนีี้ได้มากมาย จนกลายเป็นสตูดิโอขนาดใหญ่ที่ช่างกล้อง หรือนักท่องเที่ยวทั้งหลายจะต้องมาลองถ่ายรูปกันดูสักครั้ง 

โดยเฉพาะ 'ตึกแถว' ซึ่งจัดได้ว่าเป็น “สถาปัตยกรรมพื้นถิ่น” (Vernacular Architecture) อีกประเภทหนึ่งของคนเมือง ในเขตเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่พร้อมจะบอกเล่าวิถีการดำเนินชีวิต และสื่อถึงประวัติศาสตร์ของที่เที่ยวของถนนเจริญกรุงให้คนรุ่นใหม่ได้ศึกษา ผ่านการโครงสร้างของอาคารในสไตล์  "ชิโน+เรเนซองคลาสสิค”


'Wall Art' ให้ภาพเล่าเรื่อง จุดเช็คอินประจำเจริญกรุง

แม้ เจริญกรุง จะเป็นถนนเก่าแก่ของประเทศไทย แต่ทุกวันนี้ถนนเจริญกรุงได้หลอมรวมทุกเรื่องราวของวิถีชีวิต ความทรงจำ รวมไปถึงไลฟ์สไตล์แบบผสมผสานทั้งแบบเก่าและแบบใหม่เอาไว้ โดยสิ่งที่โดดเด่นเป็นอย่างยิ่งเลยก็คือ Wall Art ที่เหล่าศิลปินมากฝีมือได้จรดปลายพู่กัน รังสรรค์ผลงานวาดออกมาตามผนังทางเดิน จนกลายเป็นที่เที่ยวยอดฮิตของเจริญกรุง ที่ใครๆ ก็ต้องมาตั้งกล้อง จับจองจุดเพื่อถ่ายภาพเก็บไว้เป็นที่ระลึก ซึ่งความสนุกก็อยู่ตรงที่การตามหาจุด Wall Art ให้ครบนั่นเอง

พิกัดภาพ : ซอยเจริญกรุง 32 ซึ่งอยู่ด้านข้างของไปรษณีย์กลางบางรัก ผลงานจาก Alexmardi

พิกัดภาพ : ซอยเจริญกรุง 32 ซึ่งอยู่ด้านข้างของไปรษณีย์กลางบางรัก ผลงานจาก Bonus TMC

ยกตัวอย่าง Wall Art เด่นๆ ก็บริเวณ ซอยเจริญกรุง 32 ซึ่งอยู่ติดกับ TCDC (อดีตไปรษณีย์กลางบางรัก) เพราะเป็นซอยที่ไม่มีผู้คนอยู่อาศัย จะมีก็แต่ร้านอาหาร และท่าเรือสำหรับนักท่องเที่ยว ทำให้กำแพงแถวนั้นกลายเป็นพื้นที่สร้างสรรค์ผลงาน จึงเป็นที่ที่มีศิลปินหลายท่านได้ฝากฝีมือทิ้งไว้ อาทิ Alex face, Kult, Bonus, โลเล - ทวีศักดิ์ ศรีทองดี ฯลฯ จึงกลายเป็นที่เที่ยวแห่งใหม่ของย่านเจริญกรุง

พิกัดภาพ : ฝั่งตรงข้ามซอยเจริญกรุง 28 เป็นผลงานของศิลปินชาวไทยที่ได้แรงบันดาลใจมาจากแมวที่อาศัยอยู่ในบริเวณนั้น

พิกัดภาพ : ซอยเจริญกรุง 30 หรือที่เรียกกันว่า ซอยกัปตันบุช ซึ่งเป็นซอยที่ตั้งของ 'ทำเนียบเอกอัครราชทูตโปรตุเกส' สถานที่เริ่มความสัมพันธ์ระหว่างสยามและชาติตะวันตก ในสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ เมื่อครั้งที่ในหลวงรัชกาลที่ 2


เจริญกรุง ศูนย์กลางการเสพศิลปะและค้นหาความรู้

นอกจาก Wall Art ชวนเช็คอินแล้ว ยังมี Art gallery รวมถึงพิพิธภัณฑ์ และแหล่งค้นคว้าหาความรู้อีกมากมายให้เข้าไปเสพผลงานศิลปะ และเรียนรู้เรื่องราวต่างๆ ไปพร้อมๆ กัน

ส่วน Art gallery ที่ฮิตๆ จะมีอยู่หลายแห่ง ยกตัวอย่างเช่น Bridge Art Space, Jam, Most Gallery, Bangrak, Soy Sauce Bar, 80/20 BKK เป็นต้น ซึ่ง Art gallery บางร้านไม่ได้เปิดให้เยี่ยมชมแค่ในตอนกลางวันเท่านั้น บางแห่งจะเปิดให้เข้าชมยาวไปจนถึงตอนดึกเลยทีเดียว 

Thailand Creative & Design Center (TCDC) ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ ที่กลับมาเปิดตัวใหม่ ณ อาคารไปรษณีย์กลาง ถนนบางรัก ย่านเจริญกรุง

กลายเป็นศูนย์กลางสร้างความรู้และแรงบันดาลใจเกี่ยวกับธุรกิจสร้างสรรค์แห่งใหม่ของประเทศไปแล้วกับ TCDC ที่เปิดบริการเป็น Co-working space แห่งใหม่ ซึ่งประกอบด้วยพื้นที่จัดนิทรรศการ ห้องประชุม ห้องสมุดหนังสือเกี่ยวกับการออกแบบ ศูนย์ให้คำปรึกษาทางธุรกิจ ห้องเวิร์คช็อป และคาเฟ่ โดยค่าสมาชิกรายปี: 600 บาท/นักเรียน และ 1,200 บาท/บุคคลทั่วไป (ติดตามอ่านเรื่องราวของ  TCDC ได้ที่ เยี่ยมชม TCDC ; ศูนย์สร้างสรรค์งานศิลปะและการออกแบบแห่งใหม่ ใจกลางย่านเจริญกรุง)

ที่ตั้ง :
อาคารไปรษณีย์กลาง เลขที่ 1160 ถนนเจริญกรุง แขวงบางรัก เขตบางรัก กรุงเทพฯ 10501

เปิด-ปิด : จันทร์ – ศุกร์ เวลา 9.30 – 17.30 น.

การเดินทาง : จากรถไฟฟ้า BTS ลงสถานีสะพานตากสิน แล้วเดินตามเส้นถนนเจริญกรุง เดินไปเรื่อยๆ จะผ่านโรบินสันบางรัก โรงเรียนอัสสัมชัญ บางรัก เดินไปอีกนิดก็ถึงอาคารไปรษณีย์กลางเรียบร้อยแล้ว  


ตระเวนไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ย่านเจริญกรุง

เที่ยวถนนเจริญกรุง ต้องลองเที่ยวตามเสถานที่ประวัติศาสตร์ ซึ่งมีให้ชมทั้งทางด้านสังคม ศาสนา และวัฒนธรรม โดยเฉพาะด้านศาสนา ซึ่งเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจของคนไทยทั้งประเทศ จะเห็นว่า รอบถนนเจริญกรุงเป็นที่ตั้งของศาสนสถานที่หลากหลาย ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่ศาสนาพุทธเท่านั้น สะท้อนให้เห็นถึงความเปิดกว้าง และความเสรีภาพในการนับถือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่มีมาตั้งแต่ในอดีต


วัดอุภัยราชบำรุง วัดของชาวญวนย่านเจริญกรุง

วัดอุภัยราชบำรุง หรือวัดญวนตลาดน้อย ตั้งอยู่ริมถนนเจริญกรุง โดย อุภัย แปลว่า สอง ชื่อวัดจึงหมายความว่า วัดที่ได้รับพระบรมราชูปถัมภ์จากพระมหากษัตริย์สองพระองค์ คือรัชกาลที่ 4 และรัชกาลที่ 5 แต่มีความเป็นมาตั้งแต่สมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ช่วงรัชกาลที่ 1 
ในสมัยรัชกาลที่ 1 องเชียงสือและพวกพ้องซึ่งเป็นชาวญวนได้เข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภาร พระองค์จึงโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งถิ่นฐานบริเวณย่านนี้ ชาวญวนจึงได้สร้างวัดตามศรัทธาของตนขึ้นสองวัด คือ วัดคั้นเยิงตื่อ (วัดญวนตลาดน้อย) และวัดกว๋างเพื๊อกตื่อ (วัดญวนบางโพ) และในสมัยนั้นยังไม่มีวัดจีนในบางกอก ชาวจีนที่นับถือพุทธลัทธิมหายานจึงอาศัยทำบุญที่วัดแห่งนี้ด้วย 

ที่อยู่ : 864 ถนนเจริญกรุง แขวงตลาดน้อย เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ 10100


วัดแม่พระลูกประคำ (โบสถ์กาลหว่าร์) ของคริสต์ศาสนิกชนย่านเจริญกรุง

เมื่อพูดถึงโบสถ์ของคริสต์ศาสนิกชนในกรุงเทพมหานคร เชื่อว่าจะต้องมีชื่อของ โบสถ์กาลหว่าร์ หรือ วัดแม่พระลูกประคำ ซึ่งตั้งอยู่ในย่านเจริญกรุงอย่างแน่นอน เพราะนอกจากจะเป็นโบสถ์ไม่กี่แห่งในกรุงเทพมหานครแล้ว ยังเป็นโบสถ์ที่มีประวัติความเป็นมาอย่างยาวนาน ตั้งแต่ในสมัยรัชกาลที่ 1 โดยชาวโปรตุเกสได้ร่วมกันสร้างวัดเเห่งนี้ขึ้นมาพร้อมๆ กับโบสถ์ในยุคเเรก เเละเพราะว่ามีกางเขนตั้งอยู่ที่สุสานบริเวณด้านหลังของวัดเเห่งนี้ จึงเรียกกันตามชื่อของภูเขาที่พระเยซูถูกตรึงกางเขนว่า กาลวารีโอ เเละเพี้ยนมาเป็น กาลหว่าร์ จนถึงปัจจุบัน

โบสถ์กาลหว่าร์ เป็นโบสถ์ในนิกายโรมันคาทอลิก ในรูปแบบสถาปัตยกรรมโกธิคที่มีความเก่าแก่ถึง 120 ปี  โดยที่ผนังจะเป็นลักษณะของการก่ออิฐถือปูนในแบบโบราณ ไม่ได้ใช้เหล็กหรือเสาเข็ม ส่วนภายในนั้นที่เพดาน จะมีดาวประดับเป็นลักษณะของท้องฟ้าที่มีความสวยงามเเละมีการตกเเต่งด้วยกระจกสีต่างเป็นเรื่องราวในพระธรรมใหม่และพระธรรม ซึ่งว่ากันว่าเป็นกระจกสีที่มีความสวยงามเป็นอย่างมากเลยทีเดียว

ที่อยู่ : 1318 ถนนเจริญกรุง แขวงตลาดน้อย เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ

เวลาเปิด-ปิด : 08.00 -20.00 น.

การเดินทาง : รถไฟฟ้า BTS สะพานตากสิน ขึ้นรถประจำทางสาย 1 ลงป้ายสำนักงานเขตสัมพันธวงศ์ เดินย้อนมาเข้าซอยทางด้านซ้ายมือจนสุดซอย โบสถ์กาลหว่าร์จะตั้งอยู่ในโรงเรียนกุหลาบวิทยา


วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร วัดสามจีนย่านเจริญกรุง

วัดไตรมิตรวิทยาราม หรือ เรียกกันสั้นๆว่าวัดไตรมิตรนั้น เป็นวัดโบราณเดิมมีชื่อว่า “วัดสามจีนใต้” เป็นวัดที่อยู่ใกล้ชุมชนเยาวราช เจริญกรุงและสำเพ็ง ต่อมาได้มีการปรับปรุงพื้นที่วัดและมีการเปลี่ยนชื่อเป็น “วัดไตรมิตรวิทยาราม” สิ่งสำคัญของวัดไตรมิตร คือ “พระพุทธมหาสุวรรณปฎิมากร” หรือ “หลวงพ่อทองคำ” พระพุทธรูปทองคำที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีการบันทึกสถิติลงกินเนสส์บุ๊ค และเป็นพระพุทธรูปที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวในชื่อว่า Golden Buddha

เวลาเปิด-ปิด : ทุกวัน เวลา : 08.00 น.- 17.00 น.

วิธีเดินทาง : ลงสถานีสะพานตากสิน (S6) (สายสีลม) จากนั้นใช้ทางออกที่ 2 ไปยังท่าเรือด่วนเจ้าพระยา นั่งเรือด่วนเจ้าพระยาไปลงที่ท่าน้ำราชวงศ์ (N.5) จากนั้นต่อรถแท็กซี่หรือรถตุ๊กตุ๊กไปยังวัดไตรมิตรฯ 


เจริญกรุง แหล่งอยู่อาศัยระดับไฮเอนด์

ย่านเจริญกรุง ถือเป็นย่านฮอตฮิตในการท่องเที่ยวของชาวต่างชาติ ทำให้มีโรงแรมใหญ่ๆ กระจายตัวอยู่โดยรอบมากมาย ยกตัวอย่างเช่น โรงแรมบอสโซเทล กรุงเทพฯ, Royal Orchid Sheraton Hotel & Towers, Four Seasons Hotel Bangkok เป็นต้น

นอกจากโรงแรมแล้ว ในปัจจุบันก็มีคอนโดหลากหลายแห่งที่เข้ามาจับจองพื้นที่เก่าแก่แห่งนี้เพื่อการอยู่อาศัย ยกตัวอย่างเช่น The Room เจริญกรุง 30 คอนโดหรูหราจาก บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน)

The Room เจริญกรุง 30 เป็นคอนโด High Rise สูง 23 ชั้น มีจำนวนยูนิตเพียง 211 ยูนิต มีแบบห้องให้เลือก 3 แบบ ทั้งแบบ 1 ห้องนอนและ 2 ห้องนอน ได้ห้องขนาดกว้างและเป็นสัดส่วนดี โดยราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 9 ล้านบาท


ภาพตัวอย่างห้องของ The Room เจริญกรุง 30


เจริญกรุงอยู่ที่ไหน ? ไปยังไง ?




สำหรับเส้นทางที่ง่ายที่สุด และใกล้ที่สุดในการไปเจริญกรุงนั่นก็คือ การนั่งรถไฟฟ้า BTS สะพานตากสิน หลังจากนั้นก็ต่อรถประจำทางสาย 1 อีกไม่ไกลก็เข้าสู่ถนนเจริญกรุงแล้ว

การเดินทางด้วยเรือ : ท่าเรือสี่พระยา เป็นท่าเรือหนึ่งของเรือด่วนเจ้าพระยาที่จอดรับส่งผู้โดยสารทั้ง 2 ฝั่งของแม่น้ำเจ้าพระยาท่าเรือกลางอยู่ที่สะพานตากสินซึ่งสามารถเปลี่ยนเส้นทางไปใช้รถไฟฟ้าบีทีเอส และสามารถเชื่อมต่อรถโดยสารประจำทางในแต่ละท่า

โดยเรือที่ให้บริการในท่าเรือสี่พระยานี้มีด้วยกันทั้งหมด 3 สาย ได้แก่ สายสีส้ม สายสีเหลือง และสายสีเขียว โดยคิดอัตราค่าบริการตามแต่ละสายดังนี้

สายสีส้ม 15 บาท

สายสีเขียว 13 - 32 บาท

สายสีเหลือง 20 - 29 บาท

หมายเหตุ : ตั๋วโดยสารสามารถซื้อได้บนเรือหรือที่จำหน่ายตั๋วบนท่าเรือ ราคาจะแตกต่างกันขึ้นอยู่กับระยะทาง

สายสีส้ม เปิดให้บริการ : จันทร์ - ศุกร์ 05.50 – 08.00 น. (เส้นเหนือ 06.00-08.00 น.),  08.00 – 09.00 น.,  09.00 – 15.00 น.,  15.00 - 18.00 น. (เส้นเหนือ 15.00 - 16.00 น.),  06.00 - 19.00 น.,  18.00 – 19.00 น.

สายสีเขียว เปิดให้บริการ : จันทร์ - ศุกร์ 06.15 – 08.10 น. เส้นใต้, 05.00 – 18.00 น., 15.30 – 18.05 น.เส้นเหนือ

สายสีเหลือง เปิดให้บริการ : จันทร์ - ศุกร์ 06.15 – 08.30 น. เส้นใต้, 16.30 - 18.10 น., 19:00 – 20.00 น. เส้นเหนือ, 03.30 - 08.00 น.

การเดินทางด้วยรถประจำทาง สามารถนั่งรถประจำทางสาย 1, 15, 36, 75, 77, 163, 504, 544, 547 ทั้งหมดนี้ผ่านเส้นเจริญกรุงทั้งหมด


ความเรียบง่ายของการใช้ชีวิตแบบดั้งเดิม ผสมผสานกับความคิดสร้างสรรค์แบบใหม่ๆ ทำให้ 'เจริญกรุง' กลายเป็นย่าน 'เจริญใจ' ที่ใคร ก็อยากมาเยือน