รูปบทความ เตรียมตัวก่อนยื่นกู้สินเชื่อบ้านและคอนโดอย่างไรให้ผ่าน 100%

เตรียมตัวก่อนยื่นกู้สินเชื่อบ้านและคอนโดอย่างไรให้ผ่าน 100%

Vertical Life

02-04-2017

เมื่อคุณเจอโครงการคอนโด หรือบ้านที่ถูกใจ หากคุณมีเงินสดพร้อมมันคงไม่เป็นปัญหาหากจะซื้อสดไปเลย แต่เชื่อว่าหลายคนคงอยากเก็บเงินเหล่านั้นเอาไว้ลงทุน หรือทำอะไรที่ทำให้ก้อนเงินงอกเงยขึ้นมามากกว่านี้ ทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับซื้อบ้านและคอนโดจึงหนีไม่พ้นการกู้สินเชื่อบ้านและคอนโด

เมื่อจะคิดจะกู้สินเชื่อบ้านและคอนโดกับธนาคารต่าง ๆ การเตรียมตัวถือว่าเป็นเรื่องสำคัญ เครดิต และความน่าเชื่อถือเป็นสิ่งที่คุณต้องมี เพราะการที่ธนาคารจะอนุมัติเงินกู้ให้คุณ พวกเขาต้องแน่ใจว่าเงินกู้เหล่านั้นจะไม่สูญเปล่า ในบทความนี้เราจะช่วยแนะแนวทางคุณในการเตรียมตัวก่อนยื่นกู้สินเชื่อเพื่อให้กู้ง่าย และผ่าน 100%


เตรียมตัวก่อนยื่นกู้อย่างไรให้ผ่าน 100%


1. ประเมินตัวเอง ก่อนยื่นกู้สินเชื่อบ้านและคอนโด

แม้ว่าธนาคารจะให้เงินกู้สูงสุดตามฐานเงินเดือน ถึง “หมื่นละล้าน” แต่ไม่ได้หมายความว่าคุณควรกู้เต็มความสามารถ เพราะนั่นจะทำให้คุณขาดความคล่องตัวในการบริหารเงินในแต่ละเดือน เพราะคุณต้องหักเงินเดือนประมาณ 70% ไปใช้หนี้ให้ธนาคาร และเหลือเพียง 30% ในการใช้จ่าย


* หมื่นละล้าน หมายความว่า หากคุณมีฐานเงินเดือน 30,000 บาท คุณสามารถกู้ซื้อคอนโดราคา 2.8 - 3 ล้านได้ แต่คุณจะต้องผ่อนต่อเดือนประมาณ 21,000 บาท ซึ่งค่อนข้างสูงและขาดความคล่องตัว


จำนวนเงินที่ต้องผ่อนต่อเดือนสำหรับการกู้สินเชือบ้านและคอนโดควรอยู่ที่ 40 - 50 % ของรายได้ เช่น คุณมีฐานเงินเดือนอยู่ที่ 30,000 บาท คุณควรผ่อนต่อเดือนประมาณ 15,000 บาท หรือคอนโดราคา 2 ล้านกว่า ๆ


สำหรับการคิดคำนวนว่าคอนโดราคาเท่านี้ต้องผ่อนเท่าไร สามารถคิดได้ง่าย ๆ เลยว่า ผ่อนล้านละ 7,000 ต่อเดือน ในกรณีที่ระยะเวลากู้อยู่ที่ 30 ปี ยกตัวอย่างคอนโดราคา 3 ล้าน ต้องผ่อนต่อเดือนประมาณ 3x7,000 = 21,000 บาทต่อเดือน  



เตรียมตัวก่อนยื่นกู้สินเชื่อบ้านและคอนโดอย่างไรให้ผ่าน 100%


2. ก่อนยื่นกู้สินเชื่อบ้านและคอนโด ควรประเมินโครงการก่อน

ความน่าเชื่อถือ ชื่อเสียง และคุณภาพของโครงการเป็นสิ่งที่คุณควรประเมินให้รอบคอบ ไม่ใช่แค่เพราะห่วงว่าธนาคารจะไม่ปล่อยสินเชื่อ แต่คุณต้องห่วงตัวเองว่าเข้าไปอยู่แล้วจะเป็นอย่างไรด้วย


การปล่อยสินเชื่อบ้านและคอนโดของธนาคาร จะพิจารณาความน่าเชื่อถือของโครงการเป็นหลัก หากโครงการคอนโดมีความน่าเชื่อถือ มาจากดิวิลอปเปอร์ชั้นนำ ธนาคารจะปล่อยเงินกู้ค่อนข้างง่าย และปล่อยได้สูง เนื่องจากธนาคารมองเห็นว่าคอนโดเหล่านี้หากลูกหนี้ผ่อนไม่ไหว การยึดทรัพย์และขายต่อทอดตลาดก็สามารถทำได้ง่าย ไม่ขาดทุน


สำหรับโครงการที่ไม่ได้มาจาก Developer ที่มีชื่อเสียง หรือเป็นหน้าใหม่ ธนาคารอาจจะปล่อยกู้ไม่เต็ม 100% ซึ่งสูงสุดจะอยู่ที่ 80% เท่านั้น ยกเว้นว่าทางธนาคารจะปล่อยกู้ให้กับ Developer เหล่านี้ในการสร้างอาคารอยู่ และแน่นอนว่าในเคสนี้ธนาคารจะมีโปรโมชั่นปล่อยกู้ 100% ให้กับโครงการเหล่านี้ด้วย


สำหรับ Developer บางเจ้าที่ธนาคารให้เครดิตสูงเป็นพิเศษ ผู้กู้อาจจะสามารถกู้สินเชื่อบ้านและคอนโดได้ในอัตราที่สูงกว่า 'หมื่นละล้าน'  แต่อย่างไรก็ตามเราอยากให้มองถึงศักยภาพในการผ่อนของตัวเองเป็นหลักดีกว่า


เตรียมตัวก่อนยื่นกู้สินเชื่อบ้านและคอนโดอย่างไรให้ผ่าน 100%

3. อยากกู้คอนโดให้ผ่านง่าย ๆ ต้องเป็นหนี้ มีบูโร

ธนาคารจะจัดเกรดบุคคลตามการใช้หนี้ ซึ่งธนาคารจะดูข้อมูลจากสำนักงานเครดิตแห่งชาติ หรือเครดิตบูโรเป็นหลัก โดยจัดเกรดเป็น

  • ลูกหนี้ที่มีการใช้หนีดีและตรงเวลา
  • ลูกหนี้ที่ใช้หนี้ไม่ตรงเวลาบ้าง
  • ลูกหนี้ที่มีประวัติค้างชำระ   

แต่สำหรับคนที่ไม่มีหนี้ในระบบเลย คนเหล่านี้จะไม่มีข้อมูลอยู่ในเครดิตบูโร ธนาคารก็จะจัดกลุ่มไม่ได้ และอาจจะไม่ปล่อยสินเชื่อใด ๆ ให้คนเหล่านี้


วิธีการที่ง่ายที่สุดในการมีข้อมูลให้ธนาคารเช็คเล่น นั่นคือการเปิดบัตรเครดิต มียอดใช้จ่าย และชำระหนี้ด้วยวงเงินเต็มเป็นเวลา 6 เดือนขึ้นไป


*ข้อแนะนำ  หากคุณไม่เคยมีบัตรเครดิตมาก่อน การเปิดบัตรเครดิตใบแรกอาจจะเปิดยากสักหน่อย เทคนิคในการเลือกบัตรเครดิตที่จะเปิดได้ง่าย ๆ คือ เลือกธนาคารที่คุณมีบัญชีเงินเดือนในรูปแบบของ payroll หรือเลือกเปิดพวกบัตรกดเงินสด หรือบัตรเครดิตของ Firstchoice และ Aeon


*หมายเหตุ : คำว่า แบล็คลิสต์ (Blacklist) ที่หลาย ๆ คนพูดกันเป็นสิ่งที่ธนาคารเป็นผู้กำหนดขึ้นเพื่อเรียกลูกหนี้ที่มีประวัติค้างชำระ ส่วนในข้อมูลเครดิตบูโร จะแสดงแค่ข้อมูลการค้างชำระเท่านั้น 


4. กู้คอนโดให้ผ่านง่าย ต้องจัดการหนี้คงค้าง

หัวข้อที่แล้วแนะนำให้เป็นหนี้ แต่หัวข้อนี้แนะนำให้คุณเลิกเป็นหนี้… ใช่แล้วคุณไม่ควรมีหนี้คงค้างใด ๆ ยกเว้นว่าเงินของคุณจะเหลือเฟือ ยกตัวอย่าง หากคุณมีหนี้ที่ต้องชำระเดือนละ 7,000 บาท ราคาของคอนโดที่คุณจะซื้อก็จะหายไป 1 ล้านบาท พูดให้ง่ายคือ ยิ่งคุณมีหนี้เยอะธนาคารก็จะมองความสามารถในการใช้หนี้ของคุณน้อยลง


แม้ว่าหนี้นอกระบบจะมองไม่เห็นในบูโร ธนาคารไม่สามารถตรวจสอบได้ แต่คุณก็ไม่ควรมองข้าม เพราะหนี้เหล่านี้มันส่งผลต่อความคล่องตัวในแต่ละเดือนของคุณจริง ๆ ณ จุดนี้คุณควรพร้อมจริง ๆ เพราะหนี้คอนโดเป็นหนี้ระยะยาว หากคุณผ่อนแล้วรู้สึกอึดอัด คุณก็จะต้องอดทนกับมันไปนาน



5. ตอนกู้ซื้อคอนโด บางธนาคารอาจจะอยากดูเงินเก็บของคุณ

ส่วนใหญ่จะเป็นในกรณีที่ธนาคารต้องการดูความมั่นคงของคุณจริง ๆ หรือจำนวนที่คุณยืนกู้มันอาจจะเกินความสามารถในการผ่อนของคุณที่ธนาคารประเมินไว้ไปนิดหน่อย หากเงินเก็บของคุณมีมากพอ และธนาคารดูแล้วพบว่าคุณสามารถดึงเงินเหล่านี้มาใช้ได้ยามฉุกเฉิน พวกเขาอาจจะใจอ่อนปล่อยกู้ในจำนวนที่คุณต้องการก็ได้


ในบางธนาคารก็ไม่ได้สนใจเงินเก็บเหล่านี้เลย เพราะธนาคารเองก็มองว่าเงินเก็บแบบบัญชีออมทรัพย์เป็นเงินที่ไม่งอกเงย แต่มีเงินเก็บยังไงก็ยังดีกว่า เพราะค่าใช้จ่ายที่ตามมาหลังจากยื่นกู้ก็ไม่ใช่เล่น ๆ เหมือนกัน บางคนถึงขั้นเงินเก็บหมด และได้หนี้เพิ่มไปอีกก็มี


เตรียมตัวก่อนยื่นกู้สินเชื่อบ้านและคอนโดอย่างไรให้ผ่าน 100%


6. ความน่าเชื่อถืออื่น ๆ ที่จะทำให้ธนาคารปล่อยเงินกู้ซื้อคอนโดผ่าน 100%


6.1 ความน่าเชื่อถือของคุณเอง ก็มีผลกับการปล่อยเงินกู้ซื้อคอนโดเช่นกัน

  • คุณต้องเสียภาษีอย่างถูกต้องทุกปี
  • คุณต้องไม่มีข้อมูลค้างชำระหนี้ หากคุณค้างชำระหนี้ธนาคารจะจัดกลุ่มคุณเป็นแบล็คลีส ตามมาตรฐานของธนาคารและแห่ง ซึ่งคุณต้องปรึกษาหาทางออกกับธนาคาร
  • คุณสามารถค้ำประกันได้ แต่คนที่คุณค้ำให้ต้องจ่ายตรง ไม่มีข้อมูลหนี้ค้างชำระแสดงบนบูโร
  • คุณต้องทำงานมาอย่างน้อย 2 ปี
  • เงินในบัญชีของคุณต้องมีการเดินบัญชีที่ไม่แปลกเกินไป และคุณต้องอธิบายได้


6.2 บริษัทของคุณต้องน่าเชื่อถือ คุณถึงจะกู้สินเชื่อบ้านและคอนโดผ่าน

  • บริษัทที่คุณทำงานอยู่ต้องจดทะเบียนถูกต้องตามกฏหมาย
  • มีการจ่ายภาษีอย่างถูกต้อง
  • มีระบบ Payroll (จ่ายเงินเดือนผ่านระบบธนาคาร) จะทำให้ธนาคารไว้วางใจมากขึ้น
  • มีการส่งจ่ายประกันสังคม
  • บางธนาคารก็อยากให้คุณมีสลิปเงินเดือนที่เป็นแบบคาบอนด์ด้วย ซึ่งถ้าไม่มีคุณอาจจะต้องให้บริษัทออกใบรับรองเงินเดือนให้
  • หากบริษัทของคุณมีโปรโมชั่นกับ ธอส. การกู้กับ ธอส. ก็จะยิ่งง่าย 

ถ้าพูดถึงธนาคารด้านการกู้สินเชื่อแล้ว แน่นอนว่า เราจะต้องนึกถึงธนาคาร ธอส. ซึ่งในทุกๆ ปี ทางธอส. มักจะจัดโปรโมชันเอาใจสำหรับคนอยากกู้ซื้อบ้านหรือคอนโดให้อยู่เป็นประจำ โดยในปี 2019 นี้ก็เป็นคิวของ สินเชื่อบ้าน All Home ปี 2562 ที่จัดมาให้ยื่นกู้กันแล้วตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. 2562 และทำนิติกรรมภายในวันที่ 28 มิ.ย. 2562 


วงเงินกู้ที่สูง เงินงวดผ่อนชำระต่ำ นี่แหละข้อดีของ สินเชื่อบ้าน All Home ปี 2562

สำหรับพนักงานเงินเดือนี่ทางบริษัทมีโปรโมชั่น หรืออยากจะกู้สินเชื่อให้ผ่านง่าย การกู้สินเชื่อกับธอส. ถือเป็นทางเลือกหนึ่งที่ช่วยให้กู้และผ่อนคอนโดผ่านได้ง่าย เพราะนอกจากจะได้ความน่าเชื่อถือแล้ว ทางธอส. ยังมีจุดเด่นอยู่ที่ความยืดหยุ่นที่ช่วยให้กลุ่มผู้มีรายได้น้อยสามารถเป็นเจ้าของบ้านหรือคอนโดได้ โดยสามารถกู้ได้นานสูงสุดถึง 40 ปี แถมดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายยังต่ำกว่าธนาคารอื่นอีกด้วย


ESTO แนะนำ : 

อยากเตรียมตัวกู้สินเชื่อของธอส. ให้ผ่านแบบฉลุย อย่าลืมเข้าไปคำนวณยอดผ่อนชำระต่อเดือนที่ตนเองจะจ่ายไหวได้ที่ โปรแกรมคำนวณสินเชื่อธอส.




7. เป็นฟรีแลนซ์ ทำงานอิสระทำยังไงให้กู้สินเชื่อผ่านได้บ้าง

ถึงแม้ในข้อที่ 6 จะบอกว่าทางธนาคารต้องการความน่าเชื่อด้วยการเป็นพนักงานบริษัท แต่ในยุคที่ใครก็เป็นเจ้าของกิจการหรือออกมาทำงานฟรีแลนซ์เองแบบนี้ก็ต้องมีการเปิดโอกาสให้เหล่าคนทำงานอิสระมีสิทธิ์กู้ซื้อบ้านหรือคอนโดได้เช่นเดียวกัน แต่ก็ต้องทำตามข้อกำหนดดังนี้ถึงจะช่วยให้กู้ได้ผ่านฉลุย!

  • ขอสินเชื่อบ้านและคอนโดสำหรับอาชีพอิสระ ต้องยื่นภาษีอย่างถูกต้องก่อน
  • เก็บหลักฐานทางการเงินอย่างน้อย 1 ปี ก่อนยื่นสินเชื่อบ้านและคอนโด
  • ปรึกษาธนาคารและสรรพากร เพื่อเตรียมตัวยื่นกู้สินเชื่อบ้านและคอนโดก่อน 1 ปี

(สามารถอ่านรายละเอียดการกู้สินเชื่อของคนอาชีพอิสระแบบละเอียดต่อได้ที่ อาชีพอิสระ Freelancer จะกู้ซื้อคอนโดได้อย่างไร ธนาคารให้เท่าไร? เรามีคำตอบ)


ESTO แนะนำ :

สำหรับการกู้สินเชื่อบ้านและคอนโดสำหรับผู้ประกอบอาชีพอิสระในหลายธนาคารอาจจะมีข้อกำหนดที่แตกต่างกันไป แต่สำหรับธนาคารที่ Esto อยากแนะนำให้สำหรับสายฟรีแลนซ์ที่อยากกู้ซื้อคอนโดแล้วมีโอกาสที่จะกู้ผ่านมากขึ้นเลยก็คือ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ที่จัดโปรโมชั่น สินเชื่อบ้าน All Home ปี 2562 ให้คนทำงานอิสระได้มีโอกาสกู้สินเชื่อได้ง่ายมากขึ้นอีกด้วย


นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่ทางเวปไซต์ Estopolis รวมรวมมาได้ และเรามั่นใจว่าถ้าคุณมีครบหมดคุณน่าจะกู้ผ่านได้อย่างแน่นอน แต่ถ้าใครยังกังวลเกี่ยวกับการกู้สินเชื่อบ้านและคอนโดว่าจะมีโอกาสผ่านมาก-น้อยแค่ไหน หรือจะมีโปรโมชั่นอะไรที่น่าสนใจในช่วงนี้ ก็อย่าลืมติดตามข่าวสารได้ที่ www.estopolis.com หรือสอบถามข้อมูลกันในช่องทางเพจ Estopolis.com ได้เลย!