รูปบทความ แสนสิริ มุ่งพัฒนาโครงการตอบโจทย์ Green&Well being พร้อมเปิดตัว "บ้านปลอดฝุ่น"

แสนสิริ ต่อยอด Green&Well-being พร้อมเปิดตัว "บ้านปลอดฝุ่นครั้งแรกในไทย"

แสนสิริ เดินหน้าวิสัยทัศน์ For Greater Well-being สร้างการเติบโตตลอดปี 2562 พร้อมต่อยอดกลยุทธ์ Green & Well-being ในทุกโครงการใหม่ พร้อมเปิดตัว Dust-free House บ้านปลอดฝุ่นครั้งแรกในปีนี้ และเปิดตัวโครงการทั้งหมด 28 โครงการ รวมมูลค่ากว่า 46,600 ล้านบาท ในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด


แสนสิริยังคงเชื่อว่าการซื้อที่อยู่อาศัยเพื่ออยู่เองจะยังคงเติบโตได้ในระดับเดียวกับปีก่อน แม้ภาพรวมอสังหาริมทรัพย์ในปี 2562 ยังคงเติบโตแต่อาจจะชะลอตัวลงไปบ้างในส่วนของการซื้อเพื่อลงทุนของลูกค้าคนไทย แต่อย่างไรก็ตามแสนสิริก็ยังคงเชื่อมั่นว่าในปี 2562 จะเป็นปีที่ได้เปรียบทางธุรกิจของบริษัท เพราะลูกค้าที่ซื้อเพื่ออยู่เองจะเลือกแบรนด์ใหญ่ที่ได้รับการยอมรับในเรื่องคุณภาพและบริการหลังการขายมากกว่าแบรนด์เล็ก เพราะเป็นการซื้อเพื่ออยู่เองในระยะยาว





ปี 2562 แสนสิริลุยเปิด 28 โครงการใหม่ มูลค่ากว่า 46,000 ล้านบาท


ในปี 2562 นี้ แสนสิริเองก็มีแผนที่จะเปิดตัวโครงการใหม่ 28 โครงการ รวมมูลค่ากว่า 46,000 ล้านบาท โดยจะประกอบไปด้วย

  • คอนโดมิเนียม 12 โครงการ รวมมูลค่ากว่า 22,400 ล้านบาท เป็นคอนโดราคาขายประมาณ 60,000-100,000 บาท/ตร.ม. 
  • บ้านเดี่ยว 9 โครงการ รวมมูลค่ากว่า 18,700 ล้านบาท ราคาขายประมาณ 3.5-5 ล้านบาท



  • ทาวน์เฮ้าส์ 7 โครงการ รวมมูลค่า 5,500 ล้านบาท ราคาขายประมาณ 1 ล้านปลายๆ ถึง 2.5 ล้านบาท


แสนสิริ เน้นเทรนด์ดูแลรักษาสุขภาพและปัญหาสิ่งแวดล้อมมากขึ้น


ทั้งนี้ด้วยความต้องการของการอยู่อาศัยที่เปลี่ยนแปลงไป แสนสิริจึงมุ่งเน้นในเรื่องของการดูแลรักษาสุขภาพและปัญหาสิ่งแวดล้อมมากขึ้น จึงได้วางวิสัยทัศน์ For Greater Well-being เพื่อต่อยอด 2 แนวคิด Green &​Well-being มาประยุกต์ใช้ในทุกโครงการใหม่ของแสนสิริ


ล่าสุด แสนสิริ ได้นำร่องเปิดโครงการใหม่ "เศรษฐสิริ ทวีวัฒนา" บ้านเดี่ยวภายใต้คอนเซปต์ Well-being ที่เตรียมจะเปิดตัวกลาง ก.พ. นี้


และยังได้เตรียมเปิดการขายอย่างเป็นทางการ สำหรับ Wellness Residence คอนโดสำหรับคนรักสุขภาพแห่งแรกของไทยบนทำเลศักยภาพ กรุงเทพกรีฑา ในไตรมาส 2 ของปีนี้


รวมไปถึงในปีนี้ แสนสิริ ยังเน้นบุกแบรนด์ บุราสิริ มากขึ้นด้วย เพราะเล็งเห็นถึงดีมานด์คนในกรุงเทพฯที่อยากได้บ้านสไตล์รีสอร์ทเพื่อเติมเต็มสุขภาพกายและใจ


และเพื่อเป็นการรับผิดชอบต่อสังคมอย่างจริงจัง แสนสิริก็เตรียมจะเปิดตัว "บ้านปลอดฝุ่น" หรือ Dust-free House ครั้งแรกของเมืองไทย โดยจะลดการใข้พลังงานและการใช้ทรัพยากรธรรมชาติที่สร้างผลกระทบเชิงลบต่อสิ่งแวดล้อมโลกทุกขั้นตอน



แสนสิริ ตอกย้ำกลยุทธ์ Diversification นำเสนอหลากหลายประเภทโครงการมากขึ้น


ทั้งนี้เพื่อเป็นการตอบสนองความต้องการของลูกค้าในทุกกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น แสนสิริจึงเพิ่มสัดส่วนการเปิดตัวโครงการบ้่านเดี่ยวและทาวน์เฮ้าส์เพิ่มมากขึ้นในปีนี้ เพื่อรองรับดีมานด์การอยู่อาศัยเอง โดยจะนำแบรนด์ "เศรษฐสิริ" แบรนด์บ้านเดี่ยวมาตอบโจทย์ลูกค้าระดับบนที่ต้องการบ้านขนาดใหญ่ และแบรนด์ "สิริ เพลส" ทาวน์เฮ้าส์สำหรับผู้ที่ต้องการบ้านหลังแรกในราคาจับต้องได้ แต่ยังได้ส่วนกลางมาตรฐานแสนสิริและได้ฟังก์ชั่นการใช้งานในบ้านที่ใผ้มากกว่าทาวน์เฮ้าส์ทั่วไป


แสนสิริ มุ่งสร้างความแข็งแกร่งให้แบรนด์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ



แสนสิริ เปิดตัว Siri House ที่สิงคโปร์และที่เมืองไทย เพื่อเป็นอีกช่องทางในการถ่ายทอดประสบการณ์การใช้ชีวิตแบบแสนสิริให้ลูกค้าได้สัมผัส


และเปิดตัว Sansiri Club Collection ที่เป็นการรวมกลุ่มโครงการที่เจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ และ Sansiri Luxury Collection การรวมกลุ่มโครงการระดับลักซ์ชัวรี่และซูเปอร์ลักซ์ชัวรี่เข้าไว้ด้วยกัน


แสนสิริ มุ่งเน้นสร้างองค์กรที่มีความแข็งแกร่งอย่างยั่งยืนด้วยการทำงานแบบ Agile



เพื่อเป็นการเน้นย้ำจุดแข็งขอแบรนด์ แสนสิริได้นำนวัตกรรมมาใช้พัฒนาดำเนินธุรกิจเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการรักษาความปลอดภัยในการอยู่อาศัย


และแสนสิริเองก็ยังเน้นการสร้างองค์กรที่มีความแข็งแกร่งอย่างยั่งยืน ด้วยการทำงานแบบ Agile มาใช้สนับสนุนการทำงานของคนรุ่นใหม่ให้มีประสิทธิภาพ รวมทั้งสานต่อ Sansiri Green Mission ตลอดจนช่วยเหลือเด็กไทยและต่างชาติผ่านกิจกรรม Social Change และการเป็น UNICEF's Selected Partner องค์กรแรกและองค์กรเดียวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้


สรุปผลงานปี 2561 เป็นปีที่ดีที่สุดของ แสนสิริ 






ปี 2561 นับว่าเป็นปีที่ดีที่สุดของแสนสิริในการดำเนินธุรกิจตลอด 34 ปีที่ผ่านมา แสนสิริได้เปิดตัวโครงการใหม่ในปี 2561 ด้วยมูลค่าสูงสุดถึง 65,200 ล้านบาท จาก 25 โครงการ และได้ยอดพรีเซลสูงสุดด้วยยอด 38,500 ล้านบาท รวมถึงยอดขายต่างชาติกว่า 14,000 ล้านบาท และในปัจจุบันแสนสิริก็มียอด Backlog รวมกว่า 63,500 ล้านบาท ซึ่งจะช่วยการันตียอดรับรู้รายได้ในอีก 3 ปีข้างหน้า