รูปบทความ โครงการมิกส์ยูส (Mixed-use) อสังหาฯ แนวใหม่ที่ใครๆ ก็อยากลงทุน

โครงการมิกส์ยูส (Mixed-use) อสังหาฯ แนวใหม่ที่ใครๆ ก็อยากลงทุน

การผสมผสานโครงการให้มีความหลากหลาย เพื่อกำไรและความคุ้มค่าในด้านประโยชน์ใช้สอย คือที่มาของ “มิกซ์ยูส (Mixed-use)” โครงการอสังหาฯ แบบใหม่ที่อสังหาฯ รายใหญ่เลือกลงทุน

อย่างที่ทราบกันดีว่า ราคาที่ดินของกรุงเทพมหานครในปัจจุบันมีอัตราพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องมาตลอดระยะเวลากว่า 10 ปี ซึ่งเกิดจากปัจจัยด้านการพัฒนาผังเมืองรวมถึงการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานของรัฐ ยกตัวอย่างเช่น การก่อสร้างรถไฟฟ้าความเร็วสูงที่ขยายตัวออกไปสู่แถบปริมณฑล ทำให้การเดินทางสะดวกและมีความคล่องตัวมากขึ้น เป็นต้น ทำให้กลุ่มผู้พัฒนาอสังหาฯ รายใหญ่จำเป็นต้องปรับตัวและหันมาพัฒนาอสังหาริมทรัพย์แบบผสมผสาน (Mixed-use Real Estate) หรือที่เรารู้จักกันในชื่อ โครงการมิกส์ยูส (Mixed-use) กันมากขึ้น


โครงการมิกซ์ยูส (Mixed-use) คืออะไร

โครงการมิกซ์ยูส (Mixed-use) คือ อสังหาริมทรัพย์แบบผสมผสาน (Mixed-use Real Estate) โดยมิกซ์ยูสเป็นโครงการที่ผสมผสานทั้งอสังหาริมทรัพย์เพื่อการอยู่อาศัย (Residential Real Estate) และอสังหาริมทรัพย์เพื่อพาณิชย-กรรม (Commercial Real Estate) มิกซ์ยูสจึงเป็นโครงการที่มีทั้ง ศูนย์การค้า สำนักงาน ความบันเทิง และที่อยู่อาศัย  ซึ่งการสร้างโครงการมิกซ์ยูส (Mixed-use) สามารถสร้างผลตอบแทนได้สูงกว่าการพัฒนาโครงการในรูปแบบอื่นๆ รวมถึงยังมีผลดีต่อการพัฒนาเมืองที่มักจะได้รับการส่งเสริมจากรัฐ เพราะที่ดินในส่วนนั้นจะสามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ


รูปแบบของโครงการมิกซ์ยูส (Mixed-use)

รูปแบบของโครงการมิกซ์ยูส มักจะเกิดในรูปแบบของ Joint Venture (JV) หรือการร่วมทุนกัน  เพื่อกระจายความเสี่ยงในการลงทุน ลดการแข่งขันทางธุรกิจ และเพิ่มเงินทุนสำหรับการพัฒนา โดยในประเทศไทยจะเห็นว่า มีกลุ่มธุรกิจหลายรายร่วมจับมือกันพัฒนาโครงการมิกส์ยูสกันบ้างแล้ว เช่น เครือดุสิตธานีและเซ็นทรัลกรุ๊ป ที่สร้างโครงการมิกซ์ยูส อันประกอบไปด้วย โรงแรมระดับ 5 ดาว, คอนโดมิเนียม, ศูนย์การค้าฯ มูลค่าโครงการกว่า 36,700 ล้านบาท บนที่ดินของโรงแรมดุสิตธานีเดิม เป็นต้น


รวมโครงการมิกซ์ยูส (Mixed-use) ในประเทศไทย

สำหรับใประเทศมีโครงการมิกซ์ยูสเกิดขึ้นมากมาย ซึ่งเริ่มเห็นชัดเจนตั้งแต่ปี 2553 ยกตัวอย่างเช่น เซ็นทรัลพลาซ่าลาดพร้าว เอ็มบีเคเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ เทอร์มินอล 21 ออลซีซันส์เพลส เป็นต้น โดยทั้งหมดเป็นโครงการมิกซ์ยูสที่มีอาคารสำนักงาน ค้าปลีก และโรงแรมอยู่ภายในโครงการเดียวกัน และประสบความสำเร็จมากในทุกโครงการ

ส่วนในอนาคตอันใกล้นี้ก็มีโครงการมิกซ์ยูสอีกหลายเจ้าตบเท้าขึ้นโครงการแนวสูงยาวไปจนถึงปี 2568 เรียกได้ว่า ในช่วง 6 – 7 ปี หลังจากนี้เป็นช่วงที่กรุงเทพฯจะมีโครงการพาณิชยกรรม ทั้งอาคารสำนักงานและพื้นที่ค้าปลีก เปิดให้บริการมากที่สุดในรอบหลายปี ซึ่ง Estopolis ของเรารวบรวมโครงการมิกซ์ยูส (Mixed-use) ที่จะเกิดขึ้นในช่วงปี 2560 –2568 มาฝากกันถึง 10 โครงการ


โครงการมิกซ์ยูส 333 ริเวอร์ไซด์

333 ริเวอร์ไซด์ เป็นคอนโดมิเนียมรวมพื้นที่ค้าปลีก โดย บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) เป็นโครงการคอนโดมิเนียมติดริมแม่น้ำเจ้าพระยาในรูปแบบมิกซ์ยูส บนมุมมองที่ดีที่สุดของในย่านเกียกกาย มูลค่าโครงการ 6.5 พันล้านบาท ประกอบด้วย

- คอนโดมิเนียม High Rise 2 อาคาร อาคาร A สูง 41 ชั้น, อาคาร B สูง 42 ชั้น

- คอนโดมิเนียม Low Rise สูง 4 ชั้น 1 อาคาร และพื้นที่ค้าปลีก คาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จปี 2560


โครงการมิกซ์ยูส คณาพญา เรสซิเดนซ์

คณาพญา เรสซิเดนซ์ โครงการคอนโดมิเนียมริมแม่น้ำเจ้าพระยา จากผู้พัฒนาเจ้าใหม่อย่าง บริษัท คณาพญา พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด มูลค่าโครงการ 7 พันล้านบาท ประกอบด้วย คอนโดมิเนียม 54 ชั้น จำนวน 294 ยูนิต โรงแรม และพื้นที่ค้าปลีก คาดว่าก่อสร้างแล้วเสร็จปี 2560


โครงการมิกซ์ยูส ไมอามี บางปู


ไมอามี บางปู (Miami Bangpu) คอนโดมิเนียมที่สามารถตอบโจทย์ได้ทุกความต้องการ บนเนื้อที่กว่า 120 ไร่ โดยโครงการจะประกอบไปด้วย คอนโดมิเนียมทั้งหมด 90 อาคาร 5 ชั้น จำนวน 5,010 ยูนิต ร้านอาหาร ฯลฯ พัฒนาโดยบริษัท เจ.เอส.พี. พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) มูลค่าโครงการ 5.7 พันล้านบาท คาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จปี 2561

Whizdom 101

Whizdom 101 เป็นโครงการคอมมูนิตี้มอลล์ที่พัฒนาโครงการให้เป็นมากกว่าสิ่งปลูกสร้าง ภายใต้แแนวคิด The great good place โดยผสมผสานระหว่างที่อยู่อาศัยอย่างคอนโดมิเนียม ที่ทำงาน และที่พักผ่อนทำกิจกรรมไว้ด้วยกัน 

Whizdom 101 พัฒนาโดย MQDC ร่วมมือกับ เกนสเลอร์ (Gensler) , ร็อคเวล กรุ๊ป (Rockwell Group) และ คลับคอร์ป (ClubCorp) มูลค่าโครงการ 3 หมื่นล้านบาท จากความร่วมมือทำให้โครงการประกอบด้วย สโมสรกีฬาและสุขภาพ มีพื้นที่ประมาณ 1 หมื่นตร.ม. พื้นที่ร้านค้าปลีก ประมาณ 2 หมื่นตร.ม. พื้นที่สำนักงาน แบ่งเป็น พื้นที่ให้เช่าประมาณ 3 หมื่นตร.ม.และแบบแชร์พื้นที่ทำงานร่วมกัน หรือ co-working space มีโครงการที่พักอาศัย 3 อาคาร พื้นที่รวมประมาณ 1.4 แสนตร.ม. คาดก่อสร้างแล้วเสร็จปี 2561


โครงการมิกซ์ยูส โฟร์ซีซั่นส์ ไพรเวท เรสซิเด้นซ์

โฟร์ซีซั่น ไพรเวท เรสซิเดนซ์ โดย บริษัท คันทรี่ กรุ๊ป ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) มูลค่าโครงการ 3.2 หมื่นล้านบาท ประกอบด้วยโรงแรม 5 ดาว 2 แห่ง ได้แก่ โรงแรมสไตล์รีสอร์ต โฟร์ซีซั่นส์ ไพรเวท เรสซิเดนซ์ กรุงเทพ พื้นที่ 22 ไร่ สูง 9 ชั้น จำนวน 312 ห้อง และโรงแรมคาเพลลา กรุงเทพ สูง 10 ชั้น ให้บริการห้องพักแบบสวีตทั้งหมด 101 ห้อง และคอนโดมิเนียมสูง 73 ชั้น จำนวน 355 ยูนิต คาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2561


โครงการมิกซ์ยูส ไอคอนสยาม

ไอคอนสยาม โดย สยามพิวรรธน์/แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้ต์ คอร์ปอเรชั่น/เครือเจริญโภคภัณฑ์ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา บนขนาดพื้นที่ขนาด 50 ไร่ มูลค่าการลงทุน 50,000 ล้านบาท ประกอบไปด้วย ศูนย์การค้า 2 อาคาร, คอนโดมิเนียมระดับ Luxury ริมแม่น้ำ ความสูง 70 ชั้น จำนวน 300 ยูนิต 1 อาคาร และความสูง 50 ชั้น จำนวน 1,400 ยูนิต 1 อาคาร นอกจากนั้นยังมี พิพิธภัณฑ์ศูนย์รวมมรดกทางประวัติศาสตร์และภูมิปัญญาไทย, การแสดงสายน้ำผสมผสานมัลติมีเดีย แสง สี เสียง, ภัตตราหรูระดับ Michelin starts, ร้านค้ากว่า 500 ร้านค้า, ภัตตาคารจาก 30 ประเทศ, Sport Complex และศูนย์การประชุมระดับโลกขนาด 3,500 ที่นั่ง โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จปี 2561  


โครงการมิกซ์ยูส เดอะเซนต์ เรสซิเดนซ์

เซนต์ เรสิเดนเซส คอนโดมิเนียม บนทำเลที่ดีที่สุดย่านวิภาวดีฯ – ลาดพร้าว โดยบริษัท ซาแลน ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด ที่มีกลุ่มเซนต์จอห์น โฮลดิ้ง เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ มูลค่าโครงการ 4 พันล้านบาท ประกอบด้วย อาคารชุดพักอาศัยสูง 41 ชั้น จำนวน 3 อาคาร รวม 1,534 หน่วย อาคารสำนักงานและพื้นที่ค้าปลีก คาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จปี 2563


โครงการมิกซ์ยูส สามย่านมิตรทาวน์

สามย่าน มิตรทาวน์ (SAMYAN-MITRTOWN) โดย Golden Land เป็นโครงการมิกซ์ยูส 220,000 ตารางเมตร บนที่ดินกว่า 13 ไร่ มุมถนนพญาไทและพระราม 4 มูลค่าโครงการกว่า 8,500 ล้านบาท ประกอบด้วย อาคารสำนักงานระบบอัจฉริยะ, อาคารคอนโดมิเนียมและเซอร์วิสอพาร์ทเมนต์, ศูนย์ทักษะพัฒน์ นอกจากนี้ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวก (Facility) พื้นที่ส่วนกลาง (Public Sharing Space) พื้นที่สีเขียว (Green Space) และที่จอดรถกว่า 1,700 คัน คาดว่าโครงการแล้วเสร็จปี 2563


โครงการมิกซ์ยูส สิงห์ คอมเพล็กซ์

สิงห์ คอมเพล็กซ์ โดย บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัทในเครือของบริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด มูลค่าโครงการ 4.2 พันล้านบาท พื้นที่อาคารรวมประมาณ 14,555 ตร.ม. ประกอบไปด้วย อาคารสำนักงานเกรดเอ คอนโดมิเนียมหรูสูง 54 ชั้น จำนวน 421 ยูนิต โรงแรม ศูนย์แสดงสินค้า ประชุมและพื้นที่ค้าปลีก คาดก่อสร้างแล้วเสร็จปี 2564


โครงการมิกซ์ยูส วัน แบงค็อก

วัน แบงค็อก โดย บริษัท ทีซีซี แอสเซ็ท (ประเทศไทย) จำกัด และ บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ โฮลดิ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด บนที่ดินขนาด 104 ไร่ แบ่งเป็นพื้นที่สีเขียวและพื้นที่เปิด 50 ไร่ และพื้นที่ใช้สอย (GFA) ขนาด 1,830,000 ตารางเมตร ประกอบด้วย อาคารสำนักงานมาตรฐาน LEED และ WELL จำนวน 5 อาคาร, โรงแรมระดับ Luxury จำนวน 5 แห่ง, ที่พักอาศัยระดับ Ultra Luxury จำนวน 3 อาคาร, ร้านค้าปลีกและพื้นที่ทำกิจกรรมขนาด 10,000 ตารางเมตร และทางเดินกว้างมากกว่า 40 เมตร ด้วยมูลค่าการลงทุนที่สูงถึง 120,000 ล้านบาท โดยคาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการในปี 2568


ที่มาภาพ :

http://archinect.com/shawnpatricktubb/project

SAMYANMITRTOWN

Onebangkok

Singhaestate

Thesaint residences

ICONSIAM