รูปบทความ โฮมเทียเตอร์ เครื่องเล่นเพลง ทีวี และความบันเทิงสำหรับคอนโด ควรเลือกอย่างไร

โฮมเทียเตอร์ เครื่องเล่นเพลง ทีวี และความบันเทิงสำหรับคอนโด ควรเลือกอย่างไร

ห้องรับแขก หรือห้องนั่งเล่น เป็นโซนแห่งความบันเทิงในคอนโดที่ชาวคอนโดทุกคนอยากจะจัดเต็มกับมัน หลายคนเลือกซื้อทีวีจอใหญ่ หลายคนเลือกเครื่องเสียงที่ดีที่สุด คนที่ได้เครื่องเสียง ชุดโฮมเธียเตอร์ที่ตอบโจทย์ความบันเทิงในโซนนี้ได้ส่วนใหญ่จะต้องศึกษาถึงรุ่น และคุณสมบัติกันมาสักพักหนึ่ง แต่ในบทความนี้เราจะมาช่วยคุณหาชุดโฮมเทียเตอร์ที่เหมาะสมสำหรับชาวคอนโดโดยเฉพาะ เพราะด้วยข้อจำกัดบางอย่างโดยเฉพาะด้านพื้นที่อาจจะทำให้การเลือกอุปกรณ์ความบันเทิงของคุณต้องคิดเยอะกว่าคนที่อยู่บ้าน



1. ทีวีสำหรับคอนโด

หลายคนเน้นไปที่การเลือกทีวีที่ใหญ่ ๆ เอาไว้ก่อน แต่จริง ๆ แล้วเราอยากให้คุณมองถึงคุณภาพของทีวีมากกว่า เพราะมันมีผลกับการใช้งานในคอนโดเหลือกเกิน


1.1 เลือกทีวีสำหรับคอนโดคุณควรดูเรื่องการสะท้อนของจอภาพ

ใช่แล้ว คุณควรคิดถึงการสะท้อนของจอภาพในการเลือกซื้อทีวีด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง แปลนห้องที่มีห้องรับแขกอยู่ติดระเบียง เพราะบริเวณระเบียงเป็นโซนที่มีแสงแดด การที่ทีวีมีการสะท้อนแสงจากภายนอกเยอะ อาจจะทำให้อรรถรสในการรับชมของคุณลดลง คุณอาจจะต้องปิดม่านเพื่อดูทีวี ซึ่งก็จะทำให้ห้องของคุณดูอุดอู้ น่าอึดอัดได้


1.2 เลือกทีวีตามระยะห่างระหว่างทีวีและโซฟา

บางคนต้องการให้ทีวีใหญ่ไว้ก่อน เหมือนกับการดูหนังในโรงหนัง แต่ระวัง มันอาจจะทำให้คุณรู้สึกเวียนหัวได้ หากระยะระหว่างทีวีและโซฟาของคุณสั้นเกินไป หาระยะห่างระหว่างทีวีและผนังหลังโซฟาของคุณอยู่ที่ 2 เมตรนิด ๆ คุณควรเลือก ทีวีขนาด ไม่เกิน 40 นิ้ว แต่ถ้าระยะห่างมากกว่านั้น คุณอาจจะเพิ่มขนาดของทีวีได้ตามความเหมาะสม

ที่มา : http://www-static.operacdn.com/static-heap/56/566732ece92f3dd390f5bc54918f5ab6c56d64da/opera_tv-store_890x480x2-bw.png


1.3 ไหน ๆ ก็ไหน ๆ เลือกเป็น Smart TV จะดีกว่า

คุณจะซื้อทีวี แล้วซื้อกล่อง Media Box มาต่อพ่วงให้ยุ่งยากทำไม ในเมื่อทุกวันนี้มี Smart TV ที่สามารถจัดการทุกอย่างได้ด้วยตัวเองแล้ว และสิ่งที่เราสนับสนุนให้คุณซื้อ Smart TV ก็เพราะช่องทางการรับชมรายการอื่น ๆ ที่นอกเหนือจากรายการที่ทางโครงการหามาให้ จำเป็นต้องมาจากอินเตอร์เน็ตเท่านั้น แม้แต่กล่อง True vision รุ่นใหม่ ๆ ก็ยังต้องพึ่งสัญญาณอินเตอร์เน็ต ทีวีของคุณจึงมีความจำเป็นต้องเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้ด้วย เพื่อความสะดวก และเพื่อเพิ่มความสะดวกเข้าไปอีก เราแนะนำให้คุณซื้อ Keyboard สำหรับใช้กับ Smart TV ด้วย เพราะการใช้รีโมทค่อนข้างอึดอัดทีเดียว


1.4 เลือกทีวีที่มีความคมชัดระดับ 4K หรือ UHD ขึ้นไป

สาเหตุที่แนะนำให้เลือกทีวีที่มีความคมชัด เนื่องจากระยะห่างระหว่างทีวีและจุดที่เรานั่งบนโซฟาของคอนโดค่อนข้างสั้น ทำให้สังเกตเห็นอาการแตกของภาพได้ง่าย ดังนั้นทีวีควรที่จะมีความละเอียด ความคมชัดที่มากคุณได้ไม่เสียอารมณ์ในการเสพหนังดี ๆ 


1.5 การเชื่อมต่อเป็นเรื่องสำคัญ

สิ่งที่ Smart TV รุ่นใหม่ ๆ นอกจาก port HDMI, USB 3.0 แล้ว เราอยากให้คุณเพิ่มในส่วนของช่องสัญญาณ digital audio out ด้วย  เพราะถ้าหากคุณกำลังเล่นไฟล์ภาพยนต์โดยให้ทีวีเป็นตัวอ่านไฟล์ แล้วอยากจะให้เสียงออกเป็น 5.1 channel คุณจำเป็นต้องมีช่อง digital audio out เพื่อเชื่อมต่อกับเครื่องเสียง Home theater ของคุณ ไม่อย่างนั้น คุณอาจจะต้องซื้ออุปกรณ์ต่อพ่วงมากมายเพื่อวัตถุประสงค์นี้




ที่มา : http://oooers.com/gallery-design/best-living-room-home-theater-setup-good-home-design-excellent-with-living-room-home-theater-setup-home-interior


2. ลำโพง เป็นเรื่องสำคัญ

คุณอาจจะเลือกที่จะไม่ใช้ลำโพงก็ได้ ในเมื่อคุณมีทีวีแล้ว และทีวีก็มีเสียงเหมือนกัน แต่เราอยากจะบอกว่า เสียงมันไม่ได้เหมือนกันเลย แน่นอนว่าลำโพงแยกย่อมให้เสียงที่ดีกว่าอยู่แล้ว ส่วนการเลือกลำโพงที่ดีควรเลือกอย่างไร เรามาดูกันเลยดีกว่า


2.1 ลำโพง หรือ Soundbar

ในยุคนี้ต้องยอมรับว่า Soundbar กำลังมา และขนาดของมันก็ค่อนข้างเหมาะสมกับการวางบนพื้นที่เล็ก ๆ อย่างคอนโดเสียจริง ๆ ซึ่งสิ่งที่จะทำให้คุณตัดสินใจได้อย่างเด็ดขาดว่าจะเลือกเป็นลำโพง หรือ Soundbar มีดังนี้


2.1.1 เสียงรอบทิศทางแบบไหนที่คุณชอบ

- เสียงของลำโพง

สำหรับลำโพงปกติ อย่างลำโพงแบบ 5.1 เสียงรอบทิศทางของมันจะมีลักษณะเป็นเสียงจริง คือออกจากลำโพงที่ตั้งไว้ตามจุดต่าง ๆ จริง ๆ ดังนั้นอรรถรสในการชมภาพยนต์จะมีมากกว่า


- เสียงของ SoundBar
เสียงรอบทิศทางของ SoundBar สำหรับเสียงด้านหลัง จะเป็นเสียงสะท้อน ซึ่งเป็นการส่งคลื่นความถี่เสียงให้ไปสะท้อนกับกำแพงที่อยู่ด้านหลัง บริเวณ ซ้าย และขวาของเรา ทำให้เราได้ยินเสียงจากด้านหลังจริง ๆ แต่เทคโนโลยีนี้ มีบางเจ้าที่ทำได้จริง และบางเจ้าที่ยังทำไม่ถึง สำหรับเจ้าที่ทำได้จริง ก็จะต้องจัดห้องให้ตรงกับคู่มือจึงจะเห็นความแตกต่าง


SoundBar รูปแบบลำโพงที่สร้างขึ้นมาเพื่อพื้นที่ที่จำกัด
ที่มา : http://www.bestsoundbarforthemoney.com/wp-content/uploads/2015/08/Best-Rated-Sound-Bar-System.jpg



2.1.2 ความง่าย และความสวยงาม และพื้นที่

- การติดตั้งลำโพง
คุณเตรียมตัวเตรียมใจกับสายระโยงระยาง และขนาดของมันได้เลย นอกจากนี้คุณยังจะต้องตั้งหรือแขวนลำโพงบางชิ้นไว้ขนาบข้างกับโซฟาอีกด้วย และด้วยการเดินสายต่าง ๆ นี่แหล่ะ อาจจะทำให้ห้องของคุณดูวุ่นวายไม่เป็นระเบียบ และอาจจะเกิดอันตรายจาการสะดุดได้ด้วย  อย่างไรก็ตามมันมี Home theater ที่เป็นสัญญาณไวเลสเชื่อมต่อกับลำโพงทุกชิ้น แต่นั่นก็ทำให้ราคาของมันแพงจนต้องพูดว่า ถ้าไม่รักจริงคงจ่ายไม่ลงเลย

- การติดตั้ง Soundbar
Soundbar ถูกออกแบบมาให้เหมาะกับพื้นที่ีขนาดเล็ก เน้นการใช้งานสะดวก ดังนั้นเมื่อคุณเลือก Soundbar คุณจึงไม่ต้องกังวลถึงการจัดวางเลย และไม่ต้องกลัวว่ามันจะทำให้คอนโดของคุณดูแคบลงด้วย



ภาพจาก http://store.sony.eu/wm/new/img title="โฮมเทียเตอร์ เครื่องเล่นเพลง ทีวี และความบันเทิงสำหรับคอนโด ควรเลือกอย่างไร"/soundbar/pdp-soundbar-intro-desktop.jpg



2.2 คุณเลือก SoundBar ได้ แต่ Soundbar ควรมี Subwoofer แยก

หาก soundBar ของคุณไร้ซึ่ง Subwoofer เสียงของมั้นคงไม่ได้ต่างอะไรกับวิทยุเก่า ๆ มากนัก Subwoofer เป็นชิ้นส่วนหนึ่งของลำโพงที่ทำแยกออกมาเพื่อส่งเสียงต่ำโดยเฉพาะ ซึ่งลำโพงชิ้นนี้จะต้องมีน้ำหนักมาก และว่างที่พื้นเพื่อที่จะให้เสียงออกมาดีที่สุด ดังนั้นหากมันถูกผลิดรวมไปเป็นชิ้นเดียวกับตัว SoundBar แล้ว การวางบทชั้นวางทีวีจึงอาจจะไม่ใช่ตำแหน่งที่ทำให้เสียงเบสออกมาดีที่สุดอย่างแน่นอน

2.3 การเชื่อมต่อ

ในชุด Home Theater มักจะมี เครื่องเล่น media แถมมาด้วย ไม่ว่าจะเป็นเครื่องเล่น DVD หรือ Blue ray ซึ่งเครื่องเหล่านี้ทำหน้าที่เป็น Amplifier ขยายสัญญาณ และควบคุมเสียงของลำโพงด้วย ชุด Hometheater ที่ดีจึงต้องมีการเชื่อมต่อทั้งในฝั่งขาออกและขาเข้าด้วย ขาออกคือส่งสัญญาณภาพไปยังทีวี ในกรณีเล่นไฟล์ต่าง ๆ และขาเข้าคือกรณีที่ทีวีเล่นมีเดียต่าง ๆ เสียงจะต้องสามารถออกลำโพงได้ด้วย ซึ่งในปัจจุบัน การเชื่อมต่อของทีวีไปยังลำโพง นิยมช่อง Digital audio out

นอกจากนี้การเชื่อมต่อ Bluetooth ก็เป็นอีกการเชื่อมต่อหนึ่งที่เพิ่มความสะดวกให้กับคนที่ชอบฟังเพลงอีกด้วย



2.4 กำลังขับ ไม่ได้สำคัญขนาดนั้น

หลายคนดูเครื่องเสียงจากกำลังขับตามกำลังไฟฟ้าในหน่วน วัตต์ และเชื่อกันว่ายิ่งเยอะก็จะยิ่งดี แต่สำหรับคอนโดนั้น มันเป็นเพียงแค่ห้องที่ไม่ใหญ่มาก ดังนั้นกำลังขับที่เยอะเกินไป ก็ไม่ได้ทำให้คุณใช้ Hometheater อย่างมีความสุข สิ่งที่คุณควรเลือกดูนั่นคือคุณภาพเสียงมากกว่า ว่ามันถูกจริตกับคุณจริง ๆ แล้วหรือยัง



2.5 ดูหนังหรือฟังเพลงเป็นหลัก

หากคุณเป็นคนที่ฟังแต่เพลงอย่างเดียว และไม่ชอบดูหนังพวกที่เป็น 4K หรือ HD ที่มีระบบเสียงแบบ 5.1 ขึ้นไป คุณอาจจะเลือกเป็นลำโพงแบบ SoundBar หรือลำโพงเสียงดี ๆ ใส ๆ แบบ 2.1 channel จะดีกว่า เพราะถึงแม้ลำโพงจะเป็น 5.1 แต่แต่เพลงมันเป็นเสียง Stereo  มันก็จะออกแค่ลำโพงหน้า 2 ลำโพงเพียงแค่นั้น




ภาพจาก http://g02.a.alicdn.com/kf/HTB1LFNjIFXXXXb2aXXXq6xXFXXXh/XGIMI-Z3-M-DLP-MINI-projection-projector-proektor-projecteur-Protable-3D-FULL-HD-1080P-Home-Theater.jpg_640x640.jpg



3 โปรเจ็กเตอร์ เลิกคิดได้เลย!

หลายคนอยากให้อารมณ์เหมือนโรงหนังเข้าไปอีก ก็มองหาโปรเจ็กเตอร์ดี ๆ มาใช้ แต่ถ้าหากห้องของคุณไม่ได้กว้างมาก การติดตั้งโปรเจ็กเตอร์ยิ่งเป็นไปไม่ได้เลย เพราะอุปกรณ์ชิ้นนี้ต้องการระยะห่างจากกำแพงในระดับหนึ่งเลย ซึ่งเป็นระยะที่ห้องคอนโดแบบทั่วไปให้ไม่ได้


ความบันเทิง อย่าง ทีวี และ Home theater เป็นอีกเป้าหมายหนึ่งด้านความบันเทิงของมนุษย์คอนโด แต่การเลือกคุณก็อาจจะต้องมีวิธีการเลือกที่ต่างออกไป ไม่เหมือนการเลือกเครื่องเสียงหรือทีวีสำหรับบ้าน เนื่องจากพื้นที่ที่ค่อนข้างจำกัด ก็อาจจะต้องคิดให้รอบคอบกันนิดหน่อย ไม่อย่างงั้นแล้ว คุณอาจจะไม่ได้รับความความสมบูรณ์แบบที่แท้จริงจากมัน