รูปบทความ "สิงห์ เอสเตท" ก้าวสู่การเป็น "โกลบอล โฮลดิ้ง คัมปานี" เน้นกลยุทธ์เติบโตอย่างยั่งยืน

"สิงห์ เอสเตท" ก้าวสู่การเป็น "โกลบอล โฮลดิ้ง คัมปานี" เน้นกลยุทธ์เติบโตอย่างยั่งยืน

"สิงห์ เอสเตท" ตอกย้ำวิสัยทัศน์ก้าวสู่การเป็น "โกลบอล โฮลดิ้ง คัมปานี" เตรียมงบลงทุนระยะยาวกว่า 8.5 หมื่นล้านบาท เน้นลงทุนสินทรัพย์มีศักยภาพทั้งในและต่างประเทศ พร้อมพัฒนาแบรนด์ให้เป็น "Leading Premium Brand" ระดับสากล



นายนริศ เชยกลิ่น ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) ได้พูดถึงทิศทางการดำเนินธุรกิจของ บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) ว่าบริษัทเตรียมมุ่งสู่การเป็น "โกลบอล โฮลดิ้ง คัมปานี" เพื่อขับเคลื่อนองค์กรใหม่ผ่านกลยุทธ์เพื่อพัฒนาองค์กรให้มีความแข็งแกร่งและเติบโตอย่างยั่งยืน 


กลยุทธ์หลัก มีดังนี้


1. Reputable Global Holding Company มุ่งสู่การเป็น Global Holding Company ที่มีชื่อเสียงระดับสากล มุ่งลงทุนในสินทรัพย์ที่สร้างผลตอบแทนที่ดีและมีศักยภาพในการเติบโตอย่างยั่งยืนทั้งในและต่างประเทศ 


และยังพัฒนาโครงการที่มีคุณภาพภายใต้แบรนด์ระดับพรีเมี่ยม (Leading Premium Brand) รวมไปถึงกระจายการลงทุนในแหล่งท่องเที่ยวชั้นนำทั่วโลก ภายใต้กลยุทธ์ Smart M&A เพื่อเสริมความแข็งแกร่งทางการเงินของบริษัท


โดยบริษัทได้วางแผนในการระดมทุนระยะยาว ผ่านการตั้งกองทุนทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทัพย์ การทำ credit rating เพื่อการออกหุ้นกู้ ตลอดจนการเป็นหุ้นยั่งยืน นอกจากนี้บริษัทฯยังวางแผนยกระดับขีดความสามารถในการพัฒนาและบริหารโครงการในต่างประเทศ โดยโครงการสำคัญที่จะเปิดในปี 2019 คือ โครงการ CROSSROADS ที่สาธารณรัฐมัลดีฟส์


CROSSROADS ที่มัลดีฟส์


CROSSROADS ที่มัลดีฟส์
CROSSROADS ที่มัลดีฟส์
2. Singha Estate Branding เพื่อตอกย้ำการเป็น "โกลบอล โฮลดิ้ง คัมปานี" มุ่งสร้างแบรนด์ "สิงห์ เอสเตท" ให้เป็นแบรนด์ช้ำนำและมีความน่าเชื่อถือ สะท้อนเอกลัษณ์ที่มีมาตรฐานระดับสากล พร้อมพัฒนาแบรนด์สิงห์ เอสเตท ให้อยู่บนพื้นฐานของความเข้าใจในธรรมชาติของการใช้ชีวิต เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้คนรุ่นต่อไป รวมไปถึงมุ่งเน้นการสร้างประสบการณ์ผ่านการบริการที่พิถีพิถัน และการใช้เทคโนโลยีเพื่อความสะดวกสบายในการใช้ชีวิต SMART Human Technology 


นอกจากนี้บริษัทฯยังเดินหน้าพัฒนาบนพื้นฐาน Good Corporate Citizenship สู่การเป็นแบรนด์ที่ยั่งยืนในระดับโลก เพื่อสร้างคุณค่าด้านความยั่งยืนให้กับพันธมิตรทางธุรกิจและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่ม


3. Business & Organization of Tomorrow คือ การปรับองค์กรให้มีความพร้อมในการแสวงหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ โดยสร้างองค์กรที่มีความคล่องตัว ทั้งด้านธุรกิจ และพอร์ทโฟลิโอ


4. Sustainable Development ด้วยหลักปรัชญาการพัฒนาอย่างยั่งยืนที่คำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ บริษัทฯได้นำแนวคิดเรื่องความสมดุลของการอยู่ร่วมกัน และการสร้างองค์ความรู้ อย่างเช่น โครงการ "โตไวไว" ที่สร้างความสมดุลให้กับธรรมชาติบริเวณอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี จังหวัดกระบี่


ทั้งนี้ในปี 2019 สิงห์ เอสเตท จะมีโครงการที่ทยอยรับรู้รายได้จากการโอนโครงการที่พักอาศัยที่ทยอยสร้างเสร็จแล้ว ได้แก่ ดิ เอส อโศก , ดิ เอส แอท สิงห์ คอมเพล็กซ์ , สันติบุรี เดอะ เรสซิเดนเซส , บันยันทรี เรสซิเดนซ์ ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพ


โครงการ ดิ เอส อโศก


โครงการ ดิ เอส อโศก


โครงการ ดิ เอส แอท สิงห์ คอมเพล็กซ์


โครงการ ดิ เอส แอท สิงห์ คอมเพล็กซ์


โครงการ ดิ เอส แอท สิงห์ คอมเพล็กซ์


โครงการ สันติบุรี เดอ เรสซิเดนเซส


โครงการ สันติบุรี เดอ เรสซิเดนเซส


โครงการ สันติบุรี เดอ เรสซิเดนเซส

และจะเริ่มรับรู้รายได้จากโครงการ CROSSROADS สาธารณรัฐมัลดีฟส์ ทำให้ภาพรวมในปี 2019 จะเป็นปีที่บริษัทฯจะมีการเติบโตในระดับสูงและมีความแข็งแกร่งทางการเงินเพิ่มขึ้น


โครงการ CROSSROADS
สำหรับแผนงานในปี 2019 สิงห์ เอสเตท วางแผนลงทุนคอนโดมิเนียม 1 โครงการ และธุรกิจสำนักงานและพื้นที่ค้าปลีก จะเริ่มก่อสร้างและเปิดตัวอีก 1 โครงการติดกับอาคารซันทาวเวอร์ส บริเวณถนนวิภาวดี-รังสิต