รูปบทความ 7 ข้อควรปฏิบัติ แผนจัดการหนี้ให้กลายเป็นเรื่องดีๆ ในชีวิต

7 ข้อควรปฏิบัติ แผนจัดการหนี้ให้กลายเป็นเรื่องดีๆ ในชีวิต

Priew Wr

26-02-2019

หากต้องการผลตอบแทนจากสิ่งใดสิ่งหนึ่ง แน่นอนว่าต้องลงทุน แต่ในการลงทุนนั้นแรกเริ่มอาจจะต้องมาจากการเป็นหนี้ เช่น การกู้สินเชื่อเพื่อลงทุนคอนโด แต่ก่อนจะได้หนี้ก้อนใหม่มาช่วยเพิ่มทรัพย์สินให้เรานั้น เราจะบริหารอย่างไรให้หนี้ที่มีอยู่กลายเป็นหนี้ดีที่สร้างเครดิตงามๆ ให้กับเรา โดยเฉพาะคนที่กำลังมองหาจะเป็นเจ้าของคอนโดเงินผ่อนสักห้องหนึ่ง ขอแค่ใส่ใจดูแลหนี้ของตัวเองอย่างสม่ำเสมอ 

เรามาดูกันว่าจะต้องทำอย่างไรให้หนี้ที่มีอยู่ช่วยสร้างเครดิตที่ดีและชีวิตการเป็นหนี้ที่งดงามให้กับเราได้ด้วย 7 ข้อน่ารู้เรื่องหนี้ๆ ดังนี้


  • วางแผนก่อนเป็นหนี้ เช่น ดูว่าหนี้ก้อนใหม่นี้จะก่อให้เกิดรายได้คุ้มค่าแค่ไหน ความสามารถในการหมุนผ่อนส่งหนี้ครอบคลุมกับระยะเวลาของการเป็นหนี้นั้นหรือไม่ เช่น ถ้าจะกู้ซื้อคอนโดต้องคิดถึงภาระหนี้เผื่อไปอีก 20 -30 ปี หรือถ้าวางแผนกู้คนเดียวมันตึงเกินไป ก็ลองมองหาคนในครอบครัวมาเป็นผู้กู้ร่วม และอย่าลืมจัดลำดับการเป็นหนี้ให้มีเวลาก่อนหลัง จะได้มีเวลาทยอยจัดการหนี้บัตร หนี้บ้าน ไม่ต้องรับมือทุกยอดหนี้พร้อมๆกัน


  • ก่อนเป็นหนี้เรามีเงินสำรองเพียงพอหรือไม่ มีคนเปรียบเทียบเงินสำรองก็เหมือนกับพาวเวอร์แบงค์ที่คุณใช้ชาร์จมือถือ ตอนมันหมดกลางคันก่อนกลับถึงบ้าน โอ๊ย มือถือแบตหมดนี่ใจจะขาดกันเลยสำหรับบางคน เงินสำรองก็เช่นกัน ตามสูตรเขาว่าคุณควรมีเงินสำหรับผ่อนหนี้ต่างๆได้ หลังตกงานอีกอย่างน้อย 6 เดือนถึง 1 ปี


  • โดยปกติแล้วธนาคารมีรายได้หลักจากการเก็บดอกเบี้ย ไม่ใช่การยึดทรัพย์จำนอง จงอย่าคิดเองเออเองไปว่า คอนโดของคุณมูลค่าเกินกว่าวงเงินกู้ตั้งเยอะแล้วเขาจะให้ผ่าน เพราะสิ่งที่ธนาคารอยากเห็นก็คือ คุณมีกำลังเงินมากพอจะเป็นลูกหนี้ที่ดีของเขาไปตลอด ดังนั้น จึงควรแต่งหน้าทาปากให้สมุดบัญชีที่รักของคุณอย่างสม่ำเสมอ ถ้ามีรายได้เสริมหลายทาง ก็หมั่นเอาเข้าบัญชีให้มีตัวเลขโชว์สวยๆ สิ่งนี้จะช่วยให้การเป็นหนี้ของคุณสะดวกราบรื่นขึ้นอีกไม่น้อย


  • อย่าทำตัวเป็นราชาเงินผ่อน ซื้ออะไรขอจ่าย 12 งวด 24 งวดจนติดเป็นนิสัย ควรท่องจำไว้เลยว่า ทุกยอดการผ่อนของคุณจะเป็นเครื่องหมายลบในเครื่องคิดเลขของผู้ให้สินเชื่อเสมอ แทนที่ธนาคารจะปล่อยกู้ให้คุณผ่อนคอนโดได้เดือนละ 20,000 ก็อาจจะโดนบั่นทอนไปจากค่าผ่อนมือถือไปแล้ว 5,000 ผ่อนมอเตอร์ไซค์อีก 3,500 ผ่อนบัตรอีก 3,500 ทำไปทำมาแทนที่จะได้วงเงินเต็มเม็ดเต็มหน่วย อาจทำให้กู้ได้แค่ยอดผ่อนเดือนละ 7,000 บาท ทำให้ความฝันจะซื้อคอนโดติดรถไฟฟ้า เลยอาจเหลือแค่บ้านเอื้ออาทรไปเลยก็ได้


  • หนี้ก้อนใหญ่ มาพร้อมวินัยที่ใหญ่กว่า นั่นหมายถึงการที่คุณจัดระเบียบชีวิตตัวเองจนเป็นเครดิตติดตัวคุณไป และมันจะปรากฎหราต่อหน้าสถาบันการเงินที่คุณไปยื่นขอสินเชื่อ เขาจะดูว่าคุณผ่อนส่งหนี้อื่นๆตรงเวลาไหม เคยมีประวัติเบี้ยวหนี้หรือถูกฟ้องบังคับชำระมาก่อนไหม เคยส่งเงินผ่อนต่องวดไม่ครบหรือขาดชำระบ่อยไหม ใช้บัตรเครดิตใบใหม่มาโปะใบเก่าวนเป็นงูกินหางหรือเปล่า จำไว้อย่างหนึ่งว่า ความดีที่คุณสร้างเครดิตมาตลอดหลายปี บางทีการผิดพลาดผิดนัดแค่ครั้งเดียว มันกลับเด่นขึ้นในหน้าประวัติทางการเงินของคุณเลยก็ได้


  • ถ้าหนี้เดิมไม่ก่อให้เกิดคุณค่าต่อชีวิต ควรจัดการให้มันหมดไปโดยเร็ว ห้ามก่อหนี้เพิ่ม ห้ามกู้หนี้ใหม่ไปโปะหนี้เก่า พยายามหลีกเลี่ยงหนี้นอกระบบ ปลดหนี้ที่ดอกแพงก่อนหนี้ที่ดอกถูก ควรติดต่อขอประณีประณอมกับเจ้าหนี้ให้เป็นกิจจะลักษณะ สำรวจและจดบันทึกมูลหนี้ทั้งหมด ระบุวันเวลาแน่ชัดว่าจะผ่อนอะไรให้หมดเมื่อไร จะลดรายจ่ายฟุ่มเฟือยงดกินงดเที่ยวงดช้อปปิ้งส่วนใด มาจ่ายหนี้ให้หมดตามที่ตั้งใจไว้


  • ให้กำลังใจตัวเองให้มากๆ จำไว้เสมอว่าการเป็นหนี้ก็มีชีวิตที่ดีได้ คนเป็นหนี้ไม่ได้แปลว่าล้มเหลวในชีวิต หมั่นคิดฝันถึงวันที่ปลดหนี้แล้วจะมีรางวัลก้อนโตรออยู่ ระหว่างมุมานะหารายได้เพิ่ม ลดรายจ่าย ก็อย่าเคร่งเครียดจนเกินไป มีเวลาแอบขี้โกงไปพักผ่อนเล็กๆน้อยๆเดินห้างกินข้าวดูหนังตามอัธยาศัยบ้าง เพื่อให้คุณได้ไปถึงวันแห่งอิสรภาพทางการเงิน โดยแข็งแรงทั้งสุขภาพกาย สุขภาพใจ และแน่นอน สุขภาพทางการเงินของคุณด้วยเช่นกัน


เราจะเห็นได้ว่า ทั้ง 7 ข้อนี้สามารถทำให้หนี้ที่มีอยู่กลายเป็นตัวช่วยในการสร้างสถานภาพทางการเงินที่ดี และหากบริหารปรับหนี้เสียให้กลายเป็นหนี้ดีหรือตัดทิ้งไปได้แล้ว ย่อมช่วยชีวิตด้านการเงินของเราราบรื่นไร้ปัญหาได้อย่างแน่นอน