รูปบทความ 7 เทคนิคแต่งคอนโดมือสองให้มัดใจผู้เช่า พร้อมเซ็นสัญญาทันที

7 เทคนิคแต่งคอนโดมือสองให้มัดใจผู้เช่า พร้อมเซ็นสัญญาทันที

เนื่องด้วยปริมาณที่ดินมีจำกัดแต่ความต้องการที่อยู่อาศัยกลับเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ราคาที่ดินในปัจจุบันได้ถูกปรับราคาเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในเขตกรุงเทพมหาครในย่านศูนย์กลางธุรกิจที่มีราคามากกว่า 2 ล้านบาท/ตารางวา นับว่าเป็นปัจจัยใจสำคัญที่ทำให้ราคาขายคอนโดมิเนียมเพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วยนั่นเอง  

ซึ่งผู้เชี่ยวชาญด้านอสังหาได้คาดการณ์แนวโน้มราคาคอนโดเปิดใหม่ในปี 2560 ยังคงไต่ระดับเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ในทุกพื้นที่ จากการประเมินราคาเฉลี่ยขั้นต่ำของคอนโดในปี 60 มีการปรับเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 6-7% ด้วยเหตุนี้ทำให้นักลงทุนหลายคนเริ่มปรับกลยุทธ์ในการลงทุนคอนโดใหม่ จากเดิมที่เน้นซื้อคอนโดใหม่เพื่อปล่อยเช่า ก็เริ่มมองหาตลาดคอนโดมือสองเพื่อปล่อยเช่ากันมากขึ้น

สิ่งที่ตามมาสำหรับนักลงทุนที่ปล่อยเช่าคอนโดนั่นก็คือ การแข่งขันที่สูงขึ้น นักลงทุนจึงต้องงัดกลยุทย์เด็ดที่จะมัดใจผู้เช่าได้ดีที่สุด นอกเหนือจากเรื่องราคาค่าเช่าแล้ว การตกแต่งก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เพราะการตกแต่งห้องที่สวยงาม มีสไตล์ คือการสร้าง First Impresion ให้กับผู้เช่า ที่จะช่วยให้ปล่อยเช่าได้ไวและได้ราคาดีกว่าผู้ให้เช่ารายอื่นอีกด้วย


1. ต้องไม่เกินงบที่ตั้งไว้

ควรตั้งงบประมาณให้ชัดเจนเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาได้ค่าเช่าที่ไม่คุ้มค่ากับการลงทุน โดยปกติแล้วค่าใช้จ่ายในการตกแต่งคอนโดให้เช่าขนาด 1 ห้องนอน จะรวมเฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้ไฟฟ้าที่จำเป็น ควรอยู่ที่ประมาณ 60,000 - 90,000 บาท เมื่อได้งบประมาณคร่าวๆ แล้ว จะได้คำนวณเพื่อหาค่าเช่าและผลตอบแทนจากการให้เช่าที่รับได้ ด้วยการคำนวณ Yield 



2. สำรวจห้อง

เมื่อได้ห้องมาแล้วให้สำรวจสายไฟในห้องด้วยว่ามีอายุการใช้งานเกิน 10 แล้วหรือยัง หากเกินแล้วควรเปลี่ยนใหม่ยกแผง เพื่อป้องกันการซ่อมแซมจุกจิกที่จะตามมาภายหลัง ซึ่งจะทำให้เสียเงินและเวลาโดยใช่เหตุ จากนั้นให้ดูว่าห้องที่ซื้อนั้นอยู่ในโซนที่มีน้ำซึมหรือไม่ โดยสังเกตตรงฝ้าเพดาน เพราะคอนโดเก่าบางแห่งจะมีท่อระบายน้ำในตัวอาคารที่อาจจะไม่ได้เปลี่ยนมาหลายปี เมื่อรู้โซนที่มีน้ำไหลซึมให้ซ่อมแซมที่จุดนั้นทันที



3. ใส่ใจในขนาด

ขนาดพื้นที่ในคอนโดนั้นมีน้อย จึงต้องใช้สอยอย่างประหยัด การที่เลือกเฟอร์นิเจอร์ที่มีขนาดใหญ่อาจทำให้ห้องดูคับแคบ อึดอัด จนรู้สึกไม่น่าอยู่ได้ ดังนั้นควรเลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์ลอยตัวและใช้งานได้หลากหลายจะดีที่สุด อย่างการเลือกโต๊ะทานขข้าวที่สามารถปรับเปลี่ยนเป็นโต๊ะทำงานได้ และควรหลีกเลี่ยงเฟอร์นิเจอร์ Built-in ที่เมื่อเกิดความเสียหายจะซ่อมได้ยากกว่า เพราะสั่งทำตามขนาดโดยเฉพาะ ทั้งยังมีราคาสูงกว่าเฟอร์นิเจอร์สำเร็จรูปอีกด้วยด้วย  



4. ทนไม้ทนมือ

มนุษย์ร้อยทั้งร้อยถ้าของนั้นไม่ใช่ของของเราที่เสียเงินซื้อเองก็คงไม่ดูแลรักษาได้ดีเท่ากับเจ้าของเท่าไหร่นัก อีกทั้งผู้เช่าแต่ละรายมีระยะเวลาเช่าคอนโดหลายเดือน บางรายอาจหลายปีเลยก็ได้ ซึ่งผู้ให้เช่าควรเลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีอายุการใช้งานที่ยาวนาน คงทน และมีคุณภาพ อย่างชั้นวางของก็ต้องมีความมั่นคงแข็งแรง โต๊ะทานข้าวให้เลือกแบบไม้แทนที่จะเป็นกระจกที่แตกหักได้ง่าย



5. ของใช้พื้นฐานต้องเตรียมให้ครบ

ผู้เช่าบางรายอาจย้ายเข้ามาอยู่ด้วยกระเป๋าเสื้อผ้าเพียงหนึ่งใบ เขาจึงต้องการห้องที่มีของพร้อมใช้ อาทิเช่น เตียงนอน โซฟา โต๊ะทานข้าว ตู้เย็น ทีวี แอร์ เครื่องทำน้ำอุ่น ฯลฯ เมื่อมีของใช้ต่างๆ ครบก็จะช่วยเพิ่มค่าเช่าคอนโดของเราได้อีกด้วย


6. อะไรๆ ก็ซ่อมได้

สิ่งที่เป็นของคู่กันกับการปล่อยเช่าที่เกิดขึ้นได้บ่อยๆ คงหนีไม่พ้นเรื่องการชำรุดเสียหายของเฟอร์นิเจอร์ เพราะผู้เช่าเขาคงไม่ได้ระมัดระวังหรือถะนุถนอมข้าวของเครื่องใช้พวกนี้สักเท่าไหร่ เมื่อเกิดความเสียหายผู้รับผิดชอบค่าใชเจ่ายก็ต้องเป็นเจ้าของห้องแต่เพียงผู้เดียว เว้นแต่ในกรณีที่สัญญาได้ระบุไว้ว่าสามารถหักจากเงินมัดจำของผู้เช่าได้

ดังนั้นควรเลือกตกแต่งคอนโดที่สามารถซ่อมแซมได้ง่าย อย่างการเลือกทาสีที่ผนังแทนที่จะติดวอลเปเปอร์ เมื่อเกิดรอยเปื้อนก็สามารถที่จะซ่อมแซมเฉพาะจุดได้ กลับกันถ้าเป็นวอลเปเปอร์ก็ต้องลอกแผ่นเก่าทิ้งและติดแผ่นใหม่แทน หรือการเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์สำเร็จรูปที่มีขายทั่วไปตามท้องตลาด ซึ่งจะมีอะไหล่ต่างๆ ที่หาซื้อมาเปลี่ยนได้ง่ายกว่า เช่น บานพับ ลูกบิด มือจับ เป็นต้น


7. รู้เขารู้เรา

สุดท้ายแล้วสิ่งสำคัญที่จะเป็นตัวกำหนดว่าคอนโดจะปล่อยเช่าได้หรือไม่นั้น ก็ขึ้นอยู่กับ ลูกค้า หรือผู้เช่านั่นเอง ผู้ให้เช่าควรจะศึกษาไลฟ์สไตล์ ความชอบ ความสนใจของกลุ่มเป้าหมาย (Target Group) ว่าเป็นคนไทยหรือชาวต่างชาติ อยู่ตัวคนเดียวหรืออยู่กับครอบครัว ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้เราตกแต่งห้องให้มัดใจผู้เช่าได้ตรงกลุ่มเป้าหมายมากที่สุด ดังสุภาษิตที่ว่า “รู้เขารู้เรา รบร้อบครั้งชนะร้อยครั้ง”

อย่างไรก็ตามการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ไม่เพียงแต่คำนึงถึงการตกแต่งคอนโดเพียงอย่างเดียวเท่านั้น นักลงทุนควรคำถึงถึงทำเล เงินทุน รวมถึงสภาพแวดล้อมในอนาคตของทำเลนั้นๆ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการชี้วัดถึงผลกำไรได้เป็นอย่างดี