รูปบทความ 7 item Luxury เพิ่มความแพงให้กับคอนโดฯ

7 Item Luxury เพิ่มความแพงให้กับคอนโดฯ

เชื่อว่าหนึ่งในสไตล์การตกแต่งภายในสำหรับคอนโดมิเนียม หนึ่งในนั้นต้องมีสไตล์ Luxury เพราะเป็นสไตล์ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นเฉพาะตัว อีกทั้งยังช่วยสร้างบรรยากาศที่สวยงามหรูหราให้กับพื้นที่ใช้งานได้อีกด้วย วันนี้ Esto เลยอยากจะพาเพื่อนๆ ไปเติมเต็มความเหนือระดับในสไตล์ Luxury ด้วย 7 Item เพิ่มความแพงให้กับคอนโดฯ กันครับ


ทำความรู้จักสไตล์ Luxury



ก่อนอื่นเลยเราต้องทำความรู้จักกับ ‘สไตล์ Luxury’ กันก่อน เดิมทีสไตล์นี้มีการพัฒนารูปแบบมาจาก สไตล์ Classic ที่เน้นตกแต่งภายในด้วยวัสดุหรูหราราคาแพง ด้วยวัสดุประเภท ทอง, สแตนเลส, และเงินเป็นต้น ร่วมถึงเลือกใช่วัสดุปูพื้นหรือปิดผิวผนังด้วยหินอ่อนแท้ทั้งแผ่น


ซึ่งต่อมาในยุคสมัยปัจจุบันได้ลดทอนวัสดุรวมถึงรูปแบบการดีไซน์บางส่วนที่ฟุ่มเฟือยออกไป และมีการออกแบบรวมถึงการเลือกใช้วัสดุให้เหมาะสมกับพื้นที่มากยิ่งขึ้น และสร้างเอกลักษณ์เฉพาะตัวในสไตล์ Luxury ขึ้นมาใหม่ให้มีความโมเดิร์น โดยการคุม Mood & Tone ของห้องด้วยสีโทนสว่าง และเลือกใช้วัสดุที่มีความแวววาว


วัสดุจากสแตนเลส



วัสดุที่เห็นได้บ่อยที่สุดในการตกแต่งสไตล์ Luxury คงหนีไม่พ้น ‘สแตนเลส’ และส่วนมากสแตนเลสที่เลือกใช้จะนิยมใช้เป็นวัสดุปิดผิววัสดุ หรือตัวจบงานเช่น คิ้วบัว, ขอบผนัง, และบานปิดเฟอร์นิเจอร์ เป็นต้นฯ นอกจากช่วยเก็บงานให้มีความเป็นระเบียบเรียบร้อยแล้ว ยังช่วยเพิ่มลูกเล่นให้กับพื้นที่ได้




สแตนเลสมีคุณสมบัติเด่นคือความแข็งแรง ทนต่อทุกสภาพอากาศ ไม่ว่าจะความชื้นหรือความร้อน ไม่เพียงเท่านั้นยังสามารถเคลือบสีให้กลายเป็นสีทองและสีอื่นๆ ได้ เพราะเนื้อแท้ของวัสดุสแตนเลสจะมีสีเงินผิวมันวาว และที่สำคัญใช้ประกอบขึ้นรูปทีเกี่ยวข้องกับความสะอาดและสุขอนามัย เช่น อ่างล่างหน้าและสุขภัณฑ์อื่นๆ


แต่งด้วยหินอ่อน



อีกหนึ่งลูกเล่นที่ช่วยเพิ่มความหรูหราให้กับสไตล์ Luxury คงหนีไม่พ้น ‘หินอ่อน’ ซึ่งวัสดุชนิดนี้เป็นวัสดุจากธรรมชาติ ที่ไม่ได้ผ่านกระบวนการเติมแต่งสารใดๆ เข้าไป ทำให้ได้เนื้อและผิวสัมผัสที่มีความเงางาม ลวดถึงมีลวดลายที่แปลกตาและมีให้เลือกหลากหลาย ไม่เพียงเท่านั้นหินอ่อนยังสามารถแปรรูปเพื่อนำไปใช้งานได้ทั้งภายในและภายนอกอาคาร



การใช้งานภายในอาคาร > จัดได้ว่าหินอ่อนเป็นหนึ่งในวัสดุที่ถูกนำมาใช้ตกแต่งภายในอาคารมากที่สุดชนิดหนึ่งก็ว่าได้ เพราะด้วยคุณสมบัติในเรื่องของความสวยงาม แข็งแรง รับน้ำหนัก และปกป้องรอยขูดขีดได้ดี ทำให้ถูกเลือกใช้เป็นวัสดุปูพื้น, กรุผนัง รวมไปถึงวัสดุปิดผิวเฟอร์นิเจอร์ประเภทต่างๆ


การใช้งานภายนอกอาคาร > ในส่วนของการใช้หินอ่อนภายนอกอาคาร นิยมใช้กรุผิวผนังทำให้ฟาซาดดีไซน์ในรูปแบบต่างๆ เพราะด้วยคุณสมบัติที่มีความแข็งแรง ยึดติดกับโครงสร้างเดิมได้อย่างแน่นหนา พร้อมทั้งทนต่อทุกสภาพอากาศ ทำให้หินอ่อนเป็นหนึ่งในตัวเลือกสำหรับการใช้งานในส่วนนี้


เฟอร์นิเจอร์ Luxury



ในอดีต ‘เฟอร์นิเจอร์สไตล์ Luxury’ มีขนาดใหญ่และเทอะทะ เนื่องจากการอิงรูปแบบการดีไซน์ในสไตล์ Classic แต่ปัจจุบันมีการปรับเปลี่ยนหน้าตาให้ทันสมัยขึ้น เพรียวบางลงและเน้นวัสดุที่ให้ความรู้สึกหรูหรา และเสริมโครงสร้างเหล็กหรือสแตนเลสเพื่อความแข็งแรง สร้างความปลอดภัยในการใช้งาน



เฟอร์นิเจอร์ในสไตล์ Luxury สังเกตได้ไม่ยาก และสามารถแยกได้ 2 ส่วน


โครงสร้าง > รูปแบบของโครงสร้างจะเน้นดีไซน์รูปทรงเรขาคณิต เช่น สี่เหลี่ยม, หกเหลี่ยมแบบตัดทอน ซึ่งเหมาะสำหรับการวางเป็นฐานโครงสร้าง และใช้วัสดุประเภทเหล็ก หรือสแตนเลสเคลือบสี มาเป็นวัสดุหลักในการทำโครงสร้าง ซึ่งจะช่วยในเรื่องของความแข็งแรง ปลอดภัย และมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน


วัสดุบุเฟอร์นิเจอร์ > ในช่วง 5 ปีก่อนหน้าวัสดุบุผิวเฟอร์นิเจอร์ เช่น โซฟา, เตียงนอน, เก้าอี้ จะนิยมเลือกใช้วัสดุประเภทหนัง ทั้งหนังแท้และหนังเทียม ซึ่งข้อดีคือสวยงาม ทำความสะอาดง่าย แต่ข้อเสียคือความทนทาน ซึ่งในปัจจุบันเฟอร์นิเจอร์สไตล์ Luxury ได้เปลี่ยนมาใช้วัสดุประเภทผ้าเนื้อดี ที่สามารถรองรับต่อการใช้งาน พร้อมมีความยืดหยุ่นไม่ขาดง่าย


ผ้าม่านเพิ่มความแพง



แน่นอนว่าพื้นที่ภายในคอนโดฯทุกส่วนมีหน้าต่างช่องแสง ดังนั้นการเลือกผ้าม่านจะเป็นตัวช่วยเสริมให้พื้นที่ต่างๆ มีความโดดเด่นมากยิ่งขึ้น สำหรับการเลือก ‘ผ้าม่าน’ ให้ดูดี ควรเริ่มตั้งแต่เลือกประเภทของผ้าม่านให้เหมาะกับแต่ละพื้นที่ และควรเลือกสีสันของผ้าม่านให้มีความสอดคล้องไปกับบรรยากาศภายในพื้นที่นั้นๆ



ผ้าม่านมีให้เลือกใช้งานอยู่หลายประเภทด้วยกัน แต่โดยทั่วไปสามารถแยกได้ 2 ประเภท หลัก ได้แก่ ม่านแบบทึบแสง และม่านแบบโปร่งแสง ซึ่งทั้ง 2 ประเภทนี้มีการทำหน้าที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง


ผ้าม่านแบบทึบแสง > การใช้งานผ้ามาประเภทนี้ จะใช้ภายในพื้นที่ที่ต้องการแสงน้อย เช่น ห้องนอน หรือ ห้องทำงาน ด้วยคุณสมบัติของตัวเนื้อผ้าที่มีลักษณะแบบทึบแสงจะทำให้สามารถป้องกันแสงแดดและกรองความร้อนได้มากถึง 100%


ผ้าม่านแบบโปร่งแสง > สำหรับพื้นที่ที่เหมาะกับผ้าม่านแบบโปร่งแสง คือ ห้องนั่งเล่น, ห้องรับประทานอาหาร เพราะพื้นที่ทั้ง 2 เป็นพื้นที่ Common area หรือบริเวณส่วนกลางของบ้าน และด้วยลักษณะของเนื้อผ้าที่มีความโปร่งจะช่วยให้มีแสงบางส่วนเล็ดลอดเข้ามา ทำให้ลดความทึบของพื้นที่ ในขณะเดียวกันตัวเนื้อผ้ายังทำหน้าที่กรองความร้อนและป้องกันแสงแดดได้อย่างมีประสิทธิภาพ


โคมไฟ chandelier



‘โคมไฟ Chandelier’ หรือที่คนไทยเรียกติดปากว่า โคมไฟระย้า โดยทั่วไปโคมไฟประเภทนี้จะถูกใช้งานภายในพื้นที่กว้าง เช่น Lobby โรงแรม รวมไปถึงส่วนกลางของบ้านพักอาศัยขนาดใหญ่ แต่ในปัจจุบันมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบดีไซน์ให้สามารถใช้งานกับพื้นที่ขนาดเล็กได้อย่างพอเหมาะ เช่นห้องพักแบบ Duplex ที่มีการออกแบบในลักษณะ Double Sapce ทำให้เลือกติดโคมไฟ Chandelier ได้



โคมไฟ Chandelier แบ่งออกได้ทั้งหมด 4 ประเภท ได้แก่ โคมไฟ Chandelier คริสตัล, โคมไฟ Chandelier แบบแก้ว โคมไฟ Chandelier แบบทองเหลือง และโคมไฟ Chandelier แบบเหล็ก ซึ่งความแตกต่างของทั้ง 4 ประเภท จะอยู่ที่ตัวโครงสร้างรวมถึงรูปแบบของดีไซน์ที่จำกัดของบางประเภท ในส่วนของประเภทที่ได้รับความนิยมสูงสุด ได้แก่ โคมไฟ Chandelier แบบเหล็ก เพราะสามารถปรับเปลี่ยนและดัดโครงสร้างได้หลากหลาย


พรม ตัวเลือกที่ไม่ควรมองข้าม



อีกหนึ่งออฟชั่นที่ไม่ควรมองข้ามอย่างการเลือก ‘พรม’ ให้ห้องภายในคอนโดฯดู Luxury มากยิ่งขึ้น คือการเลือกประเภทของพรมให้เหมาะในแต่ละพื้นที่ อีกทั้งการเลือกพรมที่มีคุณภาพจะช่วยซัพพอร์ตการเดิน รวมไปถึงการรับน้ำหนักของเท้าได้ดี พรมจึงไม่ได้ช่วยในเรื่องของความสวยงามเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมไปถึงความปลอดภัยด้วยนั้นเอง



พรมสามารถแยกย่อยได้ทั้งหมด 6 ประเภทหลัก

  1. พรมขนสัตว์ > พรมประเภทนี้ทำจากขนสัตว์ชนิดต่างๆ และได้รับความนิยมสำหรับการตกแต่งภายในพื้นที่ในรูปแบบต่างๆ
  2. พรมไนลอน > เป็นพรมที่ใช้งานกันอย่างแพร่หลายทุกพื้นที่ เพราะมีความทนทาน ป้องกันรอยขีดข่วนได้ดี และมีราคาไม่แพง
  3. พรมโพลีเอสเตอร์ > คุณสมบัติเด่นของพรมชนิดนี้ คือสามารถกันน้ำได้ดีที่สุดในบรรดาพรมทุกชนิด พร้อมกับมีน้ำหนักเบา
  4. โพลีโพรไพลีน > ส่วนมากนิยมใช้พรมประเภทนี้ภายนอกอาคาร เช่น ระเบียง สนามหญ้าเป็นต้น เพราะทำความสะอาดง่าย
  5. พรมโพลีเอทิลีน > พรมชนิดนี้มีส่วนผสมของพลาสติกทำให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และมีจุดเด่นอยู่ที่สามารถใส่สีสันลวดลายได้หลากหลาย
  6. พรมอะคริลิก > เป็นพรมที่ทำเลียนแบบพรมขนสัตว์ ไม่นิยมใช้ในที่พักอาศัย เพราะมีความแข็งแรงต่ำ แต่จะเหมาะกับพื้นที่ชั่วคราวอย่าง งานจัดแสดงสินค้าเป็นต้นฯ 


กระจกเงาเสริมลุค



‘กระจกเงา’ นอกจากเป็นออฟชั่นที่ช่วยให้พื้นที่ภายในคอนโดฯ สวยงามแล้ว ยังมีฟังก์ชันที่ทำให้ภายในพื้นที่กว้าง ไม่เพียงเท่านั้นยังทำหน้าที่เป็นเครื่องประดับหรือพร็อพเพื่อช่วยเติมเต็มเสน่ห์ในสไตล์ Luxury



ในสไตล์อื่นๆ จะเลือกติดตั้งกระจกเงาเพื่อเป็นฟังก์ชันการใช้งาน ภายในห้องน้ำ, ห้องแต่งตัว แต่สำหรับสไตล์ Luxury กลับนำกระจกเงามาเป็นหนึ่งในวัสดุตกแต่งภายใน โดยเลือกบานกระจกขนาดใหญ่และติดกรอบสแตนเลส ทำเป็นผนังฉากกั้น หรือ เลือกตั้งไว้บริเวณมุมใดมุมหนึ่งของพื้นที่ภายใน


การตกแต่งใน ‘สไตล์ Luxury’ นอกจากเรื่องของไอเทมที่เรานำเสนอไป ยังรวมไปถึงการจัดวาง Space ภายในให้เหมาะสมกับพฤติกรรมการใช้งานของแต่ละคน และที่สำคัญไปกว่านั้นคือการคำนวณงบประมาณในการใช้จ่าย เพราะวัสดุการตกแต่งในสไตล์นี้มีราคาสูงกว่าสไตล์ทั่วไป


สามารถเข้ามาหาไอเดียการตกแต่งคอนโดและอัปเดตเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์ได้ที่ Estopolis.com


Credit : cazosdiy, decoholic, decoria, decorok, fancydecors, fromluxewithlove, juliettesinteriors, lightology, londondesignagenda, luxdeco, luxxu, masterbathroomscity, soopush, trend4homy


บทความที่เกี่ยวข้อง

เปลี่ยนห้องเปล่า ให้เป็นห้องสวย ในสไตล์ Modern Classic

ไอเดียแต่งพื้นที่ภายในคอนโดฯ ด้วยหินอ่อน

เปลี่ยนห้องเปล่า ให้คูลด้วยพร็อพสไตล์ New York Loft

แต่งห้องนอนรับ Summer ด้วย 5 ทริค ช่วยให้ห้องเย็นสบาย

แต่งคอนโดฯ ด้วย 4 เทรนด์การออกแบบ ให้เข้ากับ Lifestyle คนรุ่นใหม่


เรื่องราวต่อจากนี้จะเป็นอย่างไร...?

Related Stories

Esto Talks

See All >

VDO / LOL - Living Out Loud

Living Out Loud : รีวิวคอนโด Chateau in Town จรัญสนิทวงศ์ 96/2